วันที่ จันทร์ มิถุนายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

สุมิตร สัจจเทพ ( 51 )


สุมิตร สัจจเทพ - ลูกทุ่งแขก


ฮารมิตรซิงห์ สัจจเทพ หรือ สุมิตร สัจจเทพ เกิดในตระกูลแขกขายผ้าที่มีฐานะมั่งคั่งตระกูลหนึ่งในย่านบางรัก แต่เขากลับชื่นชอบเพลงลูกทุ่งอย่างมาก จนยอมออกจากบ้านมาสมัครเป็นทหาร เพราะเป็นหนทางเดียวที่จะสามารถเป็นนักร้องได้ดั่งใจหวัง เนื่องจากวัฒนธรรมของเขานั้นห้ามเที่ยวเตร่หรือค้างคืนนอกบ้าน การมาเป็นทหารจึงเป็นหนทางเดียวสำหรับการเดินสู่เส้นทางนักร้องลูกทุ่งที่เขาใฝ่ฝัน

สุมิตรมาเป็นทหารอยู่กองดุริยางค์ทหารบกโดยการผลักดันของ พ.อ.ณรงค์ กิตติขจร (ยศสมัยนั้น) และด้วยความรักในบทเพลงลูกทุ่ง ทำให้ได้รับความไว้วางใจจาก พล.อ.ชูศักดิ์ พัชรนาวิก ผู้บังคับบัญชาให้ไปร้องเพลงตามงานต่างๆ 

หลังจากร้องเพลงในงานต่างๆ ของทหารและตำรวจ วันหนึ่ง พ.อ.ณรงค์ ถามเขาว่า อยากเป็นนักร้องอาชีพไหม เขาบอกว่าอยากเป็นมาก พ.อ.ณรงค์ เลยพาเขาไปฝากกับห้องบันทึกเสียงคาเธ่ย์ ย่านสะพานเหล็ก ทำให้เขาได้บันทึกเสียงเพลงชื่อ ลั่นทมระทม แต่งโดยหยก นพเก้า และ ชื่ออะไรทำไมไม่บอก  แต่งโดยพิณ ขวัญใจ ทำให้ผู้คนคนเริ่มรู้จักเขา

ต่อมา สุมิตรโด่งดังอย่างมากจากเพลง หนี้กรรม ของครูสุรินทร์ ภาคศิริ โดยเพลงนี้เขาร้องคู่กับยุพิน แพรทอง  หลังจากนั้น เขาก็ยังได้ร้องเพลง เบรกรักเบรกรถ ประกอบภาพยนตร์เรื่องพ่อตาปืนโต ซึ่งมนต์ เมืองเหนือ ได้นำเพลงนี้ไปทำแผ่นเสียงแจกสถานีวิทยุ จนเพลงโด่งดังขึ้นมา นอกจากนั้นยังร้องเพลง   เด็ดดอกเบี้ย  ประกอบภาพยนตร์เรื่องเพลงรักบ้านนา

ภายหลัง เมื่อมีชื่อเสียงโด่งดัง สุมิตรจึงตั้งวงดนตรีของตัวเอง โดยใช้ชื่อว่า ลูกทุ่งภารตะ สุมิตร สัจจเทพ โดยการแนะนำของสมชาย ทองขาว นักข่าวอาวุโสผู้คร่ำหวอดคนหนึ่งของวงการลูกทุ่ง เขาทำวงอยู่ 2-3 ปี และเดินสายไปทั่วประเทศ แต่พอชื่อเสียงเริ่มตก ก็เลิกวงไป

จากนั้น ก็ไปร้องเพลงตามไนต์คลับและคาเฟ่อยู่ถึง 15 ปี ก่อนจะมาหยุดร้องเพลงตอนที่ ไพรวัลย์ ลูกเพชรถูกยิง เพราะรู้สึกเสียใจมากเนื่องจากสนิทสนมกันดี หลังจากที่ก่อนหน้านั้น สามารถ บริบูรณ์เวช เพื่อนนักร้องที่สนิทกันมาก ก็มาตายไปก่อนแล้วคนหนึ่ง

ก่อนจะเลิกร้องเพลง สุมิตรได้หันไปจับธุรกิจเต็นท์รถมือสอง และเคยทำเพลงออกมาชุดหนึ่งชื่อ บินลาดิน โดยตั้งใจให้ชื่อไปคล้องกับโอซาม่า บิน ลาเดน แต่ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร  

ปัจจุบันสุมิตร ดูแลร้านตัดเสื้อผ้าหลายแห่งให้ลูกๆ และเคยมีข่าวว่าได้ออกผลงานใหม่แนวหมอลำออกมาชุดหนึ่ง เป็นเพลงเก่าที่ครูสุรินทร์ได้แต่งไว้

เขาบอกว่า ทุกวันนี้เขาไม่ฟังเพลงลูกทุ่งแล้ว เพราะฟังแล้วเศร้าใจ เลยไม่อยากฟัง

ผลงานการแสดง

เพลงรักบ้านนา (2520)

เกียรติยศ

เพลงหนี้กรรมได้รางวัลรางวัลพระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ประเภทเพลงดีเด่น ในงานกึ่งศตวรรษเพลงลูกทุ่งสืบสานวัฒนธรรมไทย เมื่อกันยายน 2537  

นำเพลงดังของเขากับยุพิน แพรทองมาฝากครับ หนี้กรรม

เพลง หนี้กรรม

คำร้อง สุรินทร์ ภาคศิริ

ทำนอง (ต่างประเทศ)

ซันชารกี ฮารีเซคา  อิสตานาฮี พาซานาแฮ เอกะดุ่ม เตเชยานาแฮ เอกะดุม ดะมียานาแฮ

อนิจจา เกิดมาเป็นมนุษย์ ดังคำพุทธาเตือนให้อาวรณ์

จนมีผู้ดีไหม้ไฟฟอน เมื่อตอนถึงวันสิ้นลมปราณ

เวลามีชีวิตวายวุ่น ทำบุญเป็นกุศลให้คงมั่น

ดับขันธ์เราจะไปไหนกัน ขึ้นสวรรค์หรือนรกเลือกเอา

เกิดมาต้องตายใครจะค้ำฟ้า วตะสังขาราอย่ามัวเมา

บารมีนั้นมีไม่นานเนา ถูกเผาแล้วได้อะไรไป

อวดศักดิ์บารมีจึงหลงคิดทำชั่ว มัวเมาลืมตนหลงอำนาจ

ขาดคุณธรรมค้ำคอยเจือจุน กรรมจึงหนุนให้ต้องเป็นไป


ซันชารกี ฮารีเซคา  อิสตานาฮี พาซานาแฮ เอกะดุ่ม เตเชยานาแฮ เอกะดุม ดะมียานาแฮ

เกิดแก่ดับจิตเป็นนิมิตฝัน ใครจะสรรหาได้ดังใจ

เกิดทำไมแล้วตายไม่จีรัง ถูกฝังแล้วไปที่ใดกัน

หยุดพนมมือยึดถือพระธรรมมั่น เบียดเบียนกันสวรรค์ไม่คอยท่า

หลับตาลงฟังพุทธวาจา กิเลสหนาขอจงจางไป

พุทธัง สรณัง คัจฉามิ

ธัมมัง สรณัง คัจฉามิ

สังฆัง สรณัง คัจฉามิ

เดตุลทิยา ปายานีนาฮี ลาๆๆๆๆ


ครูสุรินทร์ เป็นคนที่ชอบหนังอินเดียมากๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ท่านบอกว่าว่าเพลงในหนังนั้นเพราะดี และก็เคยได้นำทำนองเพลงอินเดียหลายเพลงมาใส่เนื่อร้องไทย อย่างเช่นเพลง
วอนลมฝากรัก และ  สาวนาคอยคู่ ที่บุปผา สายชลร้อง

สำหรับที่มาของเพลงหนี้กรรมนั้น ท่านเล่าไวในหนังสือชือ เบื้องหลังเพลงดัง ของท่านว่า สุมิตร สัจจเทพ ได้นำเทปทำนองเพลงอินเดียจากภาพยนตร์เรื่องหนี้กรรม มาให้ และขอให้ท่านช่วยใส่เนื้อร้องไทยให้ โดยบอกว่าอยากให้เป็นเพลงรัก เพราะเขาอยากจะทำเป็นเพลงคู่ โดยร้องคู่กับยุพิน แพรทอง

แต่ก่อนหน้านั้น ครูสุรินทร์ ได้เคยไปดูหนังอินเดียชื่อองค์คุลีมาล และประทับใจในเพลงแบ็คกราวด์ของหนังที่ชื่อว่า ไตรสรณคมน์ ที่มีประโยคว่า พุทธัง สรณัง คัจฉามิ ก็เลยมีความคิดว่าถ้าหาทำนองเพลงอินเดียดีๆ ก็จะแต่งเพลงแนวธรรมะ โดยให้มีประโยคนี้อยู่ในเพลงด้วย

เมื่อได้ฟังทำนองที่สุมิตรนำมาเห็น ท่านก็เห็นว่าเหมาะที่จะมาทำเพลงตามที่ท่านคิด ก็จึงบอกกับสุมิตรว่า เพลงแนวนี้น่าจะเหมาะกับตัวเขามากกว่า สุมิตรซึ่งแม้จะกลัวว่าเพลงจะขายไม่ได้ แต่ก็ตกลง เพราะความเกรงใจ

เพลงนี้ก็เลยได้ชื่อตามหนังเรื่องหนี้กรรมไป

เมื่อได้เพลงไป สุมิตรได้เพิ่มเติมคำในภาษาอินเดียเข้าไป แถมด้วยเสียงแคน โดยให้เหตุผลเองเสียงแคนในเพลงกลิ่นอินเดียว่ามันแปลกดี

ก็จึงออกมาอย่าที่ได้ฟังกันครับ

เพลงนี้ นับเป็นเพลงธรรมะที่ดังที่สุดก็ว่าได้  


ข้อมูลบางส่วน และรูปจากนสพ.คมชัดลึก

ช่วยกันฟังเพลงลูกทุ่งกันหน่อยนะครับ

โดย คันทรี่แมน

 

กลับไปที่ www.oknation.net