วันที่ จันทร์ มิถุนายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ฝึกอบรมมีประโยชน์อย่างไร


                    

 ใครที่เบื่อการเข้าอบรมโน่น อบรมนี่ ไม่รู้อะไรกันนักหนา งานก็ต้องทำ ทั้งงานประจำ งานโปรเจ็ค สารพัดสารพัน เสียเวลา กลับมาแล้วก็ต้องทำรายงาน หรือไม่ก็ต้องถ่ายทอดให้ลูกน้อง/เพื่อนร่วมงาน  ใครหนักหน่อยก็มีหัวหน้าที่คอยคาดคั้นจะเอาคำตอบว่า ฝึกอบรมมา คุณได้อะไร...เฮ้อ!

     แต่วันนี้ เรามีอีกมุมมองใหม่ๆมาแชร์กัน ว่าจริงๆแล้ว ฝึกอบรมไม่น่าเบื่ออย่างที่เราคิดอีกต่อไป...

ไม่มีอาชีพไหนที่ได้อบรมฟรี และมีเงินเดือน

ถ้าลองคิดดูดีๆแล้ว จะพบว่าอาชีพลูกจ้างเป็นอาชีพที่มีโอกาสในการเรียนรู้เพื่อพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา ไม่เหมือนกับคนที่ประกอบอาชีพอิสระ ไม่เคยมีโอกาสแม้กระทั่งอบรม หรือถ้าจะเข้าอบรมก็ต้องเสียเงินเอง ในขณะที่ลูกจ้างมีโอกาสเรียนรู้ ฝึกอบรมฟรี แถมยังได้รับเงินเดือนอีกต่างหาก บางครั้งวิทยากรที่บริษัทเชิญมาเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถสูง โอกาสที่คนทั่วๆไปจะได้ฟังนั้นแทบจะไม่มีเลย บางบริษัทลงทุนเป็นแสนเป็นล้านในการพัฒนาฝึกอบรมบุคลากร ดังนั้น เราในฐานะผู้ได้รับโอกาสจงใช้โอกาสให้เป็นประโยชน์กับตัวเองให้มากที่สุด

 จงอย่าเลือกก่อนที่จะเรียน แต่เรียนแล้วค่อยเลือก

หลายคนเลือกที่จะเรียนในสิ่งที่ตัวเองอยาก ไม่ต้องการเรียนในสิ่งที่ตัวเองไม่ชอบ สุดท้ายก็ได้แต่สิ่งที่ชอบเพียงเรื่องหรือสองเรื่อง ผมอยากจะแนะนำว่าถ้าเรามีโอกาสในการเรียนรู้จงเรียนรู้ไว้ก่อน ถ้าเราเรียนรู้มากโอกาสเลือกในชีวิตของเราก็มีมาก ไม่มีใครรู้ได้ล่วงหน้าว่าอีกสิบปียี่สิบปีข้างหน้าเราต้องการจะใช้ความรู้อะไรบ้าง ดังนั้น การเก็บเกี่ยวความรู้จากการทำงานและการฝึกอบรมจึงเป็นสิ่งจำเป็นมาก วันหนึ่งข้างหน้าภารกิจและเป้าหมายชีวิตของเราเปลี่ยนไป เราจะได้มีทางเลือกในการนำเอาความรู้ที่เก็บสะสมออกมาใช้ได้

คิดว่ายิ่งเรียนมาก เราได้มากกว่าบริษัทฯ

การเข้ารับการอบรมไม่ว่าจะเป็นหลักสูตรอะไร คนแรกที่ได้ประโยชน์คือตัวเราเอง หน่วยงานหรือบริษัทยังไม่ได้อะไรเลย ถ้าเราไม่นำเอาความรู้ที่ได้จากการฝึกอบรมไปใช้งาน ดังนั้น อยากจะให้มนุษย์เงินเดือนทุกคนจงคิดเสมอว่าทุกครั้งที่บริษัทส่งเราไปอบรมเราได้มากกว่าบริษัทเสมอ ให้เปลี่ยนโจทย์ในชีวิตเสียใหม่ว่าการที่บริษัทส่งเราเข้าอบรมคือการได้รับรางวัลเพิ่มเติมนอกเหนือจากเงินเดือนและได้หยุดงานไปเท่ากับจำนวนวันที่เข้าอบรม

 ลองนำเอาความรู้จากการฝึกอบรมไปประยุกต์ใช้ทั้งชีวิตส่วนตัวและชีวิตการทำงาน

ทุกครั้งที่มีโอกาสเข้ารับการฝึกอบรม ให้ลองนำเอาความรู้ที่ได้อย่างน้อยสักข้อก็ยังดีมาประยุกต์ใช้กับชีวิตส่วนตัวเราเองก่อน เช่น ไปอบรม 5 ส ก็ให้ลองนำหลักการไปใช้ที่บ้านก่อน ถ้าไปอบรมเรื่อง KPI (Key Performance Indicator) ก็ลองนำมาจัดทำเป็น KPI ชีวิตตัวเองก่อน ผมเชื่อว่าความรู้เกือบทุกเรื่องที่เราได้มีโอกาสได้เรียนรู้หรือรับการฝึกอบรม สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการพัฒนาและบริหารชีวิตตัวเองได้

 ความรู้คือทรัพย์สินชิ้นสำคัญที่เราไม่ต้องคืนให้บริษัทตอนวันที่ลาออก

เมื่อเราเป็นลูกจ้างเราอาจจะไม่รู้ว่าเราได้หรือเราเสียอะไรบ้าง แต่เมื่อวันหนึ่งเราต้องเดินออกจากองค์กรนั้นๆไป ลองคิดดูซิครับว่าอะไรบ้างที่ติดตัวเราไปตลอดชีวิต ตำแหน่ง เงินเดือน โบนัส ลูกน้อง รถประจำตำแหน่ง บัตรประจำตัวพนักงาน ห้องทำงาน สิ่งเหล่านี้ติดไปเป็นเพียงประวัติของชีวิตเรา แต่สิ่งหนึ่งที่เราไม่จำเป็นต้องคืนให้บริษัทตามระเบียบของบริษัทฯก็คือ “ ความรู้และประสบการณ์ ” ที่อยู่ในหัวของเรา ไม่ว่าเราจะเปลี่ยนองค์กรเปลี่ยนงานไปกี่ที่สิ่งนี้ก็ยังคงอยู่กับเราตลอดเวลา และยิ่งเรานำออกมาใช้บ่อยเท่าไหร่ความแหลมคมของความรู้ในเรื่องนั้นๆก็ยิ่งมีมากขึ้นๆเรื่อยๆ และใช้เท่าไหร่ก็ไม่มีวันหมด และสิ่งนี้แหละที่จะเป็นตัวกำหนดอัตราเงินเดือนเมื่อเราไปสมัครงานที่อื่น สิ่งนี้แหละเป็นสิ่งที่จะบ่งบอกว่าเราเป็นลูกจ้างมืออาชีพที่คุ้มค่าหรือไม่ตอนที่เราออกไปทำงานส่วนตัวหรือออกไปดำรงชีพอยู่ในสังคม

 

โดย toujaa

 

กลับไปที่ www.oknation.net