วันที่ พฤหัสบดี มิถุนายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ผ่าพิสูจน์ประวัติศาสตร์..จากไทยกู้เกียรติศักดิ์..จนถึงสองมุมมองต่างขั้วกลางสภาจากประวัติศาสตร์เรื่องเดียวกัน!!!!


ท่ามกลางกระแสการเมืองที่เข้มข้นทั้งในสภาและนอกสภาฯ ทั้งในประเทศและอาจลามไปถึงระหว่างประเทศ ไม่นับปัญหาเศรษฐกิจที่ถาโถมทำให้ ชาวบ้านหาเช้ากินค่ำอย่างเราๆ ต้องคอยติดตามความเป็นมาของบ้านเมืองและหากคิดไม่พลาดไป....

ประเด็นการอภิปราย มีความหลากหลายทั้งในเรื่องเศรษฐกิจ ราคาข้าว และการทำงานของรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล (ภาพจากบางกอกโพสต์)

ข้าพเจ้าขอถือว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งนี้ของฝ่ายค้านกรณี เขาพระวิหาร ได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่คือ การอภิปรายที่มีข้อมูลเชิงประวัติศาสตร์ มาอภิปรายกัน หากแต่ ประวัติศาสตร์ที่ทั้ง๒ฝั่งนำมาอ้างอิงกลับกลายเป็นประวัติศาสตร์ที่ต่างมุมมองโดยสิ้นเชิง นั่นมาจากเหตุผลเดียวคือผลประโยชน์ทางการเมืองที่จะต้องรักษาผลประโยชน์ส่วนของตนไว้

แผนที่ ปัญหาและรอการไข ความจริง

แผนที่

แผนที่ หรือแผนผัง ไม่ใช่ประเด็นค่ะ ประเด็นคือความถูกต้องและยุติธรรม

เอกสารการลงนามร่วมเมื่อ ๒๒ พ.ค. ๒๕๕๑ ภาพจากผู้จัดการ

เอกสารการลงนามร่วม ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่?

เอกสารการลงนามร่วม....ถูกแล้ว อยู่ที่เนื้อหา ภาคประชาชนต้องการความชัดเจน

ความชัดเจน ที่น่ากังขาจากซีกขั้วหนึ่ง (ภาพจากผู้จัดการ)

....รอคำพิจารณาจากศาลปกครอง....

ปรากฏการณ์นี้ทำให้ ข้าพเจ้าต้องเปิดห้องหนังสือของข้าพเจ้า และหยิบหนังสือที่เก็บสะสมไว้๒เล่ม เล่มแรกคือ ไทยกู้เกียรติศักดิ์

ไทยกู้เกียรติศักดิ์ เป็นหนังสือพิมพ์แจกในงานพระราชทานเพลิงศพ หลวงวิชิตสมรรถการ(รัตน์ ยมะสมิต) วันที่ ๔ เมษายน ๒๔๘๔ 

ซึ่งในคำปรารภที่เขียนให้โดย พล.ต. ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีขณะนั้นว่า หนังสือเล่มนี้เป็นตำนานเดี่ยวกับกรณีพิพาทระหว่างไทยกับอินโดจีน กรณีพิพาทเรื่องดินแดนระหว่างประเทศเรากับอินโดจีนฝรั่งเศส ซึ่งขณะนั้นก็ยังมีกรณีพิพาทกันยังไม่รู้จะสิ้นสุดเมื่อใด….

พลิกอ่านในหนังสือนี้ มีเรื่องประวัติการเสียดินแดนแก่ฝรั่งเศสที่ได้รวบรวบไว้

โดยระบุว่า การเสียดินแดนของไทย ให้แก่ฝรั่งเศส โดยการเสียเขมร เริ่มในวันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๔๐๖ โดยพระนโรดมพระเจ้าแผ่นดินของเขมร ได้ทำสัญญายอมอยู่ใต้อารักขาฝรั่งเศส โดยทางฝรั่งเศสโฆษณาว่า การที่พระนโรดมทำเช่นนั้นด้วยความสมัครใจและเพราะอยู่ใต้อารักขาไทยไม่ผาสุก

พิธีเปิดอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ๒๔ มิถุนายน ๒๔๘๓

ไทยขอปรับปรุงเขตแดนกับกับฝรั่งเศส ๒๔๘๓

แต่เอกสารที่มีในประเทศไทยลายพระหัตถ์สมเด็จพระหริรักษ์รามมหาอิศราธิบดี มีมากราบทูลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในพ.ศ. ๒๔๐๓ สามปีก่อนตกอยู่ในอารักขาของฝรั่งเศส และ ในปี ๒๔๐๖ หลังเข้าอยู่ใต้อารักขาฝรั่งเศส มีข้อความขัดแย้งกัน

แผนที่แนบท้ายหนังสือประวัติการเสียดินแดนแก่ฝรั่งเศศ

แนบท้ายหนังสือไทยกู้เกียรติศักดิ์

หนังสือเล่มที่๒ เป็นหนังสือสัญญา กรุงสยามกับฝรั่งเศส ร.ศ.๑๒๒ นำมาให้ชมกันค่ะ

เนื้อหา หนังสือสัญญา กรุงสยามกับฝรั่งเศส ร.ศ.๑๒๒

ต่อมาอีก ๔ ปี ฝรั่งเศสได้บังคับให้ไทยทำสัญญารับรองอารักขาของฝรั่งเศสในแดนเขมร ลงวันที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๔๑๐ นั่นคือการเสียดินแดนให้ฝรั่งเศสครั้งที่๑

ในครั้งที่๒ เสียแคว้นสิบสองจุไทย ที่เกิดเรื่องราวปราบฮ่อ แคว้นสิบสองจุไทยก็กลายเป็นของฝรั่งเศส ตั้งแต่พ.ศ.๒๔๓๑

ไทยเสียดินแดนให้ฝรั่งเศสถึง๕ครั้งโดยครั้งที่๕ เสียพระตะบอง เสียมราฐและศรีโสภณ โดยสัญญาลงวันที่ ๒๓ มีนาคม ๒๔๔๙

ต่อมาก็มีการเจรจาขอปรับปรุงเขตแดนกับฝรั่งเศส โดยเมื่อเดือนสิงหาคม ๒๔๘๒

ฝ่ายฝรั่งเศสได้ขอทาบทามมายังไทย ให้มีการเจรจาปรับปรุงเขตแดนตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ ครั้นเมื่อเกิดสงครามยุโรป ฝรั่งเศสขอเจรจาสงบศึกเยอรมันและมีการปักปันเขตกันตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ แต่ไทยเราเป็นประเทศเล็ก การเจรจาอย่างไรโดยสันติวิธีก็ไม่เป็นผลสำเร็จ ฝรั่งเศสมีการรุกรานเขตแดนไทย ความผันผวนของเหตุการณ์ทวีความคับขันจนเกิดเป็ฯกรณีพิพาท

เราเสียดินแดนให้ประเทศล่าอาณานิคมมาแล้วแต่ในอดีตหลายครั้ง คนไทยเราทุกคน คงไม่อยากให้มีการสูญเสียอีก

ข้อเท็จจริงกรณีเขาพระวิหารเป็นอย่างไรกรณีพิพาทที่ยืดเยื้อ และเกี่ยวเนื่องจากเกร็ดประวัติศาสตร์ข้างต้น จนเกิด การยื่นฟ้องต่อศาลโลก เมื่อปี ๒๕๐๕

(เริ่ม..อ้างอิงจากผู้จัดการ สามารถดาวน์โหลดเอกสารจากลิ้งค์ข้างล่าง)
การยื่นฟ้องต่อศาลโลก เมื่อปี ๒๕๐๕

๑๓ กรกฎาคม ๒๕๐๕ หลังจากศาลโลกตัดสินแล้ว ๒๐ กว่าวัน รัฐบาลไทยโดย ดร.ถนัด คอมันตร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้มีหนังสือไปยัง นายอูถั่น เลขาธิการสหประชาชาติ เพื่อประท้วงคำพิพากษาของศาลโลก โดยอ้างว่าคำพิพากษานั้นขัดต่อกฎหมายและความยุติธรรม
นอกจากนี้ ยังสงวนสิทธิที่ประเทศไทยจะเอาปราสาทพระวิหารกลับคนมาในอนาคตด้วย
ต่อไปนี้เป็นคำประท้วง

“ข้าพเจ้ารู้สึกเป็นเกียรติที่จะอ้างถึงคดีเกี่ยวกับปราสาทพระวิหาร ซึ่งได้นำขึ้นสู่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ โดยคำร้องเริ่มคดีฝ่ายเดียวของกัมพูชา เมื่อวันที่ ๖ ตุลาคม ค.ศ.๑๙๕๙ (พ.ศ.๒๕๐๒) และซึ่งศาลได้พิพากษา เมื่อวันที่ ๑๕ มิถุนายน ค.ศ.๑๙๖๒ (พ.ศ.๒๕๐๕) ยอมรับนับถืออธิปไตยของกัมพูชาเหนือซากของปราสาทพระวิหาร

“ในแถลงการณ์เป็นทางการลงวันที่ ๓ กรกฎาคม ค.ศ.๑๙๖๒ (พ.ศ.๒๕๐๕) รัฐบาลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ประกาศต่อประชาชนแสดงความไม่เห็นพ้องด้วยกับคำพิพากษาของศาลที่กล่าวข้างต้น โดยมีเหตุผลว่า ตามความเห็นของรัฐบาล คำพิพากษาขัดต่อข้อกำหนดอันชัดแจ้งของบทที่เกี่ยวเนื่องของสนธิสัญญา ค.ศ.๑๙๐๔ (พ.ศ.๒๔๔๗) และ ค.ศ. ๑๙๐๗ (พ.ศ.๒๔๕๐) และขัดต่อหลักกฎหมาย และความยุติธรรม แต่อย่างไรก็ดีรัฐบาลก็ยังแถลงว่าในฐานะที่เป็นสมาชิกสหประชาชาติ รัฐบาลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะปฏิบัติตามพันธกรณีที่ตนมีอยู่ตามคำพิพากษาดังกล่าว เพื่อปฏิบัติหน้าที่ของตนให้สมบูรณ์ตามข้อ ๙๔ ของกฎบัตร

“ข้าพเจ้าใคร่จะแจ้งให้ท่านทราบว่า ในการตัดสินใจที่จะปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ในคดีเกี่ยวกับปราสาทพระวิหารนั้น รัฐบาลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ปรารถนาที่จะตั้งข้อสงวนอันชัดแจ้งเกี่ยวกับสิทธิใดๆ ที่ประเทศไทยมีหรืออาจมีในอนาคต เพื่อเอาปราสาทพระวิหารกลับคืนมา โดยอาศัยกระบวนการกฎหมายที่มีอยู่หรือที่จะพึงนำมาใช้ได้ในภายหลัง และตั้งข้อประท้วงต่อคำพิพากษาของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ที่ตัดสินให้ปราสาทพระวิหารเป็นของกัมพูชา”

“ฉะนั้น ข้าพเจ้าจึงรู้สึกเป็นเกียรติที่จะแจ้งข้อความข้างต้นให้ท่านทราบ พร้อมกับขอให้ท่านแจ้งข้อความในหนังสือฉบับนี้ ให้สมาชิกทั้งปวงขององค์การนี้ทราบทั่วกันด้วย”

 

(จบ อ้างอิงจากผู้จัดการ)

....จากนั้นก็มีการขอบริจาคเงินประชาชนเพื่อไปสู้คดี แต่ศาลโลกตัดสินให้กับกัมพูชา แต่ก็ยังมีประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นไม่รู้จบตั้งแต่ การทับซ้อนของแผ่นดิน ที่ต่างฝ่ายต่างถือแผนที่กันคนละแผ่น ลามไปจนถึงเกิดวาทกรรมชาตินิยมซึ่งเป็นการแสดงออกในการรักชาติอย่างหนึ่ง ข้าพเจ้าขอยอมรับว่าใคร่หาความจริง ประเด็นต่างเกี่ยวกับความจริงจากอดีต เป็นมาอย่างไร ไปถามหินเอานะ!!!! และกระบวนการสร้างภูมิความรู้เพื่อป้องกันการสูญเสียแผ่นดินด้วยวิถีที่ถูกต้อง

สุดท้ายนี้หวังความถูกต้องทั้งในแง่การเมือง และการที่จะได้อยู่ร่วมกันโดยปราศจากการกีดกันทางเชื้อชาติ เพราะหากสืบกันไปแล้ว เรา คนไทยหลายๆคนก็สืบเชื้อสายมาจากพระเจ้าชัยวรมันแห่งอาณาจักรขอมอันรุ่งเรืองในอดีต

ไทยกู้เกียรติศักดิ์ เล่มนี้จะได้ต่อท้ายเนื้อหาให้จบได้อย่างบริบูรณ์ และอย่างสันติ

ในฐานะของบล๊อกเกอร์ภาคประชาชนคนหนึ่งขอเสนอเปิดประเด็นต่อโอเคเนชั่นหากมีการจัดเสวนาหรือworkshop เกี่ยวกับประเด็นเขาพระวิหารในประเด็นหนึ่งว่า

ประวัติศาสตร์ที่ถูกต้องกับการเมืองเชิงประวัติศาสตร์....กรณีเขาพระวิหาร ฤาไทยจะเสียดินแดนอีกครั้ง!!!!

เพลง เขาพระวิหาร ....ครู คำรณ สัมบุณณานนท์ (อ้างอิงคลิปเพลงจากผู้จัดการ)

ติดตามเรื่องราวของครูคำรณ ซึ่งเป็นศิลปินเชิงเพลงการเมืองได้จาก

ตำนานเพลงกับการเมือง ...โฆษณาและการตลาดทางการเมืองปัจจุบัน  

Kamron Samboonnanon

โปรดคลิกปุ่มเพื่อฟังเพลงครู คำรณ สัมบุณณานนท์

รัฐบาลไทยประท้วง คำตัดสินของศาลโลก

รัฐบาลไทยประท้วง ค...
Hosted by eSnips

คลิกลิ้งค์เพื่อดาวน์โหลดเอกสาร....

จากบางส่วนของหนังสือ “ไทยแพ้คดี เสียดินแดนให้เขมร” เขียนโดย บุญร่วม เทียมจันทร์ ประภาส เฉลยมรรค และ ศรัญญา วิชชาธรรม

โดย feng_shui

 

กลับไปที่ www.oknation.net