วันที่ พฤหัสบดี มิถุนายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เจ็บใจทำไมขายไม่ได้


ผมได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้ประกอบการท่านหนึ่ง ซึ่งมีกิจการร้านอาหารอยู่ที่ สมุทรสงคราม ผู้ประกอบการท่านนี้เล่าให้ผมฟังว่า เขาได้ประกอบกิจการร้านอาหาร โดยตั้งใจที่จะขายอาหารให้กับกลุ่มวัยรุ่น สำหรับแนวคิดของร้านคือจัดร้านให้ออกดูทรงโบราณ เก่าหน่อยๆ และเขาคิดว่ากระแสการตลาดแบบย้อนยุคที่กำลังได้รับความนิยมจากกระแสสังคม จะช่วยดึงดูดวัยรุ่นให้มาทานอาหารที่ร้านเขาได้ แต่พอเริ่มทำกิจการเขาบอกผมว่าเขารู้สึกเจ็บใจว่าทำไมที่ร้านอาหารของเขาขายไม่ค่อยได้

 

กลุ่มวัยรุ่นที่คิดว่าจะมาทานอาหารที่ร้านก็กลายเป็น กลุ่มผู้ใหญ่อายุ 35 ปีขึ้น แต่ที่น่าเจ็บใจยิ่งกว่านั้นคือลูกค้าที่มาทานอาหารดูไม่ค่อยประทับใจกับร้านอาหารของเขาเท่าไร ทั้งๆ ที่เขาเชื่อว่ารสชาติอาหารของทางร้านนั้นก็ไม่น่าจะแพ้ใครในละแวกนั้น

 

ผมเลยถามต่อว่า แล้วแนวคิดในการทำร้านอาหารคืออะไร เขาก็บอกว่าร้านอาหารเขานั้นเป็นเหมือนจุดแวะพักก่อนไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ในแม่กลอง และใกล้ตลาดน้ำอัมพวา และเป็นจุดต่อไปเที่ยวสถานที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ลงเรือชมหิ่งห้อย อุทยานร. 2  หรือจะไปเยี่ยมนมัสการหลวงพ่อบ้านแหลม โดยให้ทางร้านได้โปรโมทสถานที่ท่องเที่ยวในลักษณะนี้ให้กับผู้ที่เข้ามาใช้บริการของร้าน แต่สิ่งหนึ่งที่เจ้าของรู้สึกหนักอกหนักใจคือ ลูกค้าที่เข้ามาทานอาหารที่ร้านกลับไม่ค่อยมีความสุขนักที่เมื่อมาทานอาหารที่แล้วๆ พบว่า ร้านนั้นที่จริงอยู่ห่างจากตลาดน้ำออกไปประมาณ 1 กิโลเมตร ทำให้ลูกค้าบางทีก็รู้สึกหงุดหงิดเพราะคิดว่าเมื่อมาทานอาหารที่นี้เสร็จก็สามารถเดินลงไปเที่ยวตลาดน้ำได้ทันที แต่พอมาใช้บริการเข้าจริงกลับไม่เจอตลาดน้ำอย่าที่วาดภาพเอาไว้ก่อนมาทานอาหารที่ร้าน และถ้าจะไปเที่ยวตลาดน้ำ ก็ต้องนั่งรถต่อไปอีกเป็นกิโล ผู้ประกอบการท่านนี้จึงขอคำปรึกษาผมว่าจะทำอย่างไรดีร้านถึงจะมีคนเข้าร้านมากๆ และลูกค้าไม่รู้สึกหงุดหงิดกับสิ่งที่ทางร้านได้โฆษณาออกไป

 

ผมได้ฟังเรื่องราวที่ท่านผู้ประกอบการท่านนี้เล่าให้ผมฟัง ผมก็ถึงบางอ้อที่ว่า มูลเหตุปัจจัยที่น่าจะเป็นไปได้นั่นก็คือทางร้านสร้างความคาดหวังให้กับลูกค้ามากไป โดยทำให้ลูกค้านั้นมองว่าร้านอาหารนั่นตั้งอยู่ใกล้ๆ กับตลาดน้ำ เรียกทันว่าทานอาหารเสร็จก็เดินเที่ยวย่อยอาหารแล้วเดินไปเที่ยวตลาดน้ำได้ทันที  ซึ่งผมเองก็ไม่คิดว่าเป็นความผิดของลูกค้านะครับที่พวกเขาจะคิดแบบนั้นเนื่องจากทางร้านเองนั้นก็เป็นผู้สร้างเรื่องราวที่ทำให้ลูกค้าเข้าใจไปเองว่าใกล้ริมน้ำจริง และการที่มีแต่ลูกค้าผู้ใหญ่เข้าร้านนั้นก็ดูจะมีเหตุผลที่เกิดขึ้นได้เพราะร้านก็ตกแต่งในแนวย้อนยุค คนที่เคยชินกับสิ่งใดเมื่ออดีตก็มักจะย้อนกลับไปดูซึ่งที่ตัวเองมีประสบการณ์ คุ้นเคย หรือผ่านมาในชีวิตของพวกเขา เพราะในปัจจุบันทุกอย่างนั้นได้เปลี่ยนไปจนหมดสิ้น การหวนระลึกถึงอดีตก็เป็นความสุขอย่างหนึ่งของคนที่มีเข้าสู่กลางคน การนำเอาการตลาดย้อนยุคมาใช้เพื่อดึงดูดใจวัยรุ่นนั้นไม่ใช่เพียงแค่การใช้ความเก่ามาขายแต่เพียงอย่างเดียว แต่ในรูปแบบนั้นต้องผสมความเป็นสมัยใหม่เข้าไปด้วย ทำให้ดูว่าความเก่านั้นแอบแฝงความเท่ห์ ดูแตกต่างไม่เหมือนใครเข้าไปด้วย จึงจะสมเหตุสมผลสำหรับวัยรุ่น

 

ส่วนเรื่องที่ตั้งของร้านนั้นไม่ได้อยู่ใกล้ตลาดน้ำนั้น ทางร้านก็คงต้องแก้ปัญหาโดยหาจุดสนใจของทางร้านเสียใหม่ อาจจะต้องปรับจากการทำให้ลูกค้ารับรู้และรู้สึกว่าร้านอยู่ใกล้แม่น้ำไปเป็นภาพคิดอื่น เช่นอาจจะปรับปรุงเรื่องราว สร้างให้ร้านอาหารที่จุดขายอื่นๆ ร่วมกับการขายอาหารเช่น นำภาพอัมพวาในย้อนยุคมาสร้างเป็นเรื่องราว มีภาพเก่าๆ ของชีวิตความเป็นอยู่ของชาวอัมพวา ภาพของสถานที่ท่องเที่ยวของอัมพวาใน 30-40 ปีที่แล้ว มาจัดเรียง ทำเป็นเรื่องราว ทำให้เกิดความรู้สึกร่วมสมัยกับผู้ที่เป็นลูกค้าของร้าน ทำให้เขาหวนระลึกว่าเมื่อพวกเขายังเด็กๆ นั้นอัมพวามีสภาพเป็นอย่างไร  อาจทำร่วมกับการเปิดเพลงย้อนยุค หรือเพลงย้อนยุคที่ได้มีการจัดทำทำนองใหม่มาเปิดให้ลูกค้าฟัง ทำให้ผู้ที่เข้ามาทานอาหารและแวะดูชมเรื่องราวดังกล่าวรู้สึกเหมือนอยู่ในร้านแล้วย้อนเวลากลับไปเมื่อสมัยพวกเขาเด็กๆ อีกครั้ง

 

คนเรานั้นมักจะแสวงหาสิ่งที่เคยมี เคยมีประสบการณ์ที่ดีและคุ้นเคยอยู่เสมอๆ ครับ ถ้าทำได้ สร้างบรรยากาศดังกล่าวได้ ทำให้รู้สึกว่าเมื่อยืนดูรูปและฟังเพลงนั้น ผู้ดูโดนดูดย้อนกลับสู่อดีตได้เท่าใด ประสบการณ์ที่มีความรู้สึกถึงความสมจริงสมจังก็จะมีมากขึ้นตามไปด้วย  ซึ่งผมคิดว่าหากทำตามแนวคิดที่ว่าก็คงจะหายเจ็บใจกันซะทีครับ

บุริม โอทกานนท์

โดย Jazz-zie

 

กลับไปที่ www.oknation.net