วันที่ ศุกร์ มิถุนายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

แผ่นดินของเรา ...


 

..

.. พระบาทสมเด็จพระปิยะมหาราช ..

 

         เจ็บนานหนักอกผู้                    บริรักษ์    ปวงเฮย

คิดใคร่ลาหาญหัก                              ปลดเปลื้อง

ความเหนื่อยแห่งสูจัก                        พลันสร่าง

ดูจักสู่ภพเบื้อง                                  หน้านั้นพลันเขษม

 

         เป็นฝีสามยอดแล้ว                   ยังร่าย    ส่านอ

ปวดเจ็บใครจักหมาย                        เชื่อได้

ใช่เป็นแต่ส่วนกาย                           เศียรกลัด    กลุ้มแฮ

ใครต่อเป็นจึงผู้                                นั่นนั้นเห็นจริง

 

          ตะปูดอกใหญ่ตรึ้ง                 บาทา    อยู่เฮย

จึงบอาจลีลา                                  คล่องได้

เชิญผู้ที่เมตตา                               แก่สัตว์    ปวงแฮ

ชักตะปูนี้ให้                                   ส่งข้าอันขยม

 

           ชีวิตมนุษย์นี้                      เปลี่ยนแปลง   จริงนอ

ทุกข์และสุขพลิกแพลง                   มากครั้ง

โบราณท่านจึงแสดง                      เป็นเยี่ยง   อย่างนา

ชั่วนับเจ็ดทีทั้ง                              เจ็ดข้างฝ่ายดี

 

           เป็นเด็กมีสุขคล้าย             ดิรฉาน

รู้สุขรู้ทุกข์หาญ                            ขลาดด้วย

ละอย่างละอย่างพาล                     หย่อนเพราะ   เผลอแฮ

คล้ายกับผู้จวนม้วย                      ชีพสิ้นสติสูญ

 

           ฉันไปปะเด็กห้า                 หกคน

โกนเกศนุ่งขาวยล                        เคลิบเคลิ้ม

ถามเขาว่าเป็นคน                         เชิญเครื่อง

ไปที่หอศพเริ้ม                             ริกเร้าเหงาใจ

 

           กล้วยเผาเหลืองแก่ก้ำ        เกินพระ    ลักษณ์นา

แรกก็ออกอร่อยจะ                        ใคร่กล้ำ

นานวันยิ่งเครอะคระ                      กลืนยาก

ทนจ่อซ่อมจิ้มจ้ำ                           แดกสิ้นสุดใบ

 

            เจ็บนานนึกหน่ายนิตย์        มะนะเรื่องบำรุงกาย

ส่วนจิตต์มิสบาย                             ศิระกลุ้มอุราตรึง

 

             แม้หายก็พลันยาก             จะลำบากฤทัยพึง

ตริแต่จะถูกรึง                                 อุระรัดและอัตรา

 

              กลัวเป็นทวิราช                  บตริป้องอยุธยา

เสียเมืองจึงนินทา                             บละเว้นฤว่างวาย

 

               คิดใดจะเกี่ยงแก้                ก็บพบซึ่งเงื่อนสาย

สบหน้ามนุษย์อาย                             จึงจะอุดและเลยสูญ  ฯ

 

(  ร.ศ. ๑๑๒  พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕

คัดลอกจากหนังสือเรื่อง .. ชีวิตของประเทศ )      

 ..................................................................................

..

..   ~ เขาพระวิหารทางขึ้นต้องผ่านด่านของศรีสะเกษ !!  ~ .. คนไทยร้องซะดัง!!! ..

................................................ 

 

แผ่นดินของเรา ..

 

วันนี้..

ฉันน้อมนำเอาพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕  เรื่อง ร.ศ. ๑๑๒ มาประดับไว้อยู่เหนือบนสุดของบทความนี้ ..

ฉันจงใจ..ที่ใคร่อยากจะย้อนนำพวกเราทุกคนกลับไปยังอดีตก่อนกาลนานมาแล้ว ในยุคสมัยที่นักล่าอาณานิคมมหาอำนาจฝรั่งเศส รุกรานไทยอย่างหนัก ยกมาทั้งทัพทางบก และ กองเรือรบทางทะเล มีการสู้รบกัน ปะทะกัน ในบางพื้นที่อย่างหนัก จนกระทั่งมีการเจรจาทำสนธิสัญญาสงบศึกกับฝรั่งเศสมีการทำสัญญายกดินแดนให้ฝรั่งเศสหลายครั้งหลายฉบับ ทั้งดินแดนสิบสองจุไท ดินแดนฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขง หรือ แม้แต่การยินยอมให้ฝรั่งเศสเข้ามายึดและปักหลักอยู่เมืองจันทบุรีเป็นเวลายาวนานร่วม ๒๐ ปี ..

นี่คือความอาดูร คลั่งแค้นใจของชาวสยามในรัชสมัยของพระพุทธเจ้าหลวง !!!..

พระราชนิพนธ์ ร.ศ. ๑๑๒ สะท้อนให้เห็นถึงพระราชหฤทัยของพระองค์ท่านในขณะนั้นเป็นอย่างดี พระองค์ท่านเกรงการกล่าวหาว่าเป็นทวิราชจากลูกหลาน เกรงจะโดนกล่าวร้ายนินทาว่ามิอาจปกป้องผืนแผ่นดินและเมืองต่างๆไว้ได้ ความกลัดกลุ้มในครั้งครานั้นทำให้พระองค์ท่านนั้นถึงกับทรงประชวรเลยทีเดียว ..

ประวัติศาสตร์ชาติไทยยุคใหม่ ต้องจารึก รัตนโกสินทร์ศก ๑๑๒ และ ๑๑๖ ไว้ไปตราบชั่วกัลปวสาน หนึ่งนั้นคือ ช่วงเวลาที่ประเทศไทยเสียดินแดนให้แก่นักล่าอาณานิคมไปมากที่สุด และ อีกหนึ่งนั้นคือช่วงเวลาแห่งการเดินหน้าสู่ความทัดเทียมกับนานาอารยะประเทศ สิ้นสุดสงครามจากนักล่าอาณานิคมและประเทศไทยได้รับการยอมรับจากประเทศมหาอำนาจว่าเป็นประเทศชาติที่เจริญแล้วไม่สามารถที่เข้ากุมยึดและแสวงหาผลประโยชน์ได้อีกต่อไป ..

ในรัชสมัยของในหลวงรัชกาลที่ ๕ นั้น ฝรั่งเศสยกทัพเข้ามาทางอ่าวตั๋งเกียยึดดินแดนสิบสองจุไทไป หลังจากนั้นยกทัพมาประชิดชายแดนไทยเพื่อยึดดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง ทั้งสองครั้งนี้ฝรั่งเศสให้เหตุผลทางการทูตว่ามาช่วยไทยปราบฮ่อ ในช่วงที่เราติดพันกับการทำสงครามปราบฮ่อนั้น ฝรั่งเศสได้กอบโกยดินแดนของไทยไปเยอะมาก โดยใช้วิธียกทัพมาช่วยรบแล้วก็ไม่ยอมยกทัพกลับ เราสู้รบกับฝรั่งเศสในเรื่องดินแดน..

ฝรั่งเศสเคยส่งกองเรือรบบุกขึ้นไปตามลำน้ำเจ้าพระยาเข้าถึงใจกลางกรุงเทพมหานคร รุกล้ำเข้ามามีการสู้รบตอบโต้จากฝ่ายไทยอย่างหนัก ฝ่ายไทยเสียหายและฝ่ายฝรั่งเศสก็เสียหายไปมาก แต่ว่าฝรั่งเศสก็มาจอดเรือรบอยู่หน้าสถานทูตฝรั่งเศสจนได้ และ ไทยจำต้องเจริญสัมพันธไมตรีทางการทูต เพื่อยุติการรบ จริงๆแล้วฝรั่งเศสนั้นปรารถนาจะเอาดินแดนสยามของเราทั้งหมดไปเป็นเมืองขึ้น โดยใช้แม่น้ำเจ้าพระยาเป็นเส้นแบ่งเขตแดนระหว่างอังกฤษกับฝรั่งเศสแต่ทำไม่ได้..

รัชกาลที่ ๕ ได้แสดงพระปรีชาสามารถของพระองค์ท่านไว้มากมายในการต่อกรกับเหล่านักล่าอาณานิคม ตั้งแต่พระนางวิคตอเรียผู้มากับรางรถไฟ ความทันสมัยที่ทำให้เพื่อนบ้านที่มีรถไฟก่อนหน้าเรานั้นตกเป็นขี้ข้าฝรั่งไปหมด พระบรมวงศานุวงศ์ รัชทายาทของพระองค์ทุกพระองค์ ต่างได้ทำหน้าที่ของการเป็นคนไทยและหน้าที่ทหารไทยได้อย่างห้าวหาญ มีบันทึกไว้เป็นประวัติศาสตร์มากมาย ทั้งทัพบก ทัพเรือ ตำรวจ ..

ลูกหลานไทยทั้งหลายโปรดได้จดจำใส่ดวงหทัยเอาไว้ ดินแดนทั้งหมดที่เราท่านทั้งหลาย ถือสิทธิ์เหยียบย่ำอาศัยแสวงหาผลประโยชน์ดำรงชีวิตอยู่นี้ บรรพบุรุษไทยของเรานั้นต่างได้เคยสละเลือดเนื้อ ชีวิต พลังมันสมอง พลังปัญญา เพื่อรักษาไว้ให้พวกเรามาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน ..

ในรัชสมัยในหลวงรัชกาลที่ ๕ ประเทศไทยเรามิได้แพ้สงคราม ทว่า เรานำสงครามข้อพิพาทนั้นไปสู่การเจรจาสงบศึกได้ เราเสียดินแดนสยามไปให้อังกฤษในบางส่วน เสียดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงให้ฝรั่งเศสไปทั้งหมด เสียสิบสองจุไท แต่เรายังเหลือดินแดนอันเป็นเอกราชเป็นอธิปไตยส่งต่อมายังลูกหลานไทยในปัจจุบันมากมายมหาศาล ..

ปฐพีแหลมทองของเรานี้อุดมสมบูรณ์ ทั้งพืชพันธุ์ ธัญญาหาร ป่าไม้ ทรัพยากรธรรมชาติมากมาย ทั้งทางบก ทางทะเล ทางน้ำ ทางอากาศ ดินแดนขวานทองเล่มนี้เป็นดินแดนสุดท้ายที่ชนชาติไทยทุกคนหลงเหลืออยู่ บรรพบุรุษเราเลือกเอาดินแดนที่ดีที่สุดไว้ให้เรา..นี่คือสิ่งที่เราต้องตระหนักให้จงหนัก และ พึงสำเหนียกกันให้มากๆ 

ในภาวะการณ์โลก ณ ปัจจุบันนี้ เรากำลังเจอการรุกรานจากนักล่าอาณานิคมยุคโลกใหม่ ที่ไม่ได้มาด้วยกำลังเรือรบ กองทหาร หรือ กองทัพอากาศ แต่ทว่า ..พวกมันใช้วิธีใส่สูทผูกเนคไทหิ้วกระเป๋าเจมส์บอนด์เข้ามายึดกุมอำนาจและผลประโยชน์ของประเทศชาติของเรา ..

ในอนาคตอันใกล้นี้ เราจะได้เห็นพวกนักล่าอาณานิคมเหล่านี้เปิดกระเป๋าเจมส์บอนด์ออก หยิบกระดาษมาร่างสนธิสัญญาผ่านตัวบทกฎหมายเพื่อการพัฒนาประเทศ และใช้มันเป็นอาวุธร้ายในการปล้นชาติปล้นแผ่นดิน พลังการทำลายล้างของอาวุธร้ายแรงจากกระเป๋าเจมส์บอนด์ของนักล่าอาณานิคมโลกยุคใหม่นี้ รุนแรงกว่าอาวุธยุทโธปกรณ์ทางการทหารมากมายนัก เราแทบจะไม่มีโอกาสได้กระดิกตัวหรือขยับหนีเสียด้วยซ้ำ ..

รู้สึกตัวอีกทีเราก็ได้ตกไปเป็นเชลยของมันแล้ว ต้องถูกจับมัด ถูกพันธนาการ ทั้งแขนขา สมอง ปัญญา หรือ แม้แต่ชีวิตทั้งหมดของเรา ..

เมื่อถึงวันนั้นเราคงจะมีสภาพชีวิตความเป็นอยู่ไม่ต่างจากทาสเท่าใดนักหรอก !!!..

..

 .. ต่อไปไม่ต้องแล้ว .. หอกหักแอนด์เหล่ศักดิ์ คู่หูดูโอหัวหน้าทีมทนายความเขมรยืนยันว่าเขาพระวิหารตกเป็นของขแมร์เรียบร้อยโรงเรียนแม้วแล้ว คนไทยโปรดทำใจซะเถอะ เดี๋ยวพ่อฮุนเซนของเหล่าไอ้กระผมก็จะทำกระเช้าลอยฟ้าขึ้นมาเองแหละ  !! ..

 

..

.. แผ่นดินของเรา ทำไม ?..มีธงของเขาปักอยู่ ..เหล่เอ๊ยเหล่ !!..

................................................

 

 ปัญหาข้อพิพาทเขตแดนเขาพระวิหาร ..

ในสมัยที่ฝรั่งเศสจะต้องให้เอกราชคืนแก่เขมรนั้น คนไทยเองก็ยังอยู่อาศัยในพระตะบอง เสียมราฐ อยู่มาก คนเขมร คนไทยอยู่ปะปนกันเต็มไปหมด หลังจากเขมรอิสระทำการลุกฮือต่อสู้และขับไล่ฝรั่งเศสมานาน ก็มีการเจรจาเพื่อจะให้เอกราชแก่เขมร มีการสำรวจพื้นที่ทั้งหมดโดยรอบแผ่นดินเขมรขึ้น โดยเฉพาะตลอดแนวตะเข็บชายแดนที่ติดกับประเทศไทย

มีการร่างแผนที่ใหม่โดยนักสำรวจชาวฝรั่งเศส มีการวาดตัวปราสาทเขาพระวิหารไปไว้บนแผนที่ โดยการหลงลืมที่จะวาดรายละเอียดปราสาทองค์อื่นๆโดยรอบไป เรามีการพิพาทคดีเขาวิหารกับทางเขมร และ เมื่อคดีพิพาทขึ้นสู่ศาลโลก ศาลโลกตัดสินให้ไทยเราแพ้คดีเพราะไม่มีการคัดค้านแผนที่ของฝรั่งเศสมาก่อน เสมือนหนึ่งว่าเรายอมรับไปแล้ว ..

แม้ว่าเราจะเอาแผนที่ของเราก่อนหน้านี้ที่มีการแบ่งปันเขตแดนตามหลักสากลถือเอาเขตสันปันน้ำมากล่าวอ้างมันก็ไม่ได้ช่วยอะไร ความอยุติธรรมในครั้งนั้นทำให้เราเสียตัวปราสาทเขาพระวิหารไป แต่พื้นที่โดยรอบนั้นยังเป็นของเรา เรายังสงวนสิทธิ์ที่จะร้องต่อศาลโลกเพื่อเรียกร้องดินแดนคืนมาโดยตลอด จะว่าศาลโลกในสมัยนั้นลำเอียง หรือ อาจจะมีคนตาเหล่อย่างนพดลอยู่ในศาลโลกด้วยอันนี้ฉันเองก็ไม่แน่ใจ รู้แต่ว่าเราไม่ได้รับความเป็นธรรม มองยังไงๆพื้นที่เขาพระวิหารทั้งหมดต้องเป็นของไทย และ เราควรจะเรียกร้องสิทธิอันชอบธรรมเหนือดินแดนนี้กลับคืนมาด้วย..

วันนี้ ..

เหตุข้อพิพาทในคราอดีตหวนกลับคืนมาอีกครั้งหนึ่ง ครานี้ไทยน่าจะเสียแผ่นดินมากกว่าเดิมเพราะมีรัฐมนตรีต่างประเทศและนายกรัฐมนตรีทำหน้าที่เสมือนหนึ่งเป็นทนายแก้ต่างให้กับรัฐบาลเขมรฮุนเซน การยินยอมเขมรไปเสียทุกเรื่องเช่นนี้ เป็นเรื่องที่คนไทยโดยทั่วไปรับไม่ได้ มันย่อมทำให้คนไทยตั้งข้อสงสัยว่า ที่รัฐบาลไทยยินยอมเขมรได้มากขนาดนี้ อาจจะสืบเนื่องเพราะผลประโยชน์ในเส้นทางธุรกิจของนายใหญ่หน้าเหลี่ยมที่เกาะกงก็เป็นได้

ใช่หรือเปล่าอันนี้ผู้รู้อื่นๆวิพากษ์วิจารณ์กันมาเยอะแล้ว จนผู้ไม่รู้ หรือ แม้แต่เด็กอนุบาลกับเด็กประถมก็พอจะมองออกว่าอะไรเป็นอะไร ..

งานนี้ไม่ใช่เรื่องของ ขแมร์ต้มไทย แต่เป็นเรื่องของคนไทยต้มคนไทย เสียจนสุก!! ..

เราชาวไทยคงต้องทำใจล่วงหน้าไว้ก่อนเลยว่า เราอาจจะต้องเสียดินแดนไทยเพิ่มขึ้นอีกครั้งหนึ่ง และ มั่นใจได้เลยว่า หากเรายินยอมในครั้งนี้ ครั้งต่อๆไปกับพื้นที่เขตทับซ้อนโดยรอบประเทศเรานั้นซึ่งยังมีเหลืออีก ๔๐ กว่าแห่ง หรือ อาจจะมีมากกว่านี้ที่ยังสำรวจไม่หมด บรรทัดฐานของการเสียดินแดนในครั้งนี้ย่อมจะถูกนำไปใช้ในการปักปันเขตแดนในภายภาคหน้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ .. 

........................................

.ภาพ:Naun1428.jpg.

.. สมรภูมิรบหมู่บ้านร่มเกล้า สงครามที่ไทยแพ้ลาว คือ อุทาหรณ์สอนใจทหารหาญของไทยเป็นอย่างดีว่า .. การข่าวของทหารช้าไปวันเดียวก็ไม่ได้ !! ..  

 

ในอดีตเมื่อไม่นานมานี้ ..

ประมาณปี ๒๕๓๑ เราก็เคยโดนการรุกล้ำอธิปไตยมาแล้ว เพราะความชะล่าใจของกองทัพและผลประโยชน์ของรัฐบาลในสมัยนั้น ในกรณีของสมรภูมิรบหมู่บ้านร่มเกล้า อำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก ในครั้งนั้น ประเทศไทยเสียหายใหญ่หลวงมาก โดยเฉพาะตรงเนิน ๑๔๒๘ ที่ติดกับชายแดนสาธารณรัฐประชาชนลาว  มีการสู้รบกันอย่างหนัก มีการสู้รบกันอยู่นานก่อนจะเจรจาสงบศึกกัน กองทัพไทยสูญเสียเยอะมาก ทหารไทยเสียชีวิตมากมาย มันเป็นเพราะความอ่อนด้อยทางการข่าวของกองทัพไทย ที่รู้เราแต่ไม่รู้เขา แถมยังประมาทอีกต่างหาก ..

ในยุคนั้นพ่อใหญ่อัลไซเมอร์แมนเป็นแม่ทัพใหญ่ คุมบัญชาการทัพเอง ประมาณตนว่าเป็นขงเบ้งอะไรประมาณนั้น แต่ทว่าเมื่อกองทัพหลากหลายกองพันของไทยยาตราทัพเข้าสู่พื้นที่สมรภูมิก็ต้องตะลึงพรึงเพริดกับสิ่งที่ไม่คาดฝัน นั้นคือกับระเบิดที่ทหารลาววางไว้มากมายมหาศาลโดยรอบเนิน ๑๔๒๘ การระดมยิงปืนกล และ ปืนใหญ่อันทันสมัยอย่างหูดับตับไหม้ แถมทหารลาวยังสอยเครื่องบินไทยร่วงได้ ๑ ลำ ด้วย ลาวเฮกันทั้งประเทศ ไทยได้แต่ก้มหน้าเพราะความอาย ..

บนเนิน ๑๔๒๘ เรามาทราบภายหลังว่ามันถูกสร้างเป็นฐานที่มั่นอย่างดีด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก แข็งแกร่งทนทาน สะท้อนให้เห็นว่าทหารลาวนั้นเขาได้มายึดครองพื้นที่แถบนี้มาหลายปีดีดักแล้ว โดยเฉพาะการวางกับระเบิดไว้เป็นหมื่นๆลูก อีกอย่างหนึ่งที่ขาดเสียจะกล่าวถึงไม่ได้เลย นั่นก็คือ มีกองกำลังทหารประจำการจากประเทศที่สามที่เข้าร่วมรบเป็นพันธมิตรเดียวกันกับฝ่ายทหารลาวด้วย..

จริงๆแล้วภายหลังจากสงครามเวียดนาม ภายหลังจากสงครามอินโดจีนมานั้น กองทัพทหารของประเทศเวียดนาม เขมร ลาว มีสนธิสัญญาทางกองทัพร่วมกันในการที่จะเป็นพันธมิตรร่วมรบในทุกสงครามที่แต่ละประเทศโดนข้าศึกรุกรานหรือเกิดข้อพิพาทใดๆก็ตาม เรื่องนี้ก็เลยทำให้ฉันเองได้คิดและเป็นวิตกกังวลใจว่า รอบๆบ้านเราเนี่ยสงสัยจะมีแต่กองทัพไทยของไทยเนี่ยล่ะมั้งที่ดูจะด้อยประสิทธิภาพกว่าใครเพื่อน ..

พม่าไม่ต้องพูดถึงเลยเพราะรัฐบาลทหารของเขาทุ่มงบประมาณไปกับกองกำลังทหารเต็มที่ แม้จะมีอาวุธสนิมเขรอะ และ ยานรบ ต่างๆที่ไร้งบประมาณซ่อมบำรุงดูแลอยู่เยอะก็ตาม แต่ว่าอาวุธหลายชนิดของพวกเขาก็ทันสมัยกว่ากองทัพไทย  แถมมีพวกชนกลุ่มน้อยให้ทหารพม่าได้ซ้อมรบในสถานการณ์จริงอยู่ตลอดเวลา วันดีคืนดีพม่ามันก็ทำแกล้งเผลอยิงปืนใหญ่ตูมตามมาหาเราด้วยความหมั่นไส้และไม่เกรงใจกันเลย ..

มาเลเซียเช่นเดียวกัน เราแทบจะด้อยประสิทธิภาพทางการทหารกว่ามาเลเซียแทบทุกด้านเสียด้วยซ้ำไป ทำไมเป็นเช่นนั้นไปได้ โดยเฉพาะกองทัพบก และ กองทัพอากาศ ในรอบหลายปีที่ผ่านมานี้เป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจเหลือเกินกับวิวัฒนาการของกองทัพไทย ..

................................................

 

..

.. เลือดไทยไหลโลมลงดิน ใครหมิ่นศักดิ์ศรีคนไทย ต้องมีวันสักวันให้ไทย ล้างใจอัปรีย์ !..

 

เราด้อยประสิทธิภาพทางการทหารลงไปตั้งแต่เมื่อไหร่ ? ..

ย้อนกลับไปก็ต้องบอกว่า ตั้งแต่ประเทศไทยหันหน้ารุดๆเดินบ้าตามกระแสเศรษฐกิจโลกกับพวกนายทุนนักการเมืองนั่นแหละ ห่วงแต่สนามการค้า แต่สนามการรบกลับไม่มอง งบประมาณในการดูแลกองทัพน้อยลง โดนหั่นแหลกละเอียด กำลังพลทหารประจำการถูกลดจำนวนลง อาวุธยุทโธปกรณ์ไม่ได้ซื้อเพิ่มเติมมานานร่วมสิบปี โดยเฉพาะสมัยนายลิงหน้าเหลี่ยมเป็นนายกฯ แทบจะเป็นง่อยไปเลยล่ะกองทัพน่ะ ..ดีหน่อยที่ได้เข็นออกมาโชว์ในวันเด็ก กับ วันรัฐประหาร ๑๙ กันยายน แต่ก็นั่นแหละ ทหารไทยจำไว้ พวกคุณยังไม่ได้รบในศึกหนัก !! ..

สมรภูมิรบในชายแดนภาคใต้ทหารหาญถูกตีกรอบโดยฝ่ายการเมือง ใช่หรือไม่ ? ..

การข่าวทหารย่อมรู้ดีว่ากองกำลังข้าศึกมีใครมาจากไหนบ้าง ? แต่วันนี้ผ่านไปกี่ปีแล้ว ..ทำไมพวกท่านยังต้องยืนเป็นเป้ากระสุนให้ฝ่ายตรงข้ามปลิดชีพเล่นอยู่ ..ไม่ใช่เพราะการเมือง กับ เรื่องธุรกิจของนายทุนนักการเมืองหรอกหรือ ?

อาวุธที่ทหารไทยใช้อยู่ในปัจจุบันเป็นอาวุธที่ใช้มาตั้งแต่สงครามเวียดนาม ส่วนใหญ่ก็เป็นของกองทัพอเมริกา ซึ่งในช่วงสงครามคอมมิวนิสต์อาวุธพวกนี้ก็เคยถูกลักลอบเอาไปแบ่งปันส่งไปให้พวกในป่าเอามาไล่ยิงคนไทยด้วยกันเอง ตอนนี้วันดีคืนดีมันก็หายไปอยู่ในมือของข้าศึก โจรใต้ ไปอยู่กับพวกโจรค้ายาบ้า วันดีคืนดีก็ระเบิดตูมตามเองเหมือนคลังแสงระเบิดที่ปากช่องนั่นแหละ

เครื่องบินซ้อมรบ เครื่องฝึกบิน ของเหล่านักบินหน้าใหม่ทั้งหลายก็เหมือนกัน เป็นเครื่องบินสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ มีร่วง มีหล่น เป็นข่าวมาโดยตลอด เฮลิคอปเตอร์ลำเลียงสดๆร้อนๆก็เพิ่งร่วง สิ่งเหล่านี้มันสะท้อนให้เห็นความด้อยประสิทธิภาพของกองทัพไทยในปัจจุบัน ความเกรียงไกรในอดีตมันหายไปไหน นายทหารไทยหันหน้าไปทำธุรกิจ ออกรอบตีกอล์ฟ มุ่งหน้าไปบนเส้นทางการเมือง ทหารชั้นผู้น้อยหลายคนก็ไปรับจ๊อบผิดกฎหมายมากมายมีเป็นข่าวมาโดยตลอด ..

ทหารกล้ามากมายที่เสียงเป็นเสี่ยงตายอยู่ตามแนวหน้าตามชายแดนในปัจจุบัน พวกเขากลับขาดการเอาใจใส่ดูแลจากผู้บังคับบัญชาเบื้องบน ผู้บังคับบัญชาที่วันๆคอยแต่วิ่งเอาใจนักการเมือง หวังผลประโยชน์ส่วนตัว ขาดจิตสำนึกในเรื่องของการรัก ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ หลงใหลได้ปลื้มในลาภยศตำแหน่งเงินตราที่เหล่านายทุนนักการเมืองประเคนมาให้ คงเหมาะสมดีแล้วกระมังที่ทหารไทยในปัจจุบันจะโดนประชาชนถากถางด้วยถ้อยคำเสียดแทงใจเหลือหลายว่า ..

" หลับเถิดทหารกล้า ปวงประชาจะคุ้มภัย !! "

......................................

..

.. ภาคใต้จะร่มเย็นได้ ทหารไทยจำต้องกล้าหาญ เบี่ยงปากกระบอกปืนจากหน้าประชาชน ไปยัดใส่ปากนักการเมือง ..

 

" ไทยนี้รักสงบ แต่ถึงรบไม่ขลาด " จงจำไว้ทหารหาญ !!..

บางครั้งเราจำต้องหยุดจิตใจรักสงบลงไว้บ้างทหารหาญ ในกรณีอันละเอียดอ่อนเรื่องอธิปไตยของประเทศเช่นนี้ เราต้องดำเนินนโยบายอันแข็งกร้าวบ้าง ทหารควรจะออกมามีบทบาทเสียแต่เนิ่นๆ การเจรจาทุกครั้งควรให้ฝ่ายทหารเข้าไปเจรจา ทั้งหน่วยข่าวกรอง กรมแผนที่ทหาร หน่วยทหารกองกำลังพลต่างๆที่รับผิดชอบทั้งหมด ควรจะมีความมั่นคง และ เด็ดขาด ในการดูแลรักษาอธิปไตยของประเทศชาติ ทหารควรจะมีบทบาทต่อเรื่องนี้มากกว่านักการเมือง ไม่ใช่โดนนักการเมืองเล่นงานเสียงอมพระรามอย่างทุกวันนี้ ..

อย่าปล่อยให้นักการเมืองเอาเรื่องของอธิปไตยนี้ไปปู้ยี่ปู้ยำเล่น ทหารต้องแสดงให้ประชาชนเห็นว่าพวกเขานั้นสามารถรักษาอธิปไตยและความมั่นคงของประเทศไว้ได้ ทหารต้องออกมาแสดงตน แสดงความคิดเห็นที่ให้ความสบายใจ มั่นใจ แก่ประชนชนคนไทยทุกคนให้มากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนี้ ..

ทหารหาญต้องมี ความเข้มแข็ง มีความองอาจ มีความกล้าหาญ มากกว่านี้ ..

ประเทศชาติถึงจะผ่านพ้นภัยร้ายต่างๆไปได้ !! ..

                  

...........................................................................................

..

.. ยุคจอมพลผ้าขะม้าแดงแทงไม่ยั้งที่เราต้องเสียปราสาทเขาพระวิหารให้เขมรไป ..

 

" ...ข้าพเจ้าเชื่อมั่นเสมอว่า ชาติของเราจะไม่อับจนเป็นอันขาด เรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องหนึ่งในบรรดาเรื่องใหญ่ทั้งหลาย มีความสำคัญมากกว่านี้ ชาติที่รักของเรากำลังพัฒนาไปในสู่วิถีทางที่ดีขึ้น เหตุนี้ไม่ใช่เหตุผลความอับจนของเรา จงหวังและทำในเรื่องชาติที่สำคัญกว่านี้ ข้าพเจ้าเชื่อมั่นเหลือเกินว่า ชาติไทยของเรามีอนาคตแจ่มใสและรุ่งโรจน์อย่างแน่นอนและมั่นคงในอนาคตอันใกล้ นี้ เราจงมาช่วยกันสร้างชาติที่รักยิ่งของเราต่อไป
       
       พี่น้องชาวไทยที่รักทั้งหลาย วันนี้เป็นวันหนึ่งและเป็นในวันข้างหน้า เราจะต้องเอาปราสาทเขาพระวิหารกลับคืนมา ให้เป็นของชาติไทยให้จงได้ .. "
 

..(จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ กล่าวภายหลังศาลโลกตัดสินไทยแพ้คดีเขาพระวิหาร พ.ศ. ๒๕๐๕ )..

 

...................................................

..

.. เนียงขแมร์ยังมิเคยจะแลกัน ไฉนเลยเนียงไทยนั้นจะหันมาแลกู ..บอง สลัญ เนียง ขแมร์  จุ๊บ จุ๊บ !! ( แปลว่า พี่รักน้องเขมรนะจ๊ะ จุ๊บ จุ๊บ)..

 

“อันนี้ถือว่าเป็นความสำเร็จของกระทรวงการต่างประเทศที่เจรจาสำเร็จ ผมควรจะได้ดอกไม้ ไม่ใช่ได้ก้อนหิน เป็นการเจรจาทางการทูตที่ลูกหลานจะต้องโจษจัน ไปอีกนานว่าทำสำเร็จได้อย่างไร”  ...

นายนพดล ปัทมะ  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ปี พ.ศ. ๒๕๕๑

.............................................................

..

.. มีดโกนนี้ท่านได้แต่ใดมา คมบาดลึกบาดใจเหลือร้าย หอกหักโดนกรีดยับปางตาย สมองหมูเกลื่อนกระจาย อนาถล้น กลางสภา .. ออร กุน บาท !! ( แปลว่า ขอบคุณครับ) "

 

 “ ..ผมยอมรับว่าเป็นในรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์จริง ซึ่งผมได้นำคณะไปเจรจาประกอบด้วย ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร รมช.ต่างประเทศสมัยนั้น ซึ่งก็มีนายนพดล ปัทมะ เลขานุการ รมว.ต่างประเทศไปร่วมเจรจาด้วย นายนพดลซึ่งมีการทำบันทึกช่วยจำทั้งสองฝ่ายห้ามลุกล้ำหรือใช้ประโยชน์ในพื้นที่ทับซ้อน นายนพดลน่าจะนำข้อมูลนี้ให้นายกฯ ดู ว่าเราได้เตรียมป้องกันปัญหาไว้อย่างรอบคอบ แต่พอถึงปี ๒๕๔๔ - ๔๙ ได้มีการลุกล้ำเข้ามามาก แต่รัฐบาลช่วงนั้นกลับไม่ยอมดำเนินการอะไรเลย พอทางกองกำลังสุรนารีจะผลักดันออกไปก็ถูกฝ่ายการเมืองห้าม อาจจะมองในแง่ดีว่ารัฐบาลคงเป็นห่วงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ตรงนี้ทำไมนายกฯไม่พูด หรือว่าขาดอายุความไปแล้ว อยากให้ท่านพูดตรงไปตรงมาด้วย ตนไม่ได้กล่าวหาคนที่พยายามจะแก้ปัญหาให้บ้านเมือง แต่ท่านอาจจะมองสั้นเกินไป .. ”

นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล วันที่ ๒๕ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๑

.......................................................................................... 

..

.. ไอ้เรื่องเขตแดนเขาพระวิหารเนี่ย เอาไว้ว่างๆไอ้กระผมจะไปปรึกษาทั่นตานฉ่าย เรื่องนกยูงโง่สามตัวที่ไอ้กระผมนั่งพับก่อนนะครับ ..พม่าจะได้หายมืดซะที อองฉาน ซูจี จะได้ออกบวช !! โฮบ บาย คร๊าบบ โฮบ บาย !!  ..( แปลว่า กิน คร๊าบบ กิน !! ) ..

 

" ... เอาล่ะครับ ทีนี้ก็หวังใจว่าคงเข้าใจนะครับ เพราะผมรับผิดชอบเรื่องนี้ เพราะมันไม่ได้เป็นสนธิสัญญาอะไรเลย เขาตกลงในที่ของเขา แต่บังเอิญการขึ้นทะเบียนยูเนสโกจะเอาบริเวณด้วย เราบอกไม่ได้ บริเวณนั้นทับซ้อน ยังเถียงกันอยู่ ก็ไปตกลงกันที่ปารีส บอกเอาล่ะ เอาเฉพาะตัวปราสาท เขาก็ขึ้นเฉพาะตัวปราสาท ในเขตของเขานะ แล้วถึงว่าอะไร ผมต้องใช้คำว่า "อะไรกันนักหนา" ถึงปลุกระดมกันว่าเสียดินแดน มันเสียอะไรล่ะครับ มันเสียไปเมื่อ ๔๕ ปีที่แล้ว มันแผ่นดินของเขานะครับ แล้วขึ้นก็ขึ้นปราสาทเท่านั้น ทำให้คนไทยเข้าใจผิด เกิดไม่ทัน จะเป็นจะตายขึ้นมาว่าจะเสียดินแดน ไม่มีเสียหรอกครับ แม่ทัพนายกองเขามารับรองกัน เขาดูแผนที่ ไม่มีเรื่องอะไรเลย แต่ทำไมใช้วิธีการกันอย่างนี้ผมไม่เข้าใจ .... "

(พณฯ สมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี รายการสนทนาประสาสมัคร ๒๒ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๕๑)

.......................................................

..

.. รักชาติของเรา ไว้เถิดผองไทย !!! ..


แผ่นดินของเรา

ย่อมเป็นของเราชาติไทย

ใกล้ไกลต้องเป็นของเรา ชาติไทย !!!!

 

เลือดไทยไหลโลมลงดิน

ใครหมิ่นศักดิ์ศรีคนไทย ต้องมีวันสักวันให้ไทย

ล้างใจอัปรีย์ !!!

 

แผ่นดินของเรา

ย่อมเป็นของเราอยู่ดี ที่ใดต้องเป็นของไทยอยู่ดี

ถูกเชือดเฉือนไปวันใด ??? ย่อมแสนหวั่นไหวชีวี

 

ปฐพีแหลมทอง

ช่วยกันคุ้มครองป้องกัน สักวันต้องคืนกลับมา

มั่นใจเถิดหนาขอพลีชีวา รักษาชาติไทย !!!

ชาติไทยคู่ฟ้า เลือดทาแผ่นดิน !!!

 

.. (บทเพลง แผ่นดินของเรา ขับร้องโดย  สันติ ลุนเผ่) ..

...............................................

.

.

.. โตว เน้อ บอง ปะโอน .... แปลว่า.. ลาไปก่อนล่ะเด้อ พี่น้อง !! ..

...........................................

.............................................

ขอขอบคุณ

ภาพและเนื้อข่าวจากอินเตอร์เน็ท

ดนตรีประกอบ The Exodus Song

เนื้อเพลง แผ่นดินของเรา จากอินเตอร์เน็ท

..............................

ข่าวสารความรู้เพิ่มเติม ..

       ข้อมูลเกี่ยวกับกรณี “เขาพระวิหาร” ที่ต้องรู้
       @เปิดคำฟ้องศาลปกครอง ระงับ “หุ่นเชิด” ยกดินแดนให้เขมร
       @ แถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา กรณีขึ้นทะเบียน ‘ปราสาทพระวิหาร’ เป็นมรดกโลก 18 มิ.ย. 2551
       @ สรุปย่อคำพิพากษาของศาลโลก (The case concerning the Temple of Preah Vihear (Merits) between Cambodia and Thailand) (ภาษาอังกฤษ)
       @ คำประท้วงศาลโลก:โอกาสไทยทวงคืน “ประสาทพระวิหาร”
       @ เปิดจม.เสนีย์ มติครม.2505 ชี้ชัด ปราสาทพระวิหารของ'เขมร' อยู่บนแผ่นดิน 'ไทย'
       @
เปิดคำปราศรัย “สฤษดิ์” ตบหน้า “หมัก” ย้ำชัดไทยทวงคืน “พระวิหาร”
       @ ดูชัดๆ ไทยยกแผ่นดินพระวิหารให้เขมร!!
       @ “ไทยคดีฯ มธ.” แฉเล่ห์ รบ.หมัก เปลี่ยนเส้นเขตแดนแลกประโยชน์กลุ่มการเมือง
       @ ปราสาทเขาพระวิหาร มรดกโลกไม่สมประกอบ
       @ นักวิชาการก่น “นพดล” ทำไทยเสียเปรียบ เสี่ยงเสียดินแดนรอบสอง
       @ “ม.ล.วัลย์วิภา” ชี้ กลุ่มการเมืองใช้เขาพระวิหารบังหน้าแลกประโยชน์-เปลี่ยนเส้นแดนบก/ทะเลไทย
       @ นักวิชาการยันไทยเสียดินแดนให้กัมพูชา 4.6 ตร.กม.
       @ ปธ.มรดกโลกไทยเดือด “นพดล” ยกเขาพระวิหารให้เขมร ลั่นต้องแก้สัญญา
       @ ข้อเท็จจริงและมุมมองกรณีปราสาทพระวิหาร บทความโดย ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง

โดย vincentoldbook

 

กลับไปที่ www.oknation.net