วันที่ ศุกร์ มิถุนายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

อาหารดี...ราคาถูก....


แนะเมนู “ไข่ กระเทียมไทย กะหล่ำปลี” อาหารดี ราคาถูก คุณค่าเพียบ


โฆษกกระทรวงสาธารณสุข แนะประชาชนไทยหันมากินอย่างประหยัด ในยุคอาหารหลายชนิดราคาแพง เช่น กะหล่ำปลี กระเทียมไทย และไข่ ที่มีราคาถูกในขณะนี้ สามารถนำมาเป็นเมนูชูสุขภาพหลากหลาย กินแล้วให้สารอาหารได้สัดส่วน ไม่อ้วน โดยเฉพาะกระเทียมพบว่ามีสารลดไขมันที่ทำลายสุขภาพได้

นายสง่า ดามาพงษ์ โฆษกกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้อาหารหลายชนิดพาเหรดขึ้นราคา ขณะที่ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม มีพืชผักผลไม้หลากชนิดทุกฤดูกาล จึงขอเชิญชวนคนไทยหันมาใส่ใจกินอาหารดี ราคาถูกในยุคอาหารแพง เป็นเมนูชูสุขภาพ แล้วตามด้วยกินผลไม้ไทยเป็นอาหารว่าง ซึ่งนอกจากจะเป็นการประหยัดเงินและมีสุขภาพดีแล้ว ยังเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรไทย โดยเฉพาะยิ่งในภาวะสินค้าเกษตร เช่น กะหล่ำปลี กระเทียม และไข่ ซึ่งมีคุณค่าทางโภชนาการสูง ดีต่อสุขภาพ แต่มีราคาตกต่ำในขณะนี้

ทั้งนี้ ในกะหล่ำปลี ประกอบด้วยแคลเซียม ฟอสฟอรัส เบตาแคโรทีน วิตามินเอ บี และซี รวมทั้งใยอาหาร มีคุณค่าทางโภชนาการ สามารถใช้แทนผักอื่นที่มี่ราคาแพงได้ แต่ควรกินกะหล่ำปลีลวกหรือต้มให้สุกเป็นประจำ สลับกับกินกะหล่ำปลีสดเป็นครั้งคราว ส่วนไข่ถือเป็นอาหารที่ให้โปรตีนและสารอาหารอื่นที่มีราคาถูกที่สุด เมื่อเทียบกับเนื้อหมู เนื้อไก่ และปลา ไข่ไก่ 1 ฟองน้ำหนัก 50 กรัม ราคาเพียง 2.50 บาท จะให้สารโปรตีน 6 กรัม ขณะที่หมูน้ำหนักครึ่งขีด หรือ 50 กรัมเท่าไข่ 1 ฟอง มีราคา 5 บาท จะให้โปรตีน 10 กรัมมากกว่าก็จริง แต่ถ้าเอาราคามาเปรียบเทียบแล้ว ไข่จะให้โปรตีนมากกว่าเนื้อหมูเกือบครึ่งเท่าตัว

อย่างไรก็ตาม แนะนำให้กินอาหารที่ให้โปรตีนจากแหล่งต่างๆ สลับกันไปด้วย โดยเฉพาะโปรตีนจากถั่วเมล็ดแห้ง และปลาน้ำจืด ทั้งนี้ สำหรับเด็กกินไข่ได้วันละฟอง ส่วนผู้ใหญ่ที่มีภาวะร่างกายปกติกินไข่ได้สัปดาห์ละ 3-4 ฟอง

สำหรับกระเทียมไทยนั้น นอกจากจะมีคุณค่าทางโภชนาการอยู่บ้างแล้ว ยังมีสารประกอบออร์กาโนซัลเฟอร์ (Organo Sulfur) มีฤทธิ์ในการลดไขมันโคเลสเตอรอล (Cholesterol) และแอลดีแอล (LDL : Low Density Lipoprotein) ซึ่งเป็นไขมันที่ทำลายสุขภาพ ทำให้หลอดเลือดอุดตัน เสี่ยงเป็นโรคหัวใจได้ ในการกินกระเทียมควรกินในรูปของอาหารที่เป็นกับข้าว มากกว่าจะไปกินในรูปผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

โฆษกกระทรวงสาธารณสุข กล่าวต่อว่า เมื่อนำอาหารทั้ง 3 ชนิดดังกล่าว มาปรุงอาหาร สามารถทำเมนูชูสุขภาพได้หลากหลาย เช่น ผัดกะหล่ำปลีกับกระเทียมใส่ไข่ กะหล่ำปลีชุบไข่ทอดกินกับน้ำพริกกะปิที่ต้องใส่กระเทียม ต้มข่าไข่ใส่กะหล่ำปลี ต้มจืดกะหล่ำปลีหมูสับผสมกระเทียม ไข่เจียวกะหล่ำปลี ยำกะหล่ำปลีใส่ไข่ต้ม ปลาช่อนนึ่งกะหล่ำปลีจิ้มแจ่ว เมี่ยงคำกะหล่ำปลี ไข่ตุ๋นกะหล่ำปลี แกงจืดไข่น้ำกะหล่ำปลี ข้าวผัดไข่ใส่กะหล่ำปลี ก๋วยเตี๋ยวผัดไทยใส่ไข่กะหล่ำปลี ราดหน้ากะหล่ำปลี เป็นต้น เมนูอาหารเหล่านี้จะให้คุณค่าทางโภชนาการที่ดีเยี่ยม คิดเฉลี่ยแล้วในสัดส่วนที่กินได้ 1 คน จะให้พลังงานประมาณ 100 กิโลแคลอรี โปรตีนประมาณ 5 กรัม ไขมันค่อนข้างต่ำมากเพียง 7 กรัมเท่านั้น ซึ่งเป็นสัดส่วนที่พอเหมาะ ถือเป็นเมนูชูสุขภาพลดอ้วน ลดพุงได้

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เป็นฤดูกาลที่ผลไม้ไทยกำลังล้นตลาด มีราคาถูกที่สุดในโลกก็ว่าได้ จึงขอเชิญชวนคนไทยหันมากินผลไม้ไทยตามฤดูกาล โดยเฉพาะเงาะ มังคุด รางสาด ลองกอง ไม่เพียงแต่ประหยัดเงินเท่านั้น แต่ยังมีวิตามิน แร่ธาตุ ใยอาหารและสารต้านมะเร็งมากมาย โดยแนะให้กินผลไม้หลังอาหารมื้อหลักทั้ง 3 มื้อ และกินเป็นอาหารว่าง และขอเชิญชวนให้โรงแรม ร้านอาหาร ภัตตาคาร หันมาใช้ผลไม้ไทยตามฤดูกาลให้บริการลูกค้า


ข้อมูลจากwww.bangkokhealth.com/healthnews

โดย iori

 

กลับไปที่ www.oknation.net