วันที่ ศุกร์ มิถุนายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

การงาน-ความคิด-ชีวิต และโลก ของ... ก้อง คาร์-ไว


   หากใครสักคนที่ครั้งหนึ่ง (เคย) ....

เป็นประธานชมรมอนุรักษ์สภาพแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ

เป็นนักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมสังกัดศูนย์เศรษฐศาสตร์นิเวศ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

เป็นหนี่งในทีมวิจัยประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม (EIA) ครั้งแรกของประเทศไทย

เป็นหนึ่งในทีมงานด้านวัฒนธรรมกับหลักสูตร MA in Cultural Management

เป็นนักรณรงค์คนแรกในฝ่ายพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ของ WWF (World Wildlife Fund) สำนักงานประเทศไทย

เป็น 1 ลมหายใจ ของกลุ่ม   ‘หิน ถาม ทาง’  จัดการเดินทาง ในแนวที่เรียกกันเองว่า

Neo-Eco-Tourism

   แล้วนาทีนี้ล่ะ คุณคิดว่า เขาคนนี้จะเป็นอะไร ?  นักวิชาการ นักรณรงค์  หรือ

ทีมวิจัยที่ใช้ชีวิตท่ามกลางปัญหาสิ่งแวดล้อมบนโลกที่มีอุณหภูมิเพิ่มขึ้นทุกวัน

อย่างนั้นหรือ ? เหล่านี้มิใช่คำตอบ  เพราะเขาบอกกับเราว่า ...

" ผมอยู่กับงาน บางทีก็แปดวันต่อสัปดาห์ 

ช่วงต้นเดือนจะสบายๆ กันหน่อย แล้วค่อยไปหูตูบตอนปลายเดือน

เสาร์อาทิตย์ก็ต้องเข้ามาทำ หรือมาค้างที่นี่เลย เพราะเราไม่ได้

แค่เขียนอย่างเดียว ต้องดูอย่างอื่นๆ ด้วย มีอะไรต้องทำเยอะเหมือนกัน "

   นักเขียนและบรรณาธิการนิตยสาร คือ การงานและชีวิตของผู้ชายคนเดียวกันนี้

ผู้ชายที่ชื่อ ก้อง ทรงกลด บางยี่ขัน  ผู้ชายที่เปลี่ยนผ่านคืนวันไปกับโลกตัวหนังสือ และ

ร่วมมือกับกิจกรรมรณรงค์เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม และทรัพยากรธรรมชาติ เมื่อโอกาสมาถึง

   ณ จุดเกิดเหตุ เดย์ โพเอทส์  มีนักอ่านเป็นพยาน ส่วนหลักฐาน คือ นิตยสาร a day

และหนังสือชื่อเท่ห์ๆ อย่าง นายเท้าซ้าย เด็กชายเท้าขวา, นั่งฝั่งตะวันตื่น ยืนฝั่ง

ตะวันตก, สองเงาในเกาหลี และหนังสือดีๆ อย่าง ต้นไม้ใต้โลก  ยังไม่นับรวม

งานหนังสือที่เขียนร่วมกับนักเขียนในสังกัดเดียวกัน อย่าง Happy Ending, Wake UP  

และหน่อไม้  อีกทั้งงานบรรยายให้กับหลายๆ สถาบัน เกี่ยวกับสื่อบันเทิง ความเป็นไป

ของวัฒนธรรม สังคม และให้ความคิดคมๆ เรื่องสิ่งแวดล้อม  

   ความเรียง 2 เล่ม ของเขา ที่ใช้ชื่อว่า  “นายเท้าซ้าย เด็กชายเท้าขวา” และ

“นั่งฝั่งตะวันตื่น ยืนฝั่งตะวันตก”  พร้อมคำโปรยบนปกไว้ว่า .. “ หวานแบบเหงาๆ

เศร้าแบบอุ่นๆ ”  ซึ่งผู้อ่านที่ไล้สายตาไปตามตัวหนังสือของเขาบอกเป็นเสียงเดียวกัน

ว่าเป็นหนังสือที่เกี่ยวร้อยเรื่องราวผ่านมุมมองความคิด และแฝงไว้ด้วยความโรแมนติก

ความโดดเด่นของงานเขียนสองเล่มนี้คือ ชื่อเรื่องที่มีความหมาย และความคมคาย

ทางภาษา อาทิ ชื่อเรื่อง ไม่มีสัญญาณตอบรัก, โทรศัพท์ร้อยปี ไปรษณีย์ร้อยชาติ,

ฉนวนกันความรัก, ตู้ปลาสามัญประจำบ้าน, ความสัมพันธ์แน่นแฟ้ม และเลี้ยวซ้าย

ผ่านตลาด  อีกทั้ง ความโรแมนติกทางภาษา อย่าง  “ หน้าฝนนี้หลายๆ คนคงเตรียมหา

ซื้ออุปกรณ์กันฝนให้วุ่นวาย แต่สำหรับผม... แค่มีร่มเล็กๆ สักคันกับคนเดินด้วยสักคน

แค่นี้ก็ขอนั่งเท้าคางรอวันฝนตกแล้วครับ ”

   หนังสือแห่งการเดินทางทางความคิดอีกเล่มที่ใช้ชื่อว่า  “ สองเงาในเกาหลี ”  

เป็นบันทึกการเดินทางของสองชายหญิงที่ไม่รู้จักกัน ซึ่งเขาให้ความเห็นไว้ว่า...  

“ ถ้าได้เจอคนที่ยังมีความสุขได้ กับการเดินทางด้วยกัน ยังไง สองเงาก็ดีกว่าเงาเดียว ”

หนึ่งคำถามที่เขาโปรยในหน้าแรกของหนังสือไว้ว่า ....

พิณ.. “ ถ้าเงาของผมถามถึงเงาของคุณ  คุณจะให้ผมตอบมันว่ายังไง? ”

ประโยคคำถามที่รอให้คุณค้นหาคำตอบ จากบันทึกการเดินทางของแบ็กแพ็คเกอร์หนุ่ม

ซึ่งพาคุณไปพบเรื่องราวของมิตรภาพ และความประทับใจในดินแดนโสม

ดินแดนที่พาเขาไปพบเธอ และพาเธอร่วมเดินทางไปกับเขา

ด้วยความเชื่อที่ว่า..โลกนี้ไม่มีความบังเอิญ 

ด้วยเรื่องราวที่ระบายรอยยิ้มไปตลอดสองข้างทาง

ด้วยถ้อยภาษาที่คล้องแขนความโรแมนติกให้กับสองเงาที่ไม่ต้องเหงาอีกต่อไป

และเรื่องราวของสองหนุ่มสาวในบันทึกการเดินทางเล่มนี้ จะทำให้คุณรู้ว่า..

“ แม้อุณหภูมิของอากาศ.. จะหนาวเพียงใด

  แต่อุณหภูมิของหัวใจ.. ช่างอบอุ่นเหลือเกิน ”

   มาถึงหนังสือที่อินเทรนด์สุดๆ ท่ามกลางภาวะโลกร้อนที่นำภัยธรรมชาติแวะเวียนมา

ทักทาย(แรงๆ) กับมนุษย์บนโลก โดยการคร่าหลายชีวิตไปจากโลกที่กำลังอ่อนแออยู่นี้

อาทิ คลื่นยักษ์สึนามิ พายุไซโคลนนาร์กีสถล่มพม่า แผ่นดินไหวเขย่าเสฉวน เหล่านี้

ล้วนมาจากการใช้จ่ายทรัพยากรธรรมชาติที่ปราศจากการวางแผน งานเขียนอีกเล่มที่มา

พร้อมแนวคิดในการดูแลดาวเคราะห์สีน้ำเงิน โดยข้ามพ้นความเป็นกรีนมาร์เก็ตติ้ง

อย่างสิ้นเชิง  อันมิได้หมายถึงหนังสือที่จะมากู้โลกแต่อย่างใด  หากแต่เป็นงานเขียน

ที่รวม 100 ความคิดคันๆ ของคนอยากเปลี่ยนโลก ไว้ในหนังสือที่ชื่อ  “ต้นไม้ใต้โลก”  

หนังสือที่แม้กระทั่งการดีไซน์หน้าปกก็ซ่อนนัยความคิดไว้ให้คุณได้ค้นหาแล้ว

   ต้นไม้ใต้โลก เป็นงานเขียนที่ส่งสารถึงผู้อ่านในการคิดวิธีเปลี่ยนแปลงและออกแบบ

โลกกลมๆ ใบนี้ ผ่าน 100 เรื่องราวหลากหลายที่ทำให้เรามองเห็นว่าหลายปัญหามี

ทางออก และไม่ได้บอกให้ตื่นเต้นไปตามกระแสของธุรกิจสีเขียว แต่สิ่งเดียวที่หนังสือ

เล่มนี้อยากบอกกับเราก็คือ “การสนุกไปกับการคิดวิธีดูแลโลกในแบบใหม่ๆ ” ต่างหาก

ซึ่งประโยคหนึ่งในหนังสือที่ว่า..  “คนที่บอกว่าโลกนี้ไม่มีฮีโร่   พวกเขาแค่ไม่รู้ว่า

ต้องไปหาที่ไหน”  นั่นทำให้เรารู้ว่า ไม่ต้องมองไปไหนไกล เพราะเราทุกคนที่มี

เจตนาจริงในการดูแลโลกก็คือ ฮีโร่สำหรับโลกใบนี้แล้ว

   นอกจากหนังสือ 4 เล่ม ภายใต้ลายเซ็นของก้อง ทรงกลด ผู้ชายใต้โลกคนนี้แล้ว

อีกหนึ่งงานเขียนในเนชั่นสุดสัปดาห์ คอลัมน์ “ดอกไม้ใต้โลก” ของเขา ก็น่าสนใจ

ไม่น้อยทีเดียว และมากกว่านั้นเว็บไซต์แห่งแนวคิดในการดูแลโลกอย่าง  

www.lonelytrees.net  ก็มีเรื่องราวของงานศิลปะ งานโฆษณา และกิจกรรมดีๆ

ที่บอกต่อถึงไอเดียอันหลากหลายของคนทั่วโลก กับประเด็นน่าคิดที่พัฒนาชีวิต

ของคนบนโลกอีกด้วย

   หากประโยคที่ว่า.. “เราไม่ได้ต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของเราเท่านั้น  เราต้อง

รับผิดชอบต่อการไม่ทำของเราด้วย” เป็นประโยคที่แฝงนัยยะกับหลายๆ เรื่องแล้วละก็

 

การบอกต่อถึงหนังสือดี ก็นับเป็นการดูแลโลกอย่างหนึ่ง

มันคือ... โลก (หนังสือ) ในมือนักอ่าน

 

 

วาดดาว..

 

 

ขอบคุณภาพจาก Internet

Powered by www.esnips.com

Richard Clayderman - What a Wonderful World

 

Richard Clayderman...

โดย waddaw

 

กลับไปที่ www.oknation.net