วันที่ เสาร์ มิถุนายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

SydneyChocolatier พาทัวร์กะหรี่เอเชีย อิอิ


            "อ้าว.... ไหงเขียนเรื่องอย่างงี้ล่ะ???"

            "ว้าววว...ววว มีหวิวๆหยิวๆ ป่าวเนี่ย???"

            " ...บัดสีบัดเถลิงแท้เทียว เขียนมาได้"   มิวาย NGO สิทธิสตรีจะเริ่มขยับออกมาโวยวายกับหัวข้อเอ็นทรี่นี้ แหมๆๆๆ ใจเย็นก่อนสิครับ    ผมก้อต้องจั่วหัวให้ตื่นเต้นบ้าง เพราะมีแต่บทความเรียบๆมาสองสามตอนแล้ว ต้องออกมาขยับกระทะจับตะหลิว ให้น้ำลายสอในเอ็นทรี่นี้กันบ้างแล้วล่ะ แน่นอนว่าบล็อกนี้จะยังคงเป็นบล็อกของคนชอบทาน ชอบทำ ไม่ว่าจะคาวจะหวานบอกมา ผมจะจัดหามาให้ได้ชมกัน ตอนนี้บ้านเราก็เริ่มจะเข้าหน้าฝนกันแล้วนะครับ ก้อน่าจะหาอาหารอะไรที่มันเผ็ดร้อน อุ่นๆ มาทานเริยกเหงื่อกันบ้าง งั้นเรามาทานอะไรที่เป็นแกงๆเผ็ดๆกันดีกว่าไหมครับ? ก้อบรรดาแกงเผ็ดที่อุดมไปด้วยสมุนไพรและเครื่องเทศของเอเชียเราไงครับ ตามมาเลยครับ วันนี้ผมจะพาทุกท่านไปชิมแกงเผ็ดแกงกะหรี่รสเด็ดจากครัวเอเชียกัน...

        ที่ผมบอกว่าทัวร์กะหรี่เอเชียนั้นมาจากคำว่า Curry ที่แปลว่า แกง ที่มีส่วนผสมของเครื่องเทศและสมุนไพรนั่นเองครับ พื้นฐานของแกงในเอเชียนั้นจะมาจากอินเดียเป็นส่วนใหญ่ วัฒนธรรมการบริโภคของชาวเอเชียใต้จนถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีอาหารประเภทแกงเป็นจานหลัก ซึ่งจะทานเคียงกับข้าว โรตี หรือแป้งเส้นประเภทต่างๆกัน รากศัพท์ของคำว่า Curry ก็มาจากอินเดียที่เรียกแกงว่า Kari ซึ่งเป็นศัพท์ภาษาทมิฬ ทางใต้ของอินเดีย บ้างก็ว่ามาจากคำว่า Kadhi ที่หมายความว่า"เคี่ยว" แต่ทั้งสองคำในภาษาอินเดียต่างหมายถึงแกงกะหรี่ทั้งสิ้น

        ส่วน Curry ในความเข้าใจของชาวตะวันตกนั้น จะถูกตีความว่าเป็นเครื่องเทศที่มีกลิ่นฉุนของอินเดียมีส่วนประกอบของขมิ้นซึ่งเป็นที่รู้จักกันในนาม Curry powder และ Garam Masala แต่ปัจจุบันชาวตะวันตกได้รู้จักอาหารเอเชียมากขึ้น เลยเรียกแกงทั้งหลายแหล่ที่มีเครื่องเทศสมุนไพรไม่ว่าจะมีผงกะหรี่หรือการามมาซาลาหรือไม่ว่า Curry ไปหมดซะงั้น.....

       วัฒนธรรมการบริโภคแกงจากอินเดียได้แพร่กระจายไปทั่วภูมิภาคเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งแต่อินเดีย,ปากีสถาน,ศรีลังกา,เนปาล,บังคลาเทศ ไล่มาจนถึงไทย พม่า ลาว เขมร มาเลเซีย อินโดนีเซีย ส่วนเวียดนามนั้นจะได้รับอิทธิพลมาจากอาหารจีนมากกว่า ในอาหารจีนเองก็มีการใช้ผงกะหรี่มาทำอาหารบ้าง แล้วก็ข้ามไปโน่น ญี่ปุ่น ที่มีเมนูแกงกะหรี่ราดข้าวกับเค้าด้วย (ผมว่าแกงกะหรี่ของญี่ปุ่นมันออกจะเบบี๋ที่สุดในบรรดาแกงกะหรี่บนโลกนี้เลยอ่ะ)  

     ทัวร์กะหรี่นี้ผมตั้งใจเป็นซีรี่ส์ยาว (เลียนแบบซีรีส์เกาหลี) จะทำอาหารแกงจากมุมต่างๆของเอเชีย เมนูแรกก็เริ่มจากใกล้ๆตัวผมก่อนเลยครับ จะเริ่มจากแกงไทย แกงปักษ์ใต้ก็ง่ายไปหน่อยเพราะยังไงก็ต้องกลับมาพูดถึงอยู่แล้ว ที่อยากจะแนะนำวันนี้ก็เป็นเมนูเครื่องแกงจากมาเลย์ (ใกล้ผมจริงๆนะ ก็ผมอยู่ที่หาดใหญ่ไง...) เป็นเมนูเครื่องแกงที่ไม่ซับซ้อนมาก แถมยังอร่อย อุดมไปด้วยโคเลสเตอรอล ( พูดงี้เดี๋ยวไม่กล้ากินอีกง่ะ) นั้นก็คือ....แต่น แตน แต๊นนนน...ผัดเครื่องแกงปลาหมึก Sambal Sotong หรือ Malay Curry Squid นั่นเอง...

    นับว่าเป็นโชคดีของผมที่ได้หนูทดลองมาเพิ่มอีกสองตัว..เอ๊ย.สองคน นั่นคือ พนักงานทำขนมคนใหม่ของผมนั่นเอง ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นโชคหรือเป็นทุกขลาภที่ได้รับสวัสดิการมื้อเที่ยงซึ่งผมยัดเยียดให้ แต่หนึ่งในสองบอกว่า ตั้งแต่มาทำงานกะผมกางเกงเริ่มจะปริแล้วอ่ะ อิอิ ส่วนอีกรายไม่พูดอะไรแต่ก็ตักข้าวเบิ้ลประจำ หุหุ เรามาเตรียมส่วนผสมของเมนูจานนี้กันเลยดีก่าครับ

เครื่องแกงมาเลย์หรือที่เรียกว่า Sambal ซัมบัล จะมีส่วนประกอบจากพริกเป็นหลักครับ พริกชี้ฟ้าแห้งแช่น้ำให้นุ่ม 6 เม็ด พริกชี้ฟ้าแดง 5 เม็ด พริกขี้หนูแดง 3-4 เม็ด (ชอบเผ็ดมากก็ใส่มากได้ครับ) หอมแดงปอก 5 หัว กระเทียม 3-4 กลีบ ขิงหั่นแว่นหนาประมาณ 1/2 นิ้ว เครื่องแกงสไตล์มลายูจะไม่เน้นตะไคร้และข่ามากเหมือนของไทยครับ จะมีพริกแห้งพริกชี้ฟ้าแดงเป็นหลักคล้ายๆกับเครื่องแกงแดงบ้านเรา แต่จะเพิ่มความหอมด้วยขิงและเครื่องเทศแห้งอย่างลูกผักชี,ยี่หร่าแทน

กะปิใช้แค่ประมาณ 1 ช้อนชา นำมาห่อใบตองแล้วปิ้งให้หอมครับ ผมปิ้งเยอะไว้ก่อนเผื่อไม่พอ

เริ่มต้นก็โขลกหอมแดง กระเทียมและขิง เสียก่อนครับ ดูเป็นพ่อบ้านโบราณเพราะยังใช้ครกอยู่ แต่ผมว่าตำน้ำพริกแกงกับครกเนี่ย มันหอมกว่าบดกับเครื่องปั่นนะครับ

จากนั้นพอขิง,กระเทียม,หอมเริ่มแหลกก็ใส่พริกแห้งแช่น้ำลงไปโขลกตามด้วยพริกชี้ฟ้าสด พริกขี้หนู ตำโป๊กๆๆๆๆ

ผ่านไปประมาณ 15 นาที ก็ออกมาแบบนี้ แต่ยังไม่สาแก่ใจผม ต้องให้เนียนกว่านี้

พอเครื่องแกงเริ่มละเอียดแล้ว ก้อใส่กะปีที่ปิ้งแล้วลงไปโขลกด้วยกันครับ ( ดูใกล้ๆไม่น่าทานเลยอ่า...ยังกะอุนจิน้องเหมียวเลยเนอะ..)

พอน้ำพริกแหลกละเอียดสาแก่ใจแล้ว (เล่นเอาผ้ากันเปื้อนมีเศษพริกกระจายเต็มไปหมดเลยครับ)  เอาปลาหมึกมาเตรียม สูตรน้ำพริกนี้ใช้ปลาหมึกประมาณ 500 กรัม ผมใช้ปลาหมึกแช่แข็งเพราะสะดวกดี ไม่ต้องมาลอกหนังล้างให้เลอะเทอะ ไม่ต้องหั่นนะครับ เพราะเราจะใส่มันทั้งตัวเลยล่ะ น้ำมะขามเปียกสำหรับปรุงรส ผมใช้แบบสำเร็จรูปครับ

ตั้งกระทะใส่น้ำมันประมาณ 4 ช้อนโต๊ะ ใช้ไฟแรงปานกลาง ผัดน้ำพริกให้หอม

ผัดน้ำพริกจนหอมแล้วใส่ปลาหมึกลงไปผัดเลยครับ เร่งไฟหน่อยจะได้สุกเร็ว ไม่เหนียว ปรุงรสด้วยน้ำมะขามเปียก 1 ช้อนโต๊ะ เกลือ พริกไทย และที่ขาดไม่ด้ายเลยสำหรับผม ก็คนอร์รสทิพย์เจ้าเก่า อิอิ.... ชิมรสชาติดู อาจจะตัดเปรี้ยวของมะขามเปียกด้วยน้ำตาลซัก 1- 2 ช้อนโต๊ะ ตามชอบครับ

ไม่จำเป็นต้องใส่น้ำขณะที่ผัดปลาหมึกครับ เพราะน้ำในปลาหมึกจะออกมาเอง ผัดให้น้ำพริกแตกมันอย่างนี้นะครับ จะได้ผัดเครื่องแกงปลาหมึกที่น่าทานมากๆ ใส่ถ้วยแล้วตกแต่งด้วยใบสะระแหน่หน่อย เพิ่มความหอมและความสวยงาม

     เมนูนี้ผมทานครั้งแรกตอนที่ขับรถเข้าไปปีนัง แล้วเจอร้านข้าวแกงมาเลย์ริมด่านทางด่วนที่ Gurun เป็นร้านคนจีนแต่ทำแกงได้อร่อยไม่แพ้คนมลายูทีเดียว ก็เลยติดอกติดใจแต่เดี๋ยวนี้น้ำมันแพงจะขับไปทานข้าวแกงในมาเลย์ก็ออกจะสิ้นเปลืองมิใช่น้อย เมนูนี้ไม่เผ็ดมากครับเพราะใช้พริกชี้ฟ้าเป็นส่วนใหญ่ ออกเปรี้ยวมะขามเล็กน้อย รสกลมกล่อมทานกับข้าวสวยร้อนๆ ขอไข่ดาวอีกซักฟองก็พอแล้วล่ะ หากไม่ชอบปลาหมึกจะเปลี่ยนมาใช้ลูกชิ้นปลาอร่อยๆแทนก็ได้นะครับ

     ทานเสร็จแล้วก็ไปล้างครกซะ....เดี๋ยวจะตำน้ำพริกแกงใหม่แล้วนะ!!!

โดย Sydneychocolatier

 

กลับไปที่ www.oknation.net