วันที่ เสาร์ มิถุนายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เรื่องเล่าเขาพระวิหาร...


     ห่างหายจากการเขียนบล็อกไปนานเพราะภาระกิจของไอ้ตัวเล็กที่เพิ่งเกิดมาดูโลกได้สองเดือนสามวันครับ แต่เหตุการณ์บ้านเมืองเรื่องราวของบ้านเกิดที่กำลังเป็นข่าวใหญ่โตเกี่ยวกับเขาพระวิหารทำให้ต้องแอบขโมยเวลาของลูกน้อยมาเขียนบล็อก นำเสนอเรื่องราวนี้กับเขาด้วยสักคน เมื่อก่อนผมเขียนไว้พร้อมกับเอารูปเก่าๆมาให้ดูเมื่อต้นปีที่นี่เลยครับ http://www.oknation.net/blog/unseenssk/2008/01/27/entry-1

     คราวนี้เลยเอาภาคต่อเนื่องจากนั้นมานำเสนอก็แล้วกันครับ ผมคงไม่ลงไปในรายละเอียดมากมายนักเพราะมีหลายคนเขียนไว้ได้ดีๆเยอะมากแล้ว และคงไม่นำเสนอในประเด็นทางการเมืองปัจจุบันเพราะผมเห็นว่าการเมืองก็ต้องเป็นการเมืองวันยังค่ำ ด่ากันแทบเป็นแทบตาย ท้ากันไปสาบานสาปแช่งกันขั่วโคตร เช้ามาเดินไปจับมือยิ้มหัวกัน เหมือนดั่งวาจาที่กล่าวเมื่อวันวานเป็นเสียงผายลม ทุเรศสิ้นดี...

     ขอเข้าเรื่องของผมดีกว่าครับ

แผนผังแนวรั้วที่ไทยกั้นไว้ทั้งสามด้านเมื่อ15ก.ค.2505

รูปนี้มุมเดียวกับที่อ.ศุภศรุตถ่ายตอนที่มีรั้วตาข่ายกั้นครับ แล้วต่อมาก็โดนขยับลงไปที่แนวร่องน้ำด้านล่างสมัยพวกเขมรเค้ามีสงครามภายใน

ปกหนังสือที่ผมนำมาอ้างอิงในครั้งนี้ครับ รูปปกเป็นภาพถ่ายเขาพระวิหารจากเครื่องบินของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยครับ

เนื้อหาในหนังสือมีมากมายหลายเรื่องที่สำคัญๆ โดยเฉพาะเรื่องราวทางคดีความอย่างละเอียดชนิดมีคำสั่งฟ้องทุกหน้า คำพิพากษา ความเห็นแย้งต่างๆ แต่ผมอย่างนำเอาเกร็ดเรื่องราวบางอย่างที่ผมไม่ค่อยเห็นใครนำเสนอมาให้ชมนะครับ ด้วยเวลาที่น้อยนิดทำให้ผมต้องใช้วิธีแสกนแล้วตกแต่งนิดหน่อยมาให้อ่าน เพราะหากจะให้เรียบเรียงใหม่คงนานพอดูครับ

เรื่องแรกเป็นตำนานบอกประวัติที่มาของปราสาทเขาพระวิหารครับ

ตัวกระดาษเหลืองกรอบไปหมดแล้วครับเพราะพิมพ์ตั้งแต่ปี 2505 อาศัยการแสกนแล้วย้อมสีให้สว่างๆให้อ่านได้ครับ เรื่องต่อมาผมชอบมากครับ เก็บเอาไปเล่าอธิบายให้คนฟังได้ตลอดชาติครับว่าขอมกับเขมรมันต่างกันตรงไหน แล้วที่บอกว่าของของเค้าก็คืนให้เค้าไปก็ถูกแล้วน่ะ ผมไม่เห็นด้วย..จากเหตุผลของเรื่องราวข้างล่างนี้แหละครับ

ชัดมั้ยครับ ไอ้พวกเขมรที่เรียกร้องเย้วๆอยู่นั่นน่ะมันเป็นใคร สมัยที่มีการก่อสร้างปราสาทหินคือยุคที่ขอมเรืองอำนาจแบบสุดๆ ไอ้เขมรในปัจจุบันมันยังไม่จุติลงมาบนโลกมนุษย์เลย หากจะบอกว่าปราสาทหินเขาพระวิหารเป็นสิ่งปลูกสร้างของชนชาติเขมรล่ะก็ผิดแล้วล่ะท่าน หรือใครเห็นด้วย ก็มาเอาพนมรุ้ง พิมาย ปรางค์สามยอด ปราสาทเมืองสิงห์ ศรีเทพ เอาให้มันหมดทุกปราสาท ไปให้พวกเค้าด้วยเลยสิท่าน

เรื่องต่อมาก็อยากนำเสนอคำให้การของคณะทนายฝ่ายไทยที่คัดค้านคำฟ้องของเขมรในกรณีเมื่อปี2505นะครับ ลองอ่านดูแล้ววิเคราะห์เอาแบบตรงไปตรงมา แล้วทุกคนน่าจะเห็นเองว่าอะไรคืออะไรครับ

และสุดท้ายด้วยคำแถลงการณ์ของรัฐบาลหลังจากศาลโลกตัดสินคดีถึงที่สุดแล้วมีออกมา 3 ฉบับด้วยกันครับ

ฝากงาน workshop 12-13 ก.ค.นี้ด้วยนะครับ ถ้าเป็นไปตามกำหนดเวลาที่อ.ศุภศรุตว่าไว้ ผมสัญญาว่าจะแอบไปร่วมด้วยครับถ้าไม่เกิดเหตุสุดวิสัยจากไอ้ตัวเล็กเสียก่อน คงอยู่ด้วยได้ถึงแค่บ่ายโมง เพราะติดงานแต่งงานตอนเย็น

ว่าแล้วก็ขออนุญาตเอารูปไอ้ตัวเล็กมาโชว์มั่งครับ น้องฮาร์ท ...อิอิ...กำลังเห่อลูกครับ นี่แหละตัวการที่ทำให้พ่อไม่ได้เขียนบล็อกมาสองสามเดือน

ปล.ขอโม้เรื่องลูกเพิ่มอีกนิดครับ บังเอิญเป็นบุญของลูกผมที่ได้ อ.เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ท่านช่วยตั้งชื่อจริงให้เมื่อตอนที่ท่านมางานดอกลำดวนที่ศรีสะเกษครับ น้องฮาร์ทของผมเลยไดเชื่อจริงว่า เด็กชาย ทวิทัศน์ หมายถึง การมองเห็นโลกในทั้งสองมุมมองที่ควบคู่กัน เช่นร้อนและเย็น หยินและหยาง มืดและสว่าง ที่จริงท่านให้มาเลือกอีกชื่อครับ คือ ทวิธรรม หมายถึง ธรรมะที่ต้องมีควบคู่กันไป เช่น หิริคู่กับโอตัปปะ เมตตาคู่กับกรุณา แต่ผมชอบชื่อแรกมากกว่าดูเข้มแข็งและหนักแน่นดีครับ แถมความหมายก็เป็นเรื่องที่พ่อชอบและเอามาใช้เป็นแนวทางการสร้างงานศิลปะด้วย คุยเรื่องลูกล่ะยาวเชียว...อิอิ

ขอนุญาตไม่หาเพลงมาประกอบก็แล้วกันนะครับคราวนี้ เวลามีน้อยครับจะรีบไปชงนม เจอกันคราวหน้าครับ

 

โดย ป๊อกป๊อกป๊อก

 

กลับไปที่ www.oknation.net