วันที่ เสาร์ มิถุนายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

บาหลี ตอนที่5 อุบุต กับวันสบายๆ



การที่คนเราตัดสินใจเก็บกระเป๋าออกเดินทาง บ้างตั้งใจที่จะไปในสถานที่ที่อยากไปให้ได้มากที่สุดเท่าที่เวลาจะอำนวย แต่บางคนแค่ได้หลุดพ้นจากสภาพชีวิตประจำวัน มานั่งทอดอารมณ์อยู่กับสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ แค่นั้นก็พอใจแล้ว ซึ่งในสองวันที่ผ่านมา ผมเลือกที่จะเป็นอย่างแรกมากกว่า คือไปในที่ที่อยากไป เห็นในที่ที่อยากเห็น สัมผัสในที่ที่เคยฝันถึง แต่เช้าวันนี้ ผมขอเลือกเป็นอย่างหลังมากกว่า เพราะเหน็ดเหนื่อยมาหลายวัน ดังนั้นการได้หยุดนิ่ง เดินทอดน่องอยู่ในเมืองเล็กๆอย่างอุบุต ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ จึงเป็นสาเหตุให้เช้านี้เราสองคนยังคงนั่งอ้อยอิ่งอยู่ที่โต๊ะอาหารเช้าของโรงแรม ท่ามกลางอากาศสดใส ทั้งๆที่เวลาก็สายมากแล้ว


อย่างไรก็ตาม ภารกิจที่ต้องทำเป็นอย่างแรกในวันนี้ก็คือ การหาโรงแรมสำหรับคืนนี้ เนื่องจากผมจองโรงแรมแห่งนี้จากสนามบินไว้แค่ 3 คืน อันที่จริงจะพักต่อที่นี่อีกคืนก็ได้ แต่อยากลองที่อื่นดูบ้างเป็นการเปลี่ยนบรรยากาศอีกทั้งโรงแรมหรือเกสต์เฮ้าส์ที่อุบุตก็มีให้เลือกหลากหลาย เราสองคนฝากของไว้ที่โรงแรมก่อนจะออกเดินหาทีพักกัน เดินไล่ถามไปตามถนนมังกี้ฟอร์เรส บางแห่งราคาถูกดี แต่ห้องก็ไม่เป็นที่ประทับใจ บางแห่งห้องน่าพัก แต่ราคาก็แพงไป แต่ที่แน่ๆคือ ทุกที่สามารถต่อรองราคาได้ครับ

มีคนเคยเล่าว่า ถ้าหากเราเดินอยู่ในทุ่งดอกไม้กว้าง แล้วต้องเลือกเอาดอกไม้ที่คิดว่าสวยที่สุดขึ้นมาเพียงหนึ่งดอก คงเป็นการตัดสินใจที่ไม่ง่ายเอาซะเลย เพราะถึงแม้เราจะเลือกมาได้ แต่ใครจะรู้ว่าหนทางข้างหน้าจะมีดอกไม้ที่สวยกว่าหลบซ่อนอยู่หรือไม่ ซึ่งความรู้สึกนี้กำลังเกิดขึ้นกับเราสองคน เพราะลำพังเดินเข้าเดินออกแต่ละโรงแรม ก็เพียงหวังลึกๆว่าข้างหน้าอาจจะมีที่ดีกว่านี้ ถูกกว่านี้ สวยกว่านี้ ยิ่งเดินไปไกล หมายถึงระยะทางที่มากขึ้นที่เราต้องเดินกลับไปเอากระเป๋า สุดท้ายผมจึงเลือกเอา โรงแรมอะดี้คอทเทจน์ เป็นตัวเลือกสุดท้าย ทั้งๆที่อันที่จริงก็ไม่รู้หรอก ว่าที่นี่เป็นที่ที่ดีสุดหรือไม่ แต่จะสนไปใยตราบที่ผมเองก็ไม่รู้คำตอบ รู้แต่ว่าที่นี่เหมาะสมที่สุดเท่าที่เดินมา เพราะด้วยสนนราคาของที่พอรับได้กับสภาพโรงแรมที่เล็กแต่น่ารัก ผมจึงเลือกเอาที่นี่เป็นที่พักพิงในคืนสุดท้ายที่บาหลีแห่งนี้ครับ

เข้าป่าลิง ต้องระวังลิงป่า
ระหว่างทางที่เดินกลับไปเอากระเป๋า เราแวะเข้าไปยัง มังกี้ฟอร์เรส สถานที่ท่องเที่ยวภายในเมืองอุบุต ภายในสวนป่าแห่งนี้ร่มรื่นด้วยต้นไม้สูงใหญ่ มีวัดเล็กๆตั้งอยู่สามวัด ซึ่งวัดขนาดใหญ่ที่สุดชื่อว่า ปุระ ดาเล็ม อากุง หรือแปลว่า วัดแห่งความตาย รายรอบวัดมีรูปสลักตกแต่งที่แตกต่างจากวัดอื่นๆตรงที่เป็นรูปสัตว์ร้ายต่างๆซึ่งดูไปก็เข้ากับชื่อของวัดแห่งนี้ดี นอกจากนี้ที่นี่ยังเป็นแหล่งอนุรักษ์ลิงกังอีกด้วย ดังนั้นนักท่องเที่ยวจึงได้รับการเตือนตั้งแต่ย่างก้าวเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นแว่นตา หรือกระเป๋าถือ ต้องไม่ให้คลาดสายตา เพราะระหว่างทางจะมีบรรดาลิงน้อยใหญ่คอยล้อมหน้าล้อมหลังตลอด


ออกมาจากมังกี้ฟอร์เรสแล้วก็ต้องเดินต่อไปเอากระเป๋าที่ฝากไว้เพื่อเอาไปเก็บที่โรงแรมใหม่ ระหว่างเดินก็คิดไปว่าตัดสินใจถูกหรือเปล่าที่เปลี่ยนโรงแรม เพราะกระเป๋าก็ไม่ใช่เบาๆเลย แถมยังต้องเดินไกลอีก แต่พอนึกถึงเงินที่ประหยัดได้ก็ค่อยมีแรงเดินขึ้นหน่อย


เก็บสัมภาระเรียบร้อย ก็เริ่มหิวอีกแล้ว เที่ยงนี้ขอฝากท้องไว้กับร้าน Black Canyon ร้านค้าแบรนด์ไทยที่มาเปิดสาขาที่อุบุตด้วย เพราะจากเมืองไทยมาหลายวัน การได้ลิ้มรสอาหารไทยก็เป็นการบรรเทาความคิดถึงบ้านได้บ้างครับ 

ท้องอิ่มเรียบร้อยก็ได้เวลาเดินท่องอุบุตกันต่อ จากโรงแรมไปไม่ไกลจะเป็นที่ตั้งของ พระราชวังปุริ ซาเร็น อากุง สถานที่ที่เคยเป็นพระราชวังหลวงของกษัตริย์แห่งอุบุต ปัจจุบันบางส่วนเปิดเป็นโรงแรมที่พัก และอนุญาตให้นักท่องเที่ยวเข้าชมบริเวณสวนรอบนอกได้


จากพระราชวังหลวง ข้ามถนนมาก็จะพบกับ วัดทามัน ศราวาตี วัดที่สร้างขึ้นเพื่อสดุดีเทพเจ้าศราวาตี เทพเจ้าแห่งศิลปะ ในบางครั้งวัดนี้อาจเรียกให้ง่ายต่อชาวตะวันตกว่า Lotus Temple หรือวัดดอกบัว เนื่องจากด้านหน้าของวัด เป็นบึงบัวขนาดใหญ่ กลางบึงเป็นสะพานที่ทอดตัวยาวมุ่งสู่ประตูสูงใหญ่ของวัดแห่งนี้ สำหรับผู้ที่ต้องการเยี่ยมชมวัดแห่งนี้ อาจต้องสังเกตให้ดี เนื่องจากด้านหน้าวัดที่ติดริมถนนเป็นร้านอาหาร ซึ่งถ้ามองผ่านๆก็จะไม่ทราบว่ามีวัดงามตั้งอยู่ภายใน ซึ่งผมเองก็เดินผ่านไปมาสองสามรอบ กว่าจะหาวัดแห่งนี้เจอ


ว่าด้วยเรื่องช้อปปิ้ง
ออกมาจากวัดทามัน ศราวาตี ก็บ่ายแล้ว การเดินเล่นที่ตลาดอุบุตก็เป็นอาหารทางตาอย่างหนึ่ง ด้วยว่าความหลากหลายของของที่ระลึกต่างๆ เพียงแต่ถ้าต้องการซื้อสินค้าที่นี่ อาจต้องเป็นนักต่อรองมืออาชีพครับ เพราะราคาเปิดของสินค้าแต่ละอย่าง มักจะอยู่ที่สี่หรือห้าเท่าของราคาจริงอยู่เสมอ อาจเพราะว่านักท่องเที่ยวที่เดินจับจ่ายซื้อของที่นี่เป็นนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นซะส่วนใหญ่ กำลังซื้อจึงค่อนข้างสูงกว่าคนไทยอย่างเราๆ


สำหรับผมแล้ว ไม่ค่อยได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอันที่ตลาดแห่งนี้นัก เพราะไม่ค่อยแน่ใจนัก ในราคาที่แท้จริงของสินค้า จึงเลือกที่จะมาเดินเล่นตามร้านขายของสองข้างทางที่ดูแล้วน่าจะให้ราคาที่น่าสนใจมากกว่า สิ่งที่ช่วยตอกย้ำว่านักท่องเที่ยวหลักของเมืองอุบุตคือชาวญี่ปุ่น คือบรรดาร้านค้าต่างๆ มักมีป้ายชื่อหรือข้อความเป็นภาษาญี่ปุ่น และเกือบทุกครั้งที่ผมเดินเข้าไปก็มักถูกทักด้วยภาษาญี่ปุ่นเสมอ


จากการพูดคุยกับบรรดาร้านค้าต่างๆ ทุกคนบ่นเป็นเสียงเดียวกันว่า ช่วงนี้เงียบมากๆ นักท่องเที่ยวน้อย บางร้านบอกว่าวันนี้ยังขายอะไรไม่ได้เลย และที่สังเกตอีกอย่างคือ พ่อค้าแม่ค้าที่นี่มีอัธยาสัยดีมากถึงมากที่สุด ชวนคุยน้ำไหลไฟดับ แต่เราก็ไม่ลืมว่า ซื้อของทุกครั้งต้องต่อรองเข้าไว้


สำหรับใครที่จะไปช้อบปิ้งที่อุบุต ขอแนะนำว่า ลองสอบถามราคาตามร้านค้าในซอกซอยของถนนมังกี้ฟอร์เรส อาจจะได้ราคาที่สมเหตุสมผล หรือเรียกว่าใช้กำลังภายในในการต่อรองน้อยกว่าที่ตลาดอุบุต เนื่องจากอยู่ในจุดที่นักท่องเที่ยวไม่มากนัก เช่นหน้ากากไม้สำหรับประดับฝาผนัง ราคาที่ตลาดเปิดที่ 250,000 รูปี (~ 800 บาท) แต่ผมซื้อจากร้านในซอยได้ที่ 45,000 รูปี (ร้อยกว่าบาท) ฟังแค่นี้ก็ขยาดแล้วครับ

คืนสุดท้ายในบาหลี ได้เปลี่ยนบรรยากาศในที่นอนใหม่ รอคอยสำหรับวันพรุ่งนี้ที่จะได้เที่ยวอีกวันก่อนที่จะกลับบ้านเอาตอนเย็น แล้วเจอกันต่อครับ


โดย hooknoi

 

กลับไปที่ www.oknation.net