วันที่ อาทิตย์ มิถุนายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

... วินิจฉัย “มาตรา ๑๙๐” รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ... กรณีเขาพระวิหาร


ทั้งพรรคฝ่ายค้านและวุฒิสมาชิก กำลังดำเนินการยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อตีความตามมาตรา ๑๙๐ โดยผ่านขั้นตอนที่ถูกต้องอยู่ในเวลานี้ หากจะนำมาตราดังกล่าวมาวินิจฉัยกันก็จะทำให้เข้าใจสถานการณ์ดังกล่าวได้ดีขึ้นอีก

 

“มาตรา ๑๙๐ พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในการทำหนังสือสัญญาสันติภาพ สัญญาสงบศึก และสัญญาอื่นๆ กับนานาประเทศ หรือองค์กรระหว่างประเทศ

          หนังสือสัญญาใดๆมีบทเปลี่ยนแปลงอาณาเขตไทย หรือเขตพื้นที่นอกอาณาเขตซึ่งประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตยหรือมีอาณาเขตอำนาจตามหนังสือสัญญา หรือตามกฎหมายระหว่างประเทศ หรือจะต้องออกพระราชบัญญัติเพื่อให้การเป็นไปตามหนังสือสัญญา หรือมีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจหรือสังคมของประเทศอย่างกว้างขวาง หรือมีผลผูกพันด้านการค้า การลงทุน หรืองบประมาณของประเทศ อย่างมีนัยสำคัญ ต้องได้รับความเห็นชอบของรัฐสภา ในการนี้รัฐสภาจะต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับเรื่องดังกล่าว

          ก่อนการดำเนินการเพื่อทำหนังสือสัญญากับนานาประเทศหรือองค์การระหว่างประเทศตามวรรคสอง คณะรัฐมนตรีต้องให้ข้อมูลและจัดให้มีการรับฟังความเห็นของประชาชน และต้องชี้แจงต่อรัฐสภาเกี่ยวกับหนังสือสัญญานั้น ในการนี้ ให้คณะรัฐมนตรีเสนอกรอบการเจรจาต่อรัฐสภาเพื่อขอความเห็นชอบด้วย

          เมื่อลงนามในหนังสือสัญญาตามวรรคสองแล้ว ก่อนที่จะแสดงเจตนาให้มีผลผูกพัน คณะรัฐมนตรีต้องให้ประชาชนสามารถเข้าถึงรายละเอียดของหนังสือสัญญานั้น และในกรณีที่การปฏิบัติตามหนังสือสัญญาดังกล่าวก่อให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนหรือผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม คณะรัฐมนตรีต้องดำเนินการแก้ไขหรือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบนั้นอย่างรวดเร็ว เหมาะสม และเป็นธรรม

          ให้มีกฎหมายว่าด้วยการกำหนดขั้นตอนและวิธีการจัดทำหนังสือสัญญาที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจหรือสังคมของประเทศอย่างกว้างขวางหรือมีผลผูกพันทางการค้า หรือการลงทุนอย่างมีนัยสำคัญ รวมทั้งการแก้ไขหรือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการปฏิบัติตามหนังสือสัญญาดังกล่าวโดยคำนึงถึงความเป็นธรรมระหว่างผู้ที่ได้ประโยชน์กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการปฏิบัติตามหนังสือสัญญานั้นและประชาชนทั่วไป

          ในกรณีที่มีปัญหาตามวรรคสอง ให้เป็นอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญที่จะวินิจฉัยชี้ขาด โดยให้นำบทบัญญัติตามมาตรา ๑๕๔(๑) มาใช้บังคับกับการเสนอเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญโดยอนุโลม”

 

วินิจฉัยได้ว่า

 

-          การดำเนินการตามมติครม.เมื่อ ๑๗ มิ.ย. โดยมี รมต.ต่างประเทศเป็นตัวแทนนั้น มิได้จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน อีกทั้งไม่ดำเนินการขอความเห็นชอบจากรัฐสภา จึงไม่ชอบด้วยกฎหมายตามมาตรา ๑๙๐ นี้

-          การไม่ปฏิบัติตามมาตรานี้ เป็นเหตุให้พรรคฝ่ายค้านและวุฒิสมาชิกนำเรื่องเสนอต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยชี้ขาด ตามอำนาจที่กำหนดไว้ในวรรคท้ายของมาตรา ๑๙๐

-          มาตรา ๑๕๔ (๑) ระบุจำนวนของ สส. สว. ไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบ ที่จะคัดค้าน พรบ.ที่จะออกมารองรับการกระทำ ซึ่งยังไม่มีการตรา พรบ.ไว้

โดย Naive@KnowledgeValley

 

กลับไปที่ www.oknation.net