วันที่ อังคาร กรกฎาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

สงครามของพวกสุนัขรับใช้ ... ( ๑ )


.. 


 
สงครามของพวกสุนัขรับใช้ ... ( ๑ )


 
 
เกริ่นนำ

ปัญหาภายในประเทศที่คนไทยประสบอยู่ ณ ปัจจุบันนี้ เป็นปัญหาที่รุนแรงและสุ่มเสี่ยงต่อหายนะของการสิ้นชาติเป็นอย่างยิ่ง ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่มานาน เรามีสถาบัน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจมานาน ทว่า ..ขณะนี้สถาบันทั้งสามสถาบันอันเป็นที่รักและเคารพศรัทธาของคนไทยทั้งชาตินั้น กำลังสั่นคลอนอย่างหนักเนื่องเพราะ ในช่วงระยะเวลา ๗ - ๘ ปี ที่ผ่านนี้เกิดมีปรากฎการณ์ขายชาติขายแผ่นดินครั้งยิ่งใหญ่มโหฬารของกลุ่มคนบางกลุ่มบางพวกขึ้นมา ..

กลุ่มคนเหล่านี้เป็นตัวแทนของนักล่าอาณานิคมยุคใหม่ เป็นกลุ่มคนที่เป็นลูกหลานของคนผิวเหลืองหัวดำทั้งหลายที่วันดีคืนดีคนเหล่านี้ก็ดัดจริตไปทำไฮไลท์ผมเสียใหม่เป็นสีแดง เป็นสีทอง แล้วก็มาทึกทักอวดอ้างสรรพคุณของตนและพวกพ้องว่า เป็นคนทันสมัย เป็นคนหัวก้าวหน้า ประมาณว่าฉันหัวแดง ฉันหัวทอง ย่อมไม่ล้าหลังเหมือนพวกหัวดำคร่ำครึ คนพวกนี้มักอวดอ้างตนเองว่า เจริญทางสติปัญญา มีมันสมองฉลาดเฉลียวเสมอเหมือนพ่อบังเกิดเกล้าชาติมหาอำนาจทั้งหลาย ประเทศมหาอำนาจของกลุ่มนายทุนนิยมข้ามชาติที่กระเหี้ยนกระหือรืออยากจะสวาปามประเทศไทยมานานแสนนานแล้ว ..

..

ในอดีตที่ผ่านมาประเทศไทยผ่านการทำสงครามกลางเมืองมาแล้วยาวนานหลายปี ทั้งสงครามที่รบกันกลางป่าเขา หรือ แม้แต่สงครามแนวคิดที่รบห่ำหั่นกันกลางเมืองป่าคอนกรีต คนไทยเรารบกันเองเพราะอุดมการณ์ความคิดเห็นแตกต่างกันนั่นประการหนึ่ง แต่อีกประการหนึ่งที่ไม่ควรจะมองข้ามผ่านไปเลยก็คือมีการเสี้ยมและสร้างสถานการณ์ทางการเมืองขึ้นมา หรือ นัยหนึ่งก็คือการแทรกแซงทางการเมือง ขององค์กรลับข้ามชาติ ของขบวนการค้าอาวุธสงคราม นำโดยกลุ่มพ่อค้าอาวุธรายใหญ่ของโลก..

เราสามารถวิเคราะห์และตั้งสมมติฐานเกี่ยวกับที่มาที่ไปของสถานการณ์บ้านเมืองในอดีตได้ วิเคราะห์ความเป็นไปและเป็นมาของบุคคลต่างๆได้ วิเคราะห์เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้าและหลังการรบราฆ่าฟันกันได้ และ เราสามารถที่จะวิเคราะห์หาสาเหตุต้นตออันแท้จริงของปัญหาที่เกิดขึ้นได้ไม่ยาก ..

ภายหลังสงครามเลิกลากันไปแล้วเราก็ได้เห็นเศษเหล็กลักษณะเดียวกันทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้ากันทั้งสองฝ่าย วันดีคืนดีอาวุธเหล่านี้ก็ไปตกอยู่กับโจรก่อร้าย พวกแบ่งแยกดินแดน พวกพ่อค้าค้ายาบ้าตามแนวตะเข็บชายแดน เอามาก่อกรรมทำเข็ญต่อคนไทยไม่รู้จักจบจักสิ้น..

............................................

..

.. ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ ..

..

.. ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙..

ขบวนการนิสิตนักศึกษา..

สมัยหนึ่งก่อนหน้านั้นเป็นแหล่งรวมศูนย์ของปัญญาชนโดยแท้จริง ขบวนการนักศึกษาของไทยเจริญเติบโตและเบ่งบานสุดๆในยุคสมัย ๑๔ ตุลา ๑๖ ในการเรียกร้องรัฐธรรมนูญประชาธิปไตยและขับไล่รัฐบาลเผด็จการ ยุคนั้นถือว่าเป็นยุคทองของปัญญาชนไทย สังคมสามารถผลิตปัญญาชน นักคิด นักเขียน นักปรัชญา กวี ศิลปิน ระดับคุณภาพ ที่มีผลิตผลงานทางความคิดออกมาเพื่อบ้านเพื่อเมืองมากมาย ..

ต่อมาในช่วง ๒ ปีหลังจากนั้น คือปี ๒๕๑๗ - ๒๕๑๙ กลุ่มนิสิตนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เดินขบวนประท้วงขับไล่ฐานทัพอเมริกา เนื่องเพราะขบวนการนักศึกษามีหลักฐานอันเป็นที่แน่ใจได้ว่า ฐานทัพอเมริกาเหล่านั้นเป็นที่สิงสถิตย์ขององค์กรลับข้ามชาติ ซีไอเอ และ มีหลักฐานชี้ชัดได้ว่ากลุ่ม " นวพล " และ " กระทิงแดง " เองก็ได้รับเงินสนับสนุนจากองค์การลับในการจัดตั้งกลุ่มและดำเนินกิจกรรมทางการเมืองเพื่อต่อต้านกลุ่มนักศึกษาและทำลายล้างขบวนการนักศึกษาในประเทศไทยทิ้งเสียให้หมด ..

จากที่กล่าวมาเราจะเห็นได้ว่าขบวนการนักศึกษาของไทยนั้น หมดสิ้นสภาพไปในทันทีภายหลังเหตุการณ์ล้อมปราบนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อวันที่ ๖ ตุลา ๒๕๑๙ ภายหลังจากนั้นไม่มีขบวนการนักศึกษาที่เข้มแข็งเหลืออยู่ในบ้านนี้เมืองนี้เลย แม้ในเหตุการณ์พฤษภาทมิฬก็ไม่ใช่ขบวนการนักศึกษาที่เข้าร่วมแสดงพลัง แต่เป็นนักศึกษาบางกลุ่มบางก้อนเท่านั้นที่เข้าร่วมกับขบวนการประชาชน ..

พวกหัวขบวนกลุ่มนักศึกษาในเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ มาวันนี้ก็ไปยืนรับใช้อำนาจนายทุนซีกรัฐบาลหุ่นเชิดชุดนี้เกือบหมด บางคนไปยืนเป็นนักวิชาการริบบิ้นขาว สองไม่เอา สามไม่เอา เอาแต่กระเด้าลมไปกระเด้าลมมาไร้สาระหาประโยชน์ไม่ได้ ..เพราะอะไรจึงเป็นเช่นนั้น? ..

เด็กนักศึกษาสมัยนี้ทำไมไปยืนอยู่ข้างนักการเมืองที่คอรัปชั่นไปรับใช้ฝ่ายรัฐบาลตัวแทนของคนมีคดีความโกงชาติบ้านเมือง และ นักศึกษาทำไมต้องมาดูแคลนการเมืองภาคประชาชน ทำไมหนีห่างปัญหาของชาติบ้านเมือง แล้วไปสมสู่อยู่กับพวกเหล่าอันธพาลโพกหัวแดง เพื่อให้การสนับสนุนคนโกงชาติบ้านเมือง และ ที่หนักหนาสาหัสไปกว่านั้นก็คือ ทำไมเด็กนักศึกษาหลายๆคนตามรั้วมหาวิทยาลัยไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นในบ้านเมืองของตนขณะนี้?.. 

นักวิชาการ ๖ ตุลา บางคนก็เที่ยวไปแอบผลิตผลงานเสี้ยมสอนลูกศิษย์ให้เป็นพวกซ้ายใหม่ไร้สาระไปวันๆ สถาปนาตนเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณเยาวชนคนรุ่นใหม่ ทำให้นักศึกษาหนุ่มสาวคนรุ่นใหม่ทั้งหลายที่มีความรู้เรื่องลัทธิมาร์กซ์เพียงแค่หางอึ่งปนหางกบ เดินพล่านออกมาชี้หน้าด่าคนอื่นไปทั่วว่าเป็น พวกคลั่งเจ้า พวกคลั่งชาติ พวกไม่มีสมอง และ อวดอ้างว่าพวกตนนั้นเป็นกลุ่มคนหัวก้าวหน้า ไม่ใช่ทาส ไม่ใช่ไพร่ แต่ทำไมไม่ส่องกระจกดูพฤติกรรมตนบ้างว่าทำไมสามารถร่อนความคิดเห็นเลวร้ายต่ำๆ ได้ทุกวี่ทุกวันตามเว็บไซต์ เว็บบอร์ด โดยไม่อับอายขายหน้าในความต่ำของตน ..

ปัญญาชนที่ไหนเขาทำกัน ?...

มีนักวิชาการฝ่ายซ้ายบางท่านที่เป็นถึงลูกชายอาจารย์ดังในอดีตผู้ที่มีคุณูปการต่อการศึกษาไทยและการเมืองไทยเป็นอย่างมาก ออกมาแสดงความเป็นลูกไม้หล่นไกลต้น ประจานความอหังการ์ของตนผ่านบทความดูถูกเหยียดหยามชนชาติไทย ( คงคิดว่าตนเองนั้นฉลาดและหัวก้าวหน้านักแล )  ผมไม่ใช่คนไทยภูมิใจที่เกิดมาเป็นคนจีนปนอังกฤษ ตอนนี้ดูเหมือนจะเป็นหนึ่งในวลีเด็ดชวนขำในรอบปีเลยทีเดียว..

ถ้าท่านไม่สำนึกในความเป็นคนไทย ท่านนำพาเด็กนักศึกษาจัดกิจกรรมการเมืองในประเทศไทยทำไม ท่านมาเสี้ยมสอนเด็กไทยให้เรียนรู้ลัทธิมาร์กซ์ เลนิน ทำไม ? เพื่ออะไร ?..เพื่อประสงค์ให้เด็กมีความก้าวหน้า หรือ เพื่อผลประโยชน์อะไร ? ..

จะให้เราคนไทยเข้าใจเจตนารมณ์ของท่านไปเป็นอื่นได้อย่างไรล่ะท่านอาจารย์ !!! ? ..

.......................................

..

สังคมไทยภายหลังสงครามไทยฆ่าไทยเลิกลาไป ด้วยนโยบายเลิกแล้วต่อกันทางใครทางมันทั้งภาครัฐและภาคป่า ต่างฝ่ายต่างไปตั้งหน้าตั้งตาช่วยกันพัฒนาประเทศ ( ตกลงกันอย่างนั้น ) แยกย้ายกันไปทำมาหากิน ไปศึกษาไปเล่าเรียนต่อ ปัญญาชนเดินทางกลับสู่เมือง บ้างเดินหน้าสู่สายวิชาการ บ้างเดินหน้าไปเป็นนักธุรกิจ บ้างเดินเข้าเส้นทางการเมือง ..

นโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศหลังจากนั้นมาอีกหลายปีเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก นโยบายต่างๆมีเข็มมุ่งไปในแนวทิศทางเดียวกัน คือ ก้าวไปเป็นสังคมทุนนิยมอย่างสุดตัว ซึ่งมันเป็นภาวะขัดแย้งกันอย่างสุดๆกับสภาพความเป็นจริงในสังคมที่มีประชาชนส่วนใหญ่เป็นภาคเกษตรกรรมแบบพึ่งพา ยึดถือเศรษฐกิจแบบพอเพียงซึ่งสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างไม่เดือดร้อน มีความสุขตามอัตภาพ ไม่มีหนี้สินมากล้นพ้นตัว และ ไร้ความทะยานอยากอย่างหน้ามืดตามัวอย่างเช่นทุกวันนี้ ..

เกษตรกรชาวไร่ชาวนาไทยก่อนหน้านี้อาจจะไม่ร่ำรวยก็จริง แต่ก็สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยระบบอุปถัมภ์ นั่นคือ ต่างคนต่างมีน้ำใจช่วยเหลือเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กัน พ่อแม่ดูแลลูก ลูกดูพ่อแม่ พี่ยืมน้อง น้องยืมพี่ ญาติโกโหติกาต่างๆช่วยเหลือซึ่งกันและกันในฐานะคนในครอบครัวเดียวกัน ระบบอุปถัมภ์ภายในนี้เป็นระบบสังคมที่แข็งแรงมากๆของหมู่บ้านแต่ละหมู่บ้าน เรามีชุมชนเข้มแข็งมากมาย เรามีหมู่บ้านที่เป็นแผ่นดินธรรมแผ่นดินทองมากมาย..

..

..

วัดวาอารามได้รับการดูแลทะนุบำรุงรักษา ทุกๆวันจะมีคนเข้าไปทำบุญตักบาตร โดยทุกๆวันพระมีพุทธศาสนิกชนเข้าวัดฟังธรรมจนแน่นวัด ต่างฝ่ายต่างแบ่งปัน ชุมชนในชนบทไทยจึงเข้มแข็ง ไม่จำเป็นต้องไปพึ่งพาใคร หากโครงการหรือนโยบายรัฐไม่ไปเบียดเบียนที่ดินแหล่งทำมาหากินของพวกเขาเขาก็จะไม่มีความเดือดร้อนเด็ดขาด ร้อยละ ๘๐ ของปัญหาดั้งเดิมชาวไร่ชาวนามาจากนโยบายของรัฐบาลทั้งสิ้น ไม่รู้โครงการไหนบ้างที่รุมทึ้งรุมยำชาวนาชาวไร่จนมั่วไปหมดโดยเฉพาะแถบภาคอีสาน คนอีสานก่อนหน้านี้เคยเป็นคนอดทนอดออม มีเก็บมีกิน ..

ทุกวันนี้ชาวนาใช้จ่ายเงินเกินตัว ฟุ่มเฟื่อยสุรุ่ยสุร่ายเป็นเพราะใครไปเปลี่ยนวิถีชีวิตเขา ? มีที่นาไม่ถึงสิบไร่ก็ขายควายมาซื้อรถไถ กู้เงินมาซื้อมอเตอร์ไซค์ขับไปทุ่งนา ชาวนาต้องมาจ่ายค่าน้ำมันวันๆหนึ่งไม่รู้เท่าไหร่ ทำให้ต้นทุนการดำรงชีวิตสูงขึ้น ต้นทุนในการผลิตเพิ่มขึ้น แต่ผลผลิตประจำปีกลับเท่าเดิม อย่างนี้เจ๊งทั้งปี !! ..

............................................

..

..


ในสงครามของพวกสุนัขรับใช้ ..

การเคลื่อนไหวของขบวนการ จะเป็นไปภายใต้พื้นฐานของการ บิดเบือน ปกปิด ข้อมูลข่าวสาร ภายใต้ทฤษฎีของการใส่ร้ายป้ายสี และ สร้างข้อมูลเท็จมาดิสเครดิตฝ่ายตรงข้าม คนกลุ่มต่างๆเหล่านี้ได้เริ่มขบวนการมานานพอสมควรแล้ว ผ่านการแจกจ่าย หรือ รับมา เพื่อการดำเนินการในรูปแบบต่างๆที่แตกต่างกันออกไป ..

หลายคนได้รับเงินสนับสนุนเพื่อใช้ในการจัดตั้งฝูงชนเพื่อก่อม็อบเดินขบวนยั่วยุเพื่อให้เกิดความรุนแรง หลายคนเดินหน้าข่มขู่และทำลายล้างผู้ที่คิดเห็นต่างไปจากตน ดังจะเห็นได้จาก ปรากฎการณ์ ม็อบนรกป่วนกรุง ในกรุงเทพ ฯ หรือ แม้แต่เมื่อวันก่อนนี้กับพฤติกรรมอันกักขฬะของม็อบกลุ่มแฟนคลับดีเจวิทยุชุมชนในจังหวัดอุดรที่ไปปิดล้อมบ้านแกนนำพันธมิตรฯท่านหนึ่งและแสดงความอหังการ์ขับไล่คนที่คิดเห็นต่างจากพวกตนออกนอกจังหวัด .. 

ความรุนแรงในสังคมถูกปลุกระดมขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ปลูกฝังให้เกลียดชังอีกฝ่าย อารมณ์รุนแรงนั้นถูกปลุกขึ้นมาจากปากคำของรัฐมนตรีปากพล่อยบางคน ถูกปลุกระดมจากแก๊งค์อันธพาล จากมอเตอร์ไซค์รับจ้าง จากโชเฟอร์แท็กซี่ มีการปลุกระดมชาวบ้านอยู่ในหมู่บ้านห่างไกลแถบภาคเหนือภาคอีสาน มีการปลุกระดมอยู่ตามป่าเขา มีการซ่องสุมกำลังเพื่อเข้าทำลายล้างผู้ที่เห็นต่างและไม่สนับสนุนฝ่ายตน มีการก่อการอย่างเป็นระบบเป็นขบวนการชัดเจน มีการใช้ธงสัญลักษณ์สีแดงเพื่อสื่อความหมายบางอย่าง มีการพูดจาบจ้วงโจมตีสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างหนัก ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ..

สังคมไทยปัจจุบันวันนี้เริ่มสั่นคลอนอย่างหนัก พ่อแม่ลูก พี่น้อง ผัวเมีย ญาติโกโหติกา เพื่อนสนิทมิตรสหาย ทะเลาะกันเละเทะเรื่องความเห็นต่างทางการเมือง ลามปามไปถึงโรงเรียน มหาวิทยาลัย ระหว่างครูกับเด็กนักเรียน ระหว่างอาจารย์กับลูกศิษย์ เห็นต่างกันหนักเข้าๆ ทุกวันนี้แทบจะมองหน้ากันไม่ติด ..

สังคมอันสงบสุขสบายของเรามันหายไปไหน ? ..

ทำไมสิ่งเหล่านี้มันถึงเกิดขึ้นมาได้ในสังคมไทย ??? ..

สังคมเปลี่ยน หรือ ว่าใจคนเปลี่ยน .. และ มันเปลี่ยนไปเพราะอะไร ? ..

หลายๆคนคงนึกตั้งคำถามเหล่านี้อยู่ภายในใจลึกๆเหมือนกัน ?..

......................................

..

เรื่องราวประวัติศาสตร์การเมืองไทย ..

ทั้งที่ผ่านมาและที่กำลังจะเป็นต่อไป เรื่องราวปัญหาภายใน และ เรื่องราวจากปัญหาภายนอก จุดแข็งที่เรามีอยู่แล้ว และ จุดอ่อนที่ทุนนิยมข้ามชาติกำลังมุ่งโจมตี เป็นเรื่องที่เราควรจะหันมาให้ความสนใจกันอย่างยิ่ง ..

วันนี้เรากำลังหลงทางกับคำหลอกลวงของใครบางคนว่าเขาไม่ได้เป็นตัวแทนใคร ? ไม่เป็นหนี้บุญคุณใคร ร่ำรวยด้วยตัวเขาเอง ทำให้คนรักและศรัทธาด้วยคำพูดที่ว่าเขาต้องการช่วยเหลือคนจน ?..

มันจริงหรือ ? ..แล้วทำไมทุกเรื่องที่เขาทำลงไปมันถึงมีแต่เรื่องที่เอารัดเอาเปรียบคนจนล่ะ ..?..

น้ำมันแพง ก๊าซแพง ปุ๋ยแพง ข้าวแพง น้ำตาลแพง ของจำเป็นพื้นฐานทั้งนั้น เรามีแท่นขุดเจาะน้ำมันมากมายทำไมเราต้องจ่ายค่าน้ำมันแพงหูฉีก เราปลูกข้าวได้มากมาย กลับต้องกินข้าวราดแกงจานละ ๓๐ - ๔๐ บาท ทำไมข้าวสารมันแพงขึ้นทั้งที่ชาวนาขายข้าวเปลือกเมื่อต้นปีที่ผ่านมาได้ในราคาตันละ ๕๐๐๐ - ๖๐๐๐ บาท ปีนี้พอฝนมาชาวนาเป็นหนี้ค่าปุ๋ยบานตะไทเพราะปุ๋ยขึ้นราคาเท่าตัว ชาวนาขาดทุนก่อนจะได้ทำการหว่านไถปักดำเสียอีก ..

..

ทุกวันนี้เราเดินเข้าไปเซเว่นอีเลฟเว่นซื้อสินค้าสักชิ้นก็ต้องจ่ายภาษี ยากดีมีจนคนรวยหรือขี้ข้าก็ต้องจ่ายเท่ากัน แถมร่ำๆรัฐบาลว่าจะเก็บเพิ่มอีก ทุกอย่างเป็นเงินของพวกเราทั้งนั้นไม่มากก็น้อยมาจากหยาดเหงื่อแรงงานแรงสมองของพวกเราทั้งหมด ..ประเทศชาติเก็บภาษีต่างๆเหล่านี้ไปจากพวกเรามากมายเพียงใด ..? แล้วส่งกลับมาให้เราแค่ไหน ? ..อะไรบ้าง ? ..

ทำไมทุกวันนี้สวัสดิการชีวิตเราคนไทยมันถึงได้ย่ำแย่ขนาดนี้ เรามีโรงพยาบาลรัฐตามต่างจังหวัดที่มีสภาพเป็นเหมือนโรงพยาบาลอนาถา บางแห่งแออัดยัดเยียดกันไม่ต่างจากโรงฆ่าสัตว์ หมอก็ไม่มี หนีไปรับจ๊อบอยู่โรงพยาบาลเอกชนหมด มีแต่หมอเด็ก นักศึกษาแพทย์วิ่งรักษากันให้วุ่น ป่วยหนักเป็นโรคร้ายก็รอตายสถานเดียว ทั้งๆที่โรคต่างๆเหล่านี้มียารักษาหมดแล้ว !!

น้ำใจของรัฐบาลชุดนี้ พิสูจน์เห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้นก็จากนโยบายที่จะกีดกันการเข้าถึงยาของคนยากคนจนนี่แหละ..เราคนไทยต้องการสวัสดิการสังคมที่ดี ค่าครองชีพที่ต่ำลง เหมาะสมกับรายได้โดยรวมของเรา ไม่ใช่ให้เราอยู่อย่างเป็นทาสคอยแบกรับภาระต่างๆเอาไว้ รัฐบาลต้องช่วยเราไม่ใช่มาช่วยกันโกงกินผลประโยชน์ต่างๆของเราไปหมด ..

รัฐบาลไทยในรอบหลายปีที่ผ่านมานี้ พวกคุณทำงานรับใช้ใครกันแน่ ? ..ประชาชนหรือผลประโยชน์พวกพ้องคุณ หรือ ทำเพื่อนายของคุณที่เป็นนายทุนข้ามชาติทั้งหลายที่นั่งรอสวาปามอย่างสบายใจเฉิบอยู่ต่างประเทศ ..

เราต้องกลับมาคิดกันใหม่ !!!  วิเคราะห์กันให้ละเอียดยิ่งขึ้น !!!..

ระยะเวลา ๗ - ๘ ปี ทำไมบ้านเมืองมันถึงวิบัติได้เพียงนี้ ?..

นักการเมืองเข้ามาทำงานรับใช้ใครกันแน่ ?? ..

รับใช้ประชาชน หรือว่า รับใช้ใครกันแน่ ?? ..

ที่ผ่านมา " คนจน " ได้ผลประโยชน์จริงหรือ ??

( อ่านต่อเอ็นทรีหน้าครับ .. )

.

        ... ขอบคุณบทเพลงและภาพจากอินเตอร์เน็ท ...

โดย vincentoldbook

 

กลับไปที่ www.oknation.net