วันที่ พุธ กรกฎาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

หนังสือที่รอเจ้าของ


ฉันเชื่อว่า...
คนทุกคนกำลังตามหาหนังสือที่เขียนขึ้นมาเพื่อเขา
โดยที่ยังไม่รู้ว่าหนังสือเล่มนั้นคือเล่มไหน
และหนังสือทุกเล่มก็กำลังตามหาคนที่กำลังรอคอยมันอยู่
โดยที่ก็ไม่รู้อีกเช่นกันว่า คนคนนั้นคือใคร


และหากใครจะพูดว่าหนังสือทุกเล่มมีคุณค่า ฉันก็จะบอกว่า ฉันเห็นด้วย

เห็นด้วยจริงๆ ไม่ใช่แค่กระแดะทำเป็นเชื่อในทัศนะนานาจิตตัง เพราะเชื่อเหลือเกินว่าคุณค่าของสิ่งใดๆก็แล้วแต่ จะเกิดขึ้นเมื่อได้เจอกับผู้ที่ตามหามัน แต่น่าเศร้า ที่ไม่ใช่หนังสือทุกเล่มจะมีโอกาสได้ประกาศคุณค่าของตัวเองออกมาเช่นนั้น ไม่อย่างนั้นแล้ว ตรงหน้าฉันคงไม่มีหนังสือมากมายเท่านี้

หนังสือสภาพกลางเก่ากลางใหม่ไปจนถึงใหม่เอี่ยมยังไม่แกะพลาสติก ถูกเอามากองตรงหน้าราวๆ 30 ปก แต่ละปกมีจำนวนนับร้อยเล่ม ราคาของแต่ละเล่มก็ร้อยกว่าบาท แต่ขณะนี้ มันลดราคาเหลือเพียง 10-20 บาท หนังสือทุกเล่มกำลังรอคอยวันที่จะมีคนหยิบมันขึ้นมาเปิดอ่าน และเอ็นดูมันมากพอที่จะพากลับบ้านไปด้วยได้ เพราะการนอนอยู่ในโกดังมาเป็นเวลาหลายปีนั้น มันช่างให้ความรู้สึกไร้ค่ายิ่งนัก

เลหลัง, มันเป็นคำที่เศร้าเหลือเกินในความรู้สึก

ฉันจัดหนังสือให้ดูเรียบร้อยจนมือเขรอะไปด้วยฝุ่นที่สะสมมายาวนาน ต้องอาศัยผ้ากันเปื้อนที่สวมเป็นเครื่องแบบอยู่เช็ดปกหนังสือให้พอดูดีขึ้นบ้าง บางเล่มเป็นแบบปกซ้อนกันสองชั้น ถ้าปกชั้นนอกฉีกขาดจนดูไม่ได้ ฉันก็เก็บทิ้งเสีย เหลือแต่ปกชั้นในที่เป็นปกหนังสือจริงๆอยู่ ที่ถึงแม้จะสีสันไม่สวยเท่าปกชั้นนอก แต่ก็ทำให้หนังสือดูไม่เก่าจนเกินไป

ห้างเซ็นทรัลเวิลด์พลาซ่าเวลาเที่ยงกว่า ผู้คนเดินมากมายคึกคัก พนักงานร้านขายเสื้อผ้าข้างๆเดินโฉบเข้ามาเปิดอ่าน พนักงานบริษัทต่างๆที่เพิ่งจะทานข้าวเที่ยงกันเสร็จ ก็พากันมาเดินเลือกซื้อหนังสือ ฉันร้องบอกคนที่หันมาสนใจกองหนังสือตรงหน้านี้ว่า

“มุมนี้ หนังสือราคา 10 บาทกับ 20 บาทค่ะ”

คนที่เดินผ่านเลยไปบางคนหยุดชะงัก และเดินกลับมาเมื่อได้ยินราคาที่น่าดึงดูดใจเช่นนี้

“อะไรนะคะ ล้อเล่นน่ะ”  บางคนพูดกับฉันอย่างนี้

และอีกหลายต่อหลายคนถามว่า “ทำไมลดเยอะขนาดนี้ล่ะคะ”
ฉันเก็บคำตอบไว้ในใจ ...ก็เพราะว่ามันขายไม่ออกน่ะสิ

“มันกำลังตามหาเจ้าของค่ะพี่ เลยยอมลดค่าตัว” เป็นการพูดดยิ้มๆให้รู้สึกขำๆ
แต่หมายความว่าอย่างนั้นจริงๆ

“น้อง หนังสือเล่มนี้เหลือ 20 บาทจริงๆเหรอ” คราวนี้เป็นเสียงอันตกตะลึงของผู้ชายผมยาวคนหนึ่งที่พูดขึ้นพร้อมกับชี้ไปที่หนังสือเล่มหนึ่ง ฉันตอบรับไปว่าเขาเข้าใจถูกแล้ว

“น้องรู้มั้ยว่าพี่ตามหาหนังสือเล่มนี้มานานมาก พี่หามาแล้วเกือบทุกร้าน เขาบอกว่าเล่มนี้ไม่มีในสต็อกแล้ว ส่งคืนสำนักพิมพ์ไปหมดแล้ว นี่พี่ไม่รู้จะไปหาที่ไหนแล้วเนี่ย”

เขาเล่าด้วยน้ำเสียงรัวเร็ว ทำหน้าปั้นยากแล้วพูดต่อว่า

“แล้วน้องเข้าใจพี่มั้ย คือพี่มาเจอมันอีกทีมันเหลือ 20 บาทน่ะ”

สำหรับเขาแล้ว คุณค่าของหนังสือเล่มนี้คงสูงกว่ามูลค่าของมันมากมายเลยทีเดียว ฉันคิดในใจ แล้วตอบเขาไปว่า

“เล่มนี้คงวางอยู่บนชั้นในร้านเขามานานมากแล้วน่ะค่ะ เขาเลยส่งคืนสำนักพิมพ์”

เขาพูดต่อไปอีกว่า “ใช่ๆ พี่เข้าใจ แต่มัน.. พี่ว่ามัน เอ่อ.. มันไม่ถูกเกินไปหน่อยหรือ สำหรับหนังสือดีๆอย่างนี้”

“ใช่เลยค่ะพี่ หนูเองก็รู้สึกอย่างนั้น ที่เขาตั้งราคามาแบบนี้ หนูก็ปวดหัวใจเหมือนกัน”

ฉันได้ยินตัวเองตอบออกไปอย่างนั้น
ซึ่งไม่ได้เกินไปจากความเป็นจริงเลย

หนังสือเหล่านี้ บางเล่มขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ใครเดินเข้ามาเป็นต้องหยิบขึ้นมาเปิดดู แล้วก็ได้กลับบ้านไปพร้อมเจ้าของใหม่ บางเล่มมีปกที่แสนจะดึงดูดใจ แต่คนเปิดดูแล้วก็วาง แล้วก็ยังมีบางเล่มที่แม้จะมีราคาเพียง 10 บาท แต่ก็ยังไม่มีใครอยากแม้แต่จะหยิบขึ้นมาพลิกดู
แปลกไหม ที่ฉันรู้สึกเศร้าใจแทนหนังสือเหล่านั้น

ฉันเชื่อว่า...
หนังสือทุกเล่มควรจะมีเจ้าของที่เหมาะสม
เพียงแต่ว่า เมื่อไหร่จะหากันจนเจอเท่านั้นเอง
แล้วฉัน จะนำพวกเขามาเจอกันได้อย่างไร

หน้าปกที่ไม่ดึงดูด อาจไม่ชวนให้ใครหยิบมันขึ้นมาเปิดอ่าน ก็ฉันเองนี่แหละ ที่จะต้องเป็นปากเป็นเสียงให้พวกมัน บางเล่มในจำนวนนั้น ฉันก็รู้จักมันดีเพราะเคยอ่านมาแล้วและสามารถพูดถึงมันได้เป็นฉากๆ ในขณะที่บางเล่มฉันอธิบายอะไรได้ไม่มากไปกว่าคำจำกัดความสั้นๆที่จำมาจากใบรายชื่อหนังสือเท่านั้น มันช่างน่าน้อยใจแทนหนังสือพวกนั้นเสียจริง

วันต่อมาฉันจึงไปถึงที่บูธค่อนข้างเร็ว เพื่อศึกษาหนังสือที่ยังไม่รู้จักให้ได้มากที่สุด แล้วก็ได้พบว่า หนังสือที่เหลือเยอะที่สุดนั้น กลับกลายเป็นหนังสือที่มีความหมายลึกซึ้งที่สุด ซึ่งการพลิกดูอย่างผ่านๆนั้น ไม่อาจจะอธิบายความพิเศษของมันได้เลย อีกทั้งหน้าปกมันก็ไม่ได้ดึงดูดสายตาเพียงพอเสียด้วย น่าเสียดายที่เมื่อวานนี้ ฉันไม่ได้แนะนำคนอ่านให้รู้จักกับหนังสือเล่มนี้เท่าไหร่นักเพราะความที่ตัวคนขายเองก็ยังไม่รู้จักมันเลย

จะมีกี่คนหนอที่กำลังตามหาหนังสือเล่มนี้อยู่ แต่กลับมองเลยมันไป เพียงเพราะเขาไม่รู้ว่ามีอะไรอยู่ในนั้น

น่าเศร้าใจที่หนังสือหลายเล่มถูกมองข้าม และอีกหลายๆเล่มต้องเผชิญกับสภาพผิดฝาผิดตัวกับคนอ่าน โดยเฉพาะในกระบะลดราคา ที่คนซื้อและคนขายมักจะไม่คิดอะไรมาก บางคนก็ซื้อๆไปเพราะราคามันถูก แต่เอาเข้าจริงกลับไม่ได้อ่าน ในขณะที่บางคนซึ่งกำลังตามหามันอยู่ กลับไม่ได้เลือกหยิบมันไป

มันคงจะดีกว่ามาก ถ้าคนซื้อหนังสือนั้น ซื้อไปเพราะคุณค่าที่มันมีต่อเขา ไม่ใช่ซื้อไปเพราะราคานั้นแสนถูกราวกับได้เปล่า ฉันจึงพยายามที่จะทำความเข้าใจหนังสือเหล่านั้นให้ได้มากเท่าที่มากได้ เพื่อจะได้หาเจ้าของที่เหมาะสมที่สุดให้กับพวกมัน

และวันนั้นหนังสือทุกเล่มก็ถูกขายจนหมดเกลี้ยง

เพราะฉันเชื่อว่า...
คนทุกคนต่างก็กำลังตามหาหนังสือบางเล่ม
และหนังสือทุกเล่มต่างก็กำลังตามหาคนบางคนเช่นกัน



เสี้ยวตะวัน พระจันทร์ข้างฝา -- เรื่อง

โดย เสี้ยว

 

กลับไปที่ www.oknation.net