วันที่ พุธ กรกฎาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ขอม : คำสาปพันปี...!


                    ผู้คนส่วนใหญ่ตามแถบถิ่นภาคอีสานมีความเชื่อเกี่ยวกับ"ขอม"ว่า ถ้าใครจะเอ่ยถึงขอมด้วยเรื่องใดก็ตามต้องระวังวาจาให้ดี ไม่เช่นนั้นต้องเตรียมตัวรับความวิบัติ  เพราะขอมมีอำนาจวิเศษ สามารถบันดาลโทษทัณฑ์แก่ใครก็ได้โดยไม่มีเงื่อนไขและยากต่อการระงับความรุนแรง

            

            ชนชาติขอมไม่ใช่เผ่าพันธุ์เดียวกับชาวเราสยาม-ลาวอย่างแน่นอน  แม้ขอมจะไม่ใช่ผีโขมดหรือภูตผีลี้ลับก็ตาม  แต่ทว่า  เรื่องราวที่ตกทอดมาหลายชั่วอายุคนนั้นเป็นยิ่งกว่าคำขู่ที่ตอกย้ำความเชื่อต่ออาณาจักรขอมซึ่งไม่เคยหวั่นไหวแม้กาลเวลาจะผ่านพ้นไปนานเท่าไรก็ตาม  ดังนั้น  พวกเรา-มนุษย์รุ่นหลังจึงมีความเป็นอยู่เสมือนตกอยู่ในวงล้อมของอำนาจขอม-คำสาปพันปี  โดยเฉพาะปีที่ฟ้าฝนแปรปรวน  ผู้คนในหมู่บ้านต่างตกอยู่ในความเงียบเหงา  อ้างว้าง สิ้นหวัง และหวาดผวาต่อชะตากรรมที่อาจพรัดพรากจากแดนมาตุภูมิในเร็ววัน

                   

            อย่างไรก็ตาม ในห้วงยามวิกฤตนั้น  ชาวบ้านสามารถเชื่อมโยงความสัมพันธ์กับอำนาจขอมด้วยการนอบน้อมค้อมกายลงต่ำ  หมอบคลานลงแนบพื้น เซ่นสรวงด้วยข้าวตอก ดอกไม้ อาหารคาวหวาน  อีกทั้งถวายบทสวดร้อยกรองชั้นสูง  เสียงร่ายมนต์ของผู้เฒ่าประจำถิ่นเย็นยะเยือกในทุกอณูเนื้อความรู้สึก  โดยหวังว่าพิธีกรรมนั้นจะช่วยให้พญาขอมพอพระทัย  แล้วขับไล่อาถรรพ์ภัยพิบัติ ทุภิกขภัยให้พ่ายพ้นไปจากแผ่นดินที่ราบสูง

           แหล่งพำนักของขอมปรากฎอยู่หลายแห่งรอบหม่บ้าน  เนินดินขนาดใหญ่ด้านทิศตะวันออกหมู่บ้าน ซึ่งมีเศษซากศิลาแลงกองระเกะระกะทั่วไป หรือไกลออกไปเชิงบรรพตที่มากมายไปด้วยกองศิลาแลงสีชมพูหลายขนาด  แต่ละก้อนสลักเสลาลายแมกไม้นานาพันธ์  นางรำแห่งพระศิวะ ใบหน้าโบราณ  ตลอดทั้งรูปเคารพที่น่าเกรงขาม  ซากสถาปัตยกรรมมหึมาเหล่านั้นไม่อาจกอบกู้ขึ้นด้วยการโหมแรงขององค์กรระดับท้องถิ่นหรือระดับหัวเมืองที่ถูกบั่นทอนมโนภาพเสียจนแห้งกรัง...

             

            กระนั้น, ชิ้นส่วนและลวดลายที่เหลือยู่ย่อมเพียงพอที่จะช่วยกอบกู้เอาภาพในอดีตขึ้นมาต่อเติม  เสริมสร้างความเข้าใจถึงที่มาที่ไปของสิ่งเหล่านี้ ประติมากรรมเหล่านั้นคือผลิตภัณฑ์แห่งศรัทธาของ"นาค"นั่นคือ..นรชนผู้มีความชำนาญที่ค่อย ๆ สั่งสมประสบการณ์ขึ้นด้วยความรักและความอดทน  มิใช่ผลผลิตที่มุ่งผลตอบแทนในรูปของเงินตราหรือคำสรรเสริญทางการตลาดที่มุ่งหน้าไปสู่การแสวงหาผลกำไร  เนื่องจากผิวแผ่นศิลาแลงมหึมาอุดมไปด้วยร่องลึกลายลอยตัวขึ้นด้วยวิญญาณเชิงช่างชั้นสุงสุด   ศักยภาพของผู้เนรมิตดำเนินไปด้วยความสอดคล้องระหว่างกายและจิต  ทุกสัดส่วนของเนื้องานจึงกลมกลึง  มีจิตวิญญาณ  แม้กระทั่งท่อนแขนนางอัปสรที่แตกหักยังเริงร่าอยู่ท่ามกลางเสียงเพลงพิณแม้ไร้ร่างผู้บรรเลง

            

             รูปทรงปราสาทหินพังพินาศลงด้วยแรงกระหน่ำของกาลเวลา  ชิ้นส่วนทั้งหลายถูกทอดทิ้งอยู่ตามเนินดินและเชิงเขาราวกับบอกการจบสิ้นของอาณาจักรขอมที่เคยเรืองอำนาจ  มองผิวเผิน แผ่นหินพร้อมลวดลายอาจเป็นเพียงอะไหล่เก่าแก่ทางวัฒนธรรมซึ่งไม่อาจเชื่อมโยงเป็นเนื้อเดียวกับลมหายใจของผู้คนในวันนี้  นอกจากเป็นส่วนประกอบทางพิธีกรรมที่นับวันสลับซับซ้อนและพิศดารด้วยอำนาจการปกครอง  การเมืองและการค้าขายเท่านั้น

           ทว่า,บทจารึกบนแผ่นศิลาแลงที่เป็นเพียงส่วนประกอบพิธีกรรมดังกล่าวนั้น แท้จริงแล้ว    อักขระโบราณเหล่านั้นไม่เพียงแต่ยังมีลมหายใจอยู่เท่านั้น  แต่ยังส่งเสียงสาปแช่งอยู่ในสนธยากาล

          "คนเหล่าใดที่ทำลายหรือชิงเอา ซึ่งที่ดินที่กัลปนา(ที่ดินบริจาค)โดยชอบธรรมนี้  ขอให้คนเหล่านั้นไปสู่นรกตราบเท่าที่พระจันทร์และพระอาทิตย์ยังคงมีอยู่  ส่วนคนเหล่าใดช่วยกันทำนุบำรุงดูแล ซึ่งที่ดินกัลปนาโดยชอบธรรมนี้  ขอให้คนเหล่านั้นไปสู่สวรรค์ ตราบเท่าที่พระจันทร์และพระอาทิตย์ยังคงมีอยู่"

         กระทั่งปัจจุบันกาล  ผองนรชนรุ่นหลังก็ไม่อาจข้ามพ้นเงาขอม-คำสาปพันปีนั้น 

                             

โดย ครูเอก

 

กลับไปที่ www.oknation.net