วันที่ อาทิตย์ กรกฎาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

หญิงนี้ที่ไม่ได้แลกมาด้วยหมา ๑๕


๑๕.เพื่อนในกระเป๋า

       ก็ใช่หรอกที่ทรูกานินีในร่างของคุณนายแดงหยิหวากวักมือเรียกเขาอยู่ไหว ๆ

      แต่นั่นไม่ใช่แม่เหล็กที่มีแรงดึงดูดให้คนอย่าง จารย์  จอห์น เดินตามต้อย ๆ หรอก และหากว่ามันเป็นแม่เหล็กจริง แต่เขากลับไม่ใช่เหล็กที่จะวิ่งหาแม่ตามแรงดึงดูด  เพราะเขาคือหินผา  หานำพาต่อแรงของแม่เหล็กไม่

     เป็นหินผาที่มีหัวใจ  และเป็นหัวใจที่ช่างอ่อนไหว

     อ่อนไหวไปกับความน่ารัก ราวกับดอกไม้สีทองของคนร่างเล็ก ที่มีใบหน้าสีเหลือง  นัยน์ตาดำขลับ  จมูกพองามไม่โด่งสุดอย่างชาวผิวขาว  และไม่แบนบานอย่างชาวพื้นเมืองของออสเตรเลีย

     มันเป็นความกระจ่างจุดเล็ก ๆ บาง ๆ เห็นลิบ ๆ อยู่ระหว่างสีดำกับสีขาว  อยู่ระหว่างความมืดกับความสว่าง    มันมีมนต์เสน่ห์ลึกล้ำ ในหัวใจ  วนเวียนในความฝันของเขาชายร่างใหญ่แต่มีหัวใจดวงน้อยอย่าง จารย์ จอห์น  อยู่มิรู้สร่างซา

    ลูกศิย์ทั้งหลายที่เขาให้ความเอ็นดูสนิทสนมเป็นพิเศษจึงล้วนเป็นเชื้อสายเผ่าพันธุ์ทางเอเชีย ทั้ง ไทย จีน แขก ญวน

    ก็อย่างกรณีที่เกิดขึ้นกับ อ้อยหวานใจสาวน้อยหน้าแฉล้มที่เดินก้มหน้างุด ๆ ไปในกลุ่มที่เขาติดตามอยู่นั้นไง ทุกครั้งที่ได้พบเจอเขาก็แทบโผเข้าไปกอด ด้วยเอ็นดู   ก็เพียงเท่านั้น  แต่เจ้าหล่อนกลับหาว่าเขาช่างหยาบคาย ร้ายกาจ และร้องแรกแหกกระเฌอ โวยวาย หวีดหวาด  อาละวาดจนเขาแทบอยากหักคอเจ้าหล่อน

     แรงดึงดูดให้เขาติดตามในครั้งนี้  จึงไม่ใช่แม่ทรูกานินีที่กวักมือเรียกอยู่ไหว ไหว  แต่กลับเป็นคนทั้งกลุ่มซึ่งมีตั้งแต่ผู้สูงวัยหัวใจสดชื่น ลงไปจนถึงสาวน้อยวัยใสที่เพิ่งย่างก้าวเข้าเรียนโรงเรียนไฮสกูลเป็นปีแรก

    ผู้นำหน้าขบวนพาเหรดนี้คือ อลัน สามีของสายคำ  ตามติดด้วยสองย่า หลาน มีคุณนายแดงหยิหวากับสายคำเดินอยู่ท้ายสุด  ครั้นแหวกม่านผู้คนมาจนถึงบริเวณที่เป็นตลาดผักสด ผลไม้  สายคำก็ร้องไปบอกอลัน ว่าให้พาทุกคนไปที่  เซนต์ เดวิดส์ พาร์ค  ก่อน  ตัวเองจะแวะซื้อผักสด  ว่าแล้วดึงแขนคุณนายแดงหยิหวา แยกตัวออกไป  ไม่ฟังเสียงบ่นกระปอดกระแปดของดอลลี่ที่ดังออกมาจากระเป๋าใบเก่ง

       "แต่ว่า..."  คุณนายอ้าปากจะคัดค้าน  มองตามชาวคณะที่หายไปลิบ ๆ ในกลุ่มคนด้วยสายตามีกังวล  เลยถูกสายคำตัดบทว่า อย่าห่วงเลย มีอลัน และนพดาราผูไม่กลัวอะไรอยู่ในขบวนแล้ว  เธอจึงยอมตามสายคำไปโดยดี

    ตลาดผักสดจากสวนแห่งนี้ เป็นแหล่งใหญ่ที่มีพืชพันธ์พื้นบ้านเอเชียมาวางขาย  เป็นผักสด ๆ จากสวนในทัสมาเนียที่ชาวเขมร ลาวม้ง และญวนปลูกมาขาย  เขาเหล่านี้อพยพมาอยู่ในทัสมาเนียเมื่อหลายปีก่อนช่วงบ้านเมืองของตนเปลี่ยนแปลงการปกครอง  นักบริโภคอาหารเอเชียคือลูกค้าประจำ  รวมทั้งร้านอาหาร ไทย จีน แขก ล้วนอาศัยผลิตผลของชาวสวนผู้ขยันขันแข็งเหล่านี้ที่ปลูกตั้งแต่พริก มะเขือ หอม กระเทียม ผักปรุงรสทั้งหลายไปจนถึงแตงกวา แตงไทย ถั่ว ข้าวโพด

     รัฐทัสมาเนียเป็นรัฐที่ถือได้ว่ามีธรรมชาติสวยงามแตกต่างชวนพิศวงหลงใหล  มีน้ำสะอาด และอากาศบริสุทธิ์  ชาวทัสมาเนียนจึงต้องการคงความสวยงามบริสุทธิ์นั้นไว้  จึงมีกฏเกณฑ์ห้ามนำพืชผักผลไม้เข้า แม้แต่นำมาจากรัฐอื่น ๆ ในออสเตรเลียก็ตาม  ผักสดที่มีขายในตลาดนี้จึงเป็นผักจากสวน  ในทัสมาเนียเอง  ด้วยสภาพแวดล้อมที่แตกต่าง พืชผักบางชนิดต้องประคบประหงมใน ฮอทเฮ้าส์จึงจะมีขายตลอดปี ราคาจึงแพง สร้างรายได้งาม ๆ ให้ผู้ปลูกไม่น้อยเลย

     สายคำชวนคุณนายแดงหยิหวามาด้วยกันเพื่อเป็นลูกน้องช่วยหอบหิ้วโดยแท้  เพราะแม่ค้าแม่ขายที่นี่ขี้ตระหนี่ถุงพลาสติคมาก  แม้แต่ผักต้นยาว ๆ ก็ยังใช้กระดาษห่อให้หอบกันไปพะรุงพะรัง  แต่คุณนายก็หอบตามหลังสายคำด้วยความเต็มอกเต็มใจ  ภาพนี้หากเผยแพร่ไปในเมืองไทย  ท่านรัฐมนตรีนพดลคงถูกวิจารณ์หนักแน่

    ทันใดนั้น !!  ขณะที่สายคำกำลังเลือกซื้อข้าวโพดฝักงาม ๆ และเว้าลาวจ้อย ๆ อยู่กับคนขายอยู่นั้น  ก็มีเสียงดัง ออด ด ด ด ... ออกมาจากกระเป๋าที่หนีบอยู่ใต้วงแขน 

   เสียงดังยาวเหยียดเหมือนเสียงหวอสัญญาณเตือนภัย  ทำให้แม่ค้าขี้ตกใจคนนั้นกระโดดตัวลอยขึ้นไปอยู่บนร้านแผงลอยที่เต็มไปด้วยผักหญ้าประดามีมาขายของตน  แล้วผักทั้งแผงก็เทกระจาดลงมา  ตัวแม่ค้าร้องลั่นเพราะลื่นไถลลงไปนอนแอ้งแม้ง และชนคนที่กำลังเลือกซื้อของอยู่หลายคนให้ล้มระเนนระนาดลงไปด้วยกัน จนเกิดโกลาหลขึ้นทั้งตลาด

    สายคำพยายามหยุดดอลลี่แต่ไม่เป็นผล  ร้อนถึงทรูกานินีต้องมาดึงกระเป๋านั้นไปจัดการเสียงจึงเงียบลง  แต่สองหญิงชาวไทยก็กลายเป็นจุดสนใจของใคร ๆ จนต้องแจวอ้าวออกจากที่นั่นด่วนจี๋  ฉุดดึงแขนกันแหวกผู้คนออกมาไกลโข  จนถึงสนามหญ้าหน้าตึกรัฐสภา  ที่มีผู้คนมากมายนั่งพักผ่อนวันเสาร์ อยู่เป็นกลุ่ม ๆ ทรูกานินีพาสายคำไปนั่งลงเหยียดยาวอยู่ข้างน้ำพุที่สาดสายไหลเป็นม่านบังตาผู้คน

    "ทำอย่างนี้ไม่ได้นะดอลลี่  ถ้าตำรวจมาเห็นเข้า และเอาตัวฉันไปเข้าคุกแล้วจะทำอย่างไร"

    สายคำเสียงดังด้วยความโมโห  ส่วนคุณนายแดงหยิหวาตอนนี้หน้าเป็นทรูกานินีไปแล้วจริง ๆ เพราะทั้งซีด ทั้งเขียว

   "ฉันเสียใจนะสายคำ"  ดอลลี่ส่งเสียงแผ่ว ๆ แว่ว ๆ ออกมาอย่างเสียใจจริง ๆ ทำให้สายคำใจอ่อนลงเหมือนทุกครั้งที่ดอลลี่ทำให้สงสาร

   "แต่ฉันก็ทนไม่ได้ที่เธอเอาแต่โอ้เอ้  พูดคุยจ้อแจ้อยู่กับพวกแม่ค้า เสียเวลา  เธอก็รู้  และได้สัญญาแล้วนี่ว่ามาที่นี่แล้วจะไปที่สุสานข้าง ๆ เซนต์ เดวิดส์พาร์ค  ฉันอยากเที่ยวหาร่องรอยของแม่ ก่อนที่ถึงเวลา ชาวคณะจะกลับบ้านกันน่ะ"

    "ฉันรู้และฉันก็เคยสัญญาแล้ว ..."

     สายคำช่างอ่อนอกอ่อนใจกับเพื่อนในกระเป๋าของเธอเต็มที  ทรูกานินีในร่างคุณนายแดงหยิหวาจึงเอ่ยสนับสนุนดอลลี่ด้วยความเห็นใจเช่นกันว่า

     "เราไปที่นั่นกันเดี๋ยวนี้ก็ดีนะสายคำ  ฉันเองก็อยากไปเยี่ยมคิงบิลลี่ที่สุสานนั้นสักทีเหมือนกัน  ไปที่นั่นก่อนแล้วค่อยย้อนขึ้นบนเนินที่ชาวคณะเขารออยู่ก็แล้วกัน"

     "นั่นซี นั่นซี"

     เพื่อนในกระเป๋าของสายคำร้องขึ้นอย่างกระตือรือร้น  สายคำที่อ่อนใจอยู่ก็กลับกลายเป็นใจอ่อนขึ้นมาแทนจึงลุกขึ้นเดินนำหน้ามุ่งตรงไปที่จุดหมายทันที  โดยมีเสียงไชโยโห่หิ้วดีอกดีใจของดอลลี่ดังขึ้นในกระเป๋าจนใคร ๆ หันมามอง

     "ช่างเถอะเป็นอีสาวทรานซีสเตอร์พกวิทยุฟังเพลงไปด้วยไม่เห็นแปลก"

    สายคำบอกเพื่อนสาวสองหัวใจแล้วออกเดิน

                                               0000000

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

       

   

โดย เอื้อยนาง

 

กลับไปที่ www.oknation.net