วันที่ ศุกร์ เมษายน 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

พาเที่ยว ฟูกูโอกะ - ฮิโรชิมา ** วันที่ 1 ตอนที่ 1 ** แล้วก็ถึง ฟูกูโอกะกันเสียที


เอาละคะ ได้เวลาเดินทางกันเสียที หลังจากส่งลูกๆเข้านอน ดิฉันและหวานใจ ก็ขับรถไปสนามบินสุวรรณภูมิ คืนวันที่ 18 เมษายน บ้านเราอยู่แถวๆ สามเสน ขับรถไปใช้เวลาไม่ถึง ครึ่งชั่วโมง เราเอารถไปจอดที่อาคารปกติ เสียค่าจอดวันละ 250 แน่ะ ไม่กล้าไปจอดอาคารจอดรถระยะยาว มันไกล แล้วก็ไม่แน่ใจในความปลอดภัย รู้สึกว่าจะเป็นวันะละ 140 บาท (ใครเคยมีประสบการณ์ไปจอด ช่วยเล่าทีนะคะ ว่ามันปลอดภัยหรือเปล่า)


ไปถึงที่เคาน์เตอร์ F ซึ่งเป็นเคาน์เตอร์ของ บางกอกแอร์เวย์ เวลาประมาณ 22.30 น. โล่งมากเลยค่ะ ไม่มีคนเลย ได้พบกับผู้ดูแลการเดินทาง พาเราไป load กระเป๋า หลังจากนั้น ก็เลยไปหาอะไรทาน แล้วก็เิดินเข้าไป คิดว่าทุกคนคงพบกับรูปนี้นะค่ะ เอ้าเริ่มต้นถ่ายรูปกันเลย 1..2..3...แชะ







พวกเราเดินเข้าไปรอที่ gate แล้วก้เริ่มได้พบกับ เพื่อนร่วมทัวร์ แต่ละคน มีอาการง่วงหงาวหาวนอนกัน เนื่องจากเครื่องจะออกตอนตี 1 กรุ็ปของเรามีประมาณ 26 คน ซึ่งก็เห็นคนรออยู่แค่นั้น มีญี่ปุ่นอีกประมาณไม่เกิน 5 คนเท่านั้น เครื่องบินเที่ยวนี้ จึงถือได้ว่า่ เป็นเที่ยวบินส่วนตัวของพวกเราจริงๆ พอขึ้นเครื่อง กัปตันเอาเครื่องออกก่อนเวลาประมาณ 10 นาที แล้วก็แจ้งว่า เราจะใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมงครึ่ง ค่อนข้างเร็ว เนื่องจากเราจะบินตามลม พอเครือ่งขึ้นถึงระดับ พวกเราก็ได้ upgrade กลายเป็น first class กันเลย เนื่องจากคนน้อยมาก เครื่องบินแบ่งเป็น 2 แถวซ้ายขวา แถวละ 3 ที่นั่ง พวกเรา ก็นั่งคนละแถว เอาหมอนมาเรียงๆกัน ขอผ้าห่ม แล้วก็เริ่มนอนกันทันที นอนแบบเหยียดขา ยาวตามเก้าอี้ทั้งแถว สบายมากค่ะ ไม่เคยนั่งเครื่องบินสบายแบบนี้มาก่อนเลย จำได้ว่า ดิฉันมารู้สึกตัวอีกที ก็คือ แอร์มาสะกิดขา ให้ขึ้นมารับประทานอาหารเช้า พอกินเสร็จ กัปตันก็บอกว่า กำลังจะเอาเครื่องลงแล้ว ดีค่ะ ดิฉันพร้อมจะเที่ยวแล้วค่ะ

เครื่องมาถึงฟูกูโอกะ ประมาณ 7.30 น. ก่อนเวลาเล็กน้อย กัปตันแจ้งว่า พวกเราต้องอยู่บนเครื่องกันก่อน เนื่องจาก ตม.ของฟูกูโอกะ จะมาทำงานตอน 7.45 น. ขี้เกียจจริงๆนะ ไม่เห็นเหมือนเมืองไทยเลย ทำงานตลอด 24 ชม. สะดวกกว่าตั้งเยอะ รู้สึกรักเมืองไทยขึ้นมาอีกหน่อย พอได้เวลา ก็ลงจากเครื่อง เดินเข้าไปให้ ตม.ของญี่ปุ่นตรวจ ก็ผิดหวังอีกเล็กน้อย เขาจัดพนักงานไว้ตรวจชาวต่างประเทศ แค่ 2 คน ส่วน ชาวญี่ปุ่น จัดไว้ 4 คน ทำให้เราต้องเข้าแถวกันยาวมาก แล้วก็แต่ละคน ตรวจนาน ผิดกับแถวของชาวญี่ปุ่นเอง ที่คนตรวจเยอะ แล้วตรวจไม่นาน แถวจึงหมดไปอย่างรวดเร็ว พวกเราเสียเวลารอตรวจของ ตม. อยู่ประมาณ 1 ชั่วโมงเชียวค่ะ แล้วคิดดูนะคะ ตอนเช้าๆ หลังอาหารเนี่ย มันควรเป็นเวลาทำอะไร....เวลา..หนักค่ะ ดิฉันกับสามี ยืนบิดไปบิดมาอยู่คะ แล้วตรงนั้นก็ไม่มีห้องน้ำเสียด้วย ต้องผ่านเข้าไปก่อนถึงจะมี และแล้ว ก็มีโชคจนได้ พอแถวคนญี่ปุ่นหมด ก็มีพนักงาน ตม.คนหนึ่งย้ายมาช่วย ทำให้เร็วขึ้นมาหน่อย พอผ่านเข้ามาได้ ก็ไปรับกระเป๋า พวกเราบางคนถูกตรวจกระเป๋าด้วยค่ะ เขาสุ่มตรวจบางคน แต่ก็ไม่มีปัญหาอะไร พอออกมา ก็รีบไปเข้าห้องน้ำกัน เกือบไม่ทันแน่ะ แล้วเราก็เดินขึ้นรถที่มารับที่สนามบิน เพื่อเริ่มเที่ยวกันเลย สถานที่แรกที่จะไปกันก็คือ Huis Ten Bosch

นั่งไปบนรถ ชมทัศนียภาพของเมืองฟูกูโอกะ เป็นเมืองที่สะอาดสะอ้าน เป็นระเบียบดี สมกับเป็นเมืองน่าอยู่ติดอันดับโลก แล้วพวกเรา ก็ได้พบกับ ไกด์คนเก่ง ที่จะพาเราเที่ยวไปตลอดทริป ไกด์คนนี้เป็นผู้ชาย พูดเก่งมาก รวมทั้งมีความรู้มาก เขาสามารถพูดได้ตลอดเส้นทาง โดยพูดเรื่องโน้น ต่อด้วยเรื่องนี้ เพลินมาก จนบางช่วงถึงกับเผลอหลับไป เหมือนเด็กนั่งฟังนิทานแล้วก็หลับไป รถแวะกลางทางให้เข้าห้องน้ำ แล้วก็ให้ยืดเส้นยืดสาย ดิฉันเลยถือโอกาส แวะร้านทีปั๊มน้ำมัน แล้วของอย่างแรกที่ได้ซื้อในญี่ปุ่น ก็คือ ไอสครีมรสชาเขียว อร่อยดีคะ รสออกค่อนข้างหวาน แต่ก็มีชาเขียวที่เข้มข้นดี แท่งหนึ่ง ราคา 300 เยน ก็ประมาณ 90 บาทค่ะ

ใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมง เราก็มาถึง Huis Ten Bosch เอารูปด้านหน้ามาฝากก่อนนะค่ะ ที่นี่เป็นสถานที่เช่นไร เดี่ยวตอนหน้ามาติดตามกันนะคะ.....

ปล.ใครยังไม่ได้อ่านตอนที่แล้ว ดิฉันรวม link ไว้ให้แล้วค่ะ

พาเที่ยว ฟูกูโอกะ - ฮิโรชิมา ** บทนำ **

พาเที่ยว ฟูกูโอกะ - ฮิโรชิมา ** เตรียมตัวก่อนเดินทาง **



โดย FutureMom

 

กลับไปที่ www.oknation.net