วันที่ อังคาร กรกฎาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

จดทะเบียนพระวิหาร อวสาน !! นพดล


      รัฐบาลกัมพูชาบรรลุเป้าหมายทางการเมืองแล้ว ด้วยความเพียรพยายามมาหลายปีที่จะยื่นขอจดทะเบียนประสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก หลังจากที่คณะกรรมการมรดกโลก ยูเนสโก ให้การรับรองเมื่อวานนี้ด้วยการหนุนช่วยของประเทศมหาอำนาจ (๗) แต่รัฐบาลไทยกลับอาการน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะนายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ผู้ลงนามในแถลงการณ์ร่วมสนับสนุนกัมพูชา

      เนื่องเพราะประเด็นการประกาศให้ปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกนั้น ได้กลายเป็นประเด็นปัญหาข้อพิพาทเรื่องดินแดน จนกระทั่งก่อให้เกิดความรู้สึกร่วมในหมู่ประชาชนในเรื่องของความรักชาติ อันนับเป็นเรื่องที่อ่อนไหวอย่างยิ่ง เมื่อพิจารณาประกอบกับบทบาทของนายนพดล ในการเป็นปากเสียงให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ผ่านมาแล้ว คำอธิบายของนายนพดลก็แทบไร้ความหมาย

       กัมพูชา ดำเนินการเคลื่อนไหว ผลักดัน ให้ปราสาทพระวิหาร ซึ่งศาลโลกตัดสินให้เป็นของกัมพูชา เพื่อขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกมายาวนานหลายปี

      รัฐบาลไทยก่อนหน้านั้นก็รับรู้มาตลอด การประชุมคณะกรรมการมรดกโลกครั้งที่ ๓๑ (๒๓ มิถุนายน - ๒ กรกฏาคม ๒๕๕๐) ณ เมืองไคร์สเชิรช์ ประเทศนิวซีแลนด์ ในห้วงรัฐบาลพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ประเทศไทยก็ให้การรับรองอย่างแข็งขันในเรื่องนี้ แต่ปัญหาสำคัญที่สุดวันนี้ หาใช่ประเด็นการรับรองหรือให้การสนับสนุนกัมพูชาไม่ แต่เป็นปัญหาในเชิงภาพลักษณ์ทั้งในระดับนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และนายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ที่สังคมเชื่อว่าเป็นเพียงตัวแทนอำนาจของอดีตนายกรัฐมนตรีเท่านั้น

       คำถามสำหรับนายนพดล ปัทมะ กระหึ่มขึ้นมานับจากที่นายนพดล ทำหน้าที่ทนายแก้ต่าง และโฆษกส่วนตัวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ระหว่างที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ยังพำนักอยู่ในต่างประเทศ ถึงแม้ว่านายนพดล จะอธิบายว่าเป็นการทำงานตามวิชาชีพของเขา แต่เมื่อมีการก่อตั้งพรรคพลังประชาชนและนายนพดล เข้าดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการพรรค จากนั้นก็ทะยานไปยังตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอย่างไร้คู่แข่ง สังคมจึงต้องมีข้อกังขาในการเข้าสู่อำนาจด้วยการสนับสนุนของหัวหน้าพรรคพลังประชาชนตัวจริง

        ฉะนั้น เมื่อหัวหน้าพรรคตัวจริงมีโครงการธุรกิจ มีผลประโยชน์ที่ซ่อนเร้นอยู่ในกัมพูชา การไปเกี่ยวข้องอย่างกระตือรือล้นในเรื่องปราสาทพระวิหาร จึงเสมอกับการตอบแทนบุญคุณของคนบางคน

        หากตีความเคร่งครัดตามหลักดินแดน และกฏหมายระหว่างประเทศ การขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก ย่อมมิใช่การเสียดินแดน เพราะตัวประสาทพระวิหารนั้นเป็นกรรมสิทธิ์ของกัมพูชาอยู่แล้ว ส่วนการตั้งข้อสังเกตุในปัญหาของอนาคตก็เป็นเรื่องที่อาจคาดเดาได้ต่างๆนานา

      แต่ถึงกระนั้น ความเคลือบแคลงสงสัยในตัวนายนพดล ปัทมะ ที่เข้าไปเกี่ยวข้องอย่างกระตือรือล้น ปกปิด และส่อพิรุธหลายประการ ก็เป็นปัญหาในเชิงจริยธรรม ที่นายนพดล ต้องตัดสินใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อศาลรัฐธรรมนูญลงมติด้วยคะแนนเสียง ๘ : ๑ เมื่อสายวันนี้ (๘) วินิจฉัยแถลงการณ์ร่วมว่าขัดรัฐธรรมนูญมาตรา ๑๙๐ ซึ่งรัฐสภาต้องให้ความเห็นชอบ

       การลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ถึงแม้จะไม่สง่างามมากนักด้วยเงื่อนไข และจังหวะเวลาที่ดูเหมือนสายเกินไป แต่หากนายนพดลไม่ลาออก ทางออกที่เหลือของนายนพดล ก็มิได้มีมากไปกว่านี้

โดย jk

 

กลับไปที่ www.oknation.net