วันที่ พุธ กรกฎาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

Red Criff “สามก๊ก โจโฉแตกทัพเรือ”...หากไม่ไปดู อย่าพึงคิดการใหญ่..!!


     เมื่อวันอาทิตย์ที่ 6 ก.ค.ที่ผ่านมา ผมมีโอกาสได้ไปชมภาพยนตร์เรื่อง "Red Criff" หรือชื่อไทยว่า "สามก๊ก โจโฉแตกทัพเรือ" รอบปฐมทัศน์ที่โรงภาพยนตร์ SF WORLD CINEMA พร้อมกับ บล็อคเกอร์ลูกเสือหมายเลข9 บล็อคเกอร์iheartia และ บล็อคเกอร์POOK ซึ่งหนังเรื่องนี้มีกำหนดฉายจริงวันที่ 10 ก.ค.นี้

ก่อนรับชมภาพยนตร์ ทางสหมงคลฯ จัดกิจกรรมต่างๆมากมาย

 

     โดยปรกติแล้วผมเป็นคนไม่ชอบดูหนังในโรงภาพยนตร์ ตามห้างสรรพสินค้า นิยมซื้อ DVD มาสร้างความบันเทิงมากกว่า เพราะสามารถนำมาดูได้หลายครั้ง เก็บรายละเอียดได้หลายรอบ
     แต่คราวนี้ผมไม่ปฏิเสธที่จะไปนั่งดูความยิ่งใหญ่ของ "สามก๊ก" ในโรงภาพยนตร์ โดยเฉพาะเมื่อพี่ลูกเสือหมายเลข9 เดินมาชวนถึงโต๊ะทำงานว่า.."วันอาทิตย์นี้ไปดูสามก๊กกันมั้ย..?"
    
"โอเค เลยพี่...รอบกี่โมงไปดูที่ไหน.." ผมไม่ลังเลที่จะตอบตกลง เหตุผลง่ายๆคือ ผมชื่นชอบวรรณกรรม"สามก๊ก"เป็นพิเศษ ซึ่งวรรณกรรมเรื่องนี้ทำให้ผมเชื่อมั่นมาตลอดว่า..."อย่าพึ่งคิดการใหญ่ หากไม่เคยอ่านสามก๊ก"...
     ดังนั้น
จึงไม่มีเหตุผลจะพลาดชมในโรงภาพยนตร์ เพื่อซึมซับความยิ่งใหญ่ก่อนใครๆ
    

     Red Criff "สามก๊ก โจโฉแตกทัพเรือ" ภาพยนตร์ทุนสร้างมหาศาลเรื่องนี้ ถือเป็นสูงสุดแห่งเอเชีย งบประมาณกว่า 2,800 ล้านบาท โดยเป็นการร่วมทุนระหว่าง 4 ประเทศ ที่ถูกสร้างพร้อมกันถึง 2 ภาค โดยมี จอห์น วู มานั่งแท่นกำกับภาพยนตร์ 
     "สามก๊ก"  ได้ดาราระดับซุปเปอร์สตาร์มารับบทเด่นๆในเรื่อง โดย เหลียงเฉาเหว่ย เป็น จิวยี่, ทาเคชิ คาเนชิโร่ เป็น ขงเบ้ง, หลินจื้อหลิง เป็น เสียวเกี้ยว, จางเฟิงอี้ เป็น โจโฉ, ฉางเฉิน เป็น ซุนกวน, เจ้าเหว่ย เป็น
ซุนซ่างเซียง, ฮูจุน เป็น จูล่ง และชิโด นากามูระ เป็น กำเหลง

ภาพยนตร์ตัวอย่าง
หากรับชมครั้งแรกอาจจะมีการกระตุก เนื่องจากอยู่ระหว่างการดาวน์โหลด
เมื่อเล่นจบ 1 รอบ จะสามารถดูได้อย่างต่อเนื่อง ไม่มีสะดุด

     "สามก๊ก โจโฉแตกทัพเรือ" เป็นการหยิบยกตอนหนึ่งจากเรื่องสามก๊กมาสร้าง โดยเนื้อหาเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 208 โจโฉ ขุนศึกผู้พิชิตพื้นที่ทางภาคเหนือและเมืองหลวง อ้างโองการของ พระเจ้าเหี้ยนเต้ ยกพลกว่า 800,000 และกองเรือกว่า 2,000 ลำ ลงสู่ง่อก๊กของซุนกวน เพื่อหวังยึดครองดินแดนแถบนี้
     ขณะที่เล่าปี่ที่เพิ่งพ่ายแพ้การศึกมาก็หวังพึ่งไปซุนกวน โดยเล่าปี่ได้ส่งขงเบ้งเป็นตัวแทนไปสู่ฝ่ายง่อก๊ก เพื่อให้ความร่วมมือกันเพื่อต่อต้านโจโฉ ขณะที่ฝ่ายซุนกวน ที่มีจิวยี่เป็นแม่ทัพใหญ่ และมี เสียวเกี้ยว ภรรยาสาวสุดสวยของจิวยี่ ผู้ที่เป็นสาเหตุหนึ่งทำให้ โจโฉ ยกทัพใหญ่มาหมายครอบครองนางผู้เลอโฉม


หน้าผาเซ็กเพ็ก สถานที่เกิดเหตุจริงในปัจจุบันมีอักษรจารึกไว้

     ศึกผาแดง หรือ ศึกเซ็กเพ็ก หรือ ศึกเปี๊ยะเชี๊ยะ หรือ ศึกชื่อปี้ (Battle of Chibi) เป็นสงครามที่มีความสำคัญที่สุดสงครามหนึ่งในสมัยสามก๊ก โดยจุดแตกหักเกิดขึ้น ณ ตำบลที่เรียกว่า "เซ็กเพ็ก" ริมแม่น้ำแยงซีเกียง ศึกผาแดงนี้นับว่าเป็นศึกที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในสามก๊กและประวัติศาสตร์จีนก็ว่าได้
     ในวรรณคดี เล่าปี่ ต้องทิ้งเมืองซินเอี๋ยและอ้วนเสียอพยพราษฎรจำนวนมากเพื่อหนีการตามล่าจากโจโฉ ไปอยู่ที่เมืองแฮเค้าของ เล่ากี๋ จากนั้นจึงส่งขงเบ้งไปเป็นทูตเจรจาขอให้ซุนกวนร่วมกันต้านโจโฉ
     ขณะที่ โจโฉ สามารถยึดเกงจิ๋ว ที่เดิมเป็นของเล่าเปียวได้สำเร็จ เพราะชัวมอ คิดทรยศยอมยกเมืองให้โจโฉ ซึ่งภายหลังโจโฉก็สั่งสังหารเล่าจ๋องและชัวฮูหยินเสีย และประหารชัวมอและเตียวอุ๋น ตามแผนของจิวยี่ แม่ทัพใหญ่ฝ่ายง่อก๊ก
     ฝ่
ายขงเบ้งเมื่อไปถึงกังตั๋ง ต้องเผชิญกับที่ปรึกษาของซุนกวนหลายคนรุมถล่มด้วยวาจา แต่สามารถโต้กลับไปได้ทุกคน ในที่สุดซุนกวนและจิวยี่ก็ตัดสินใจทำศึกรบกับโจโฉ เพราะถูกขงเบ้งใช้อุบายนานาประการ


จ้าวเหว่ย รับบท ซุนซ่างเซียง ซึ่งมีบทบาทเด่นไม่แพ้ตัวละครหลักๆ

     เนื้อหาของหนัง Red Criff "สามก๊ก โจโฉแตกทัพเรือ" หากดูจากชื่อตอนที่เป็นภาษาไทยแล้วอาจจะดูแล้วไม่เข้ากับเนื้อหาของหนังเท่าไหร่นัก น่าจะใช้ชื่อว่า "ศึกผาแดง" เสียมากกว่า
     เพราะเกือบ 3 ชั่วโมง เนื้อหาดำเนินไป
ถึงกองทัพง่อก๊ก ชนะกองทัพม้าของโจโฉ มาตั้งค่ายอยู่ริมฝั่งแม่น้ำแยงซีเกียงทางตอนใต้ ใกล้บริเวณหุบเขา“ผาแดง” ส่วนทางตอนเหนือของแม่น้ำ ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกันพอดี โจโฉได้สร้างป้อมปราการสูงชันที่กลางค่ายอย่างโออ่า ในบริเวณที่เรียกว่า “ป่าอีกา”
     ส่วนกลศึกการรบทางเรือ กลศึกธนูแสนดอก หรือกลศึกเผาเรือ ทั้งหมดถูกยกไปอยู่ใน ภาค 2 จนหมดสิ้น..!!


หลินจื้หลิง รับบท เสี่ยวเกี้ยว สาวงามผู้เลอโฉม ภรรยาของ จิวยี่
สาวงามที่ โจโฉ หลงรักตั้งแต่แรกพบ และหมายมาทำศึกรบเพื่อครอบครองนาง

     แม้เนื้อหาของหนังไม่มากมายอย่างที่เราได้เห็นภาพยนตร์ตัวอย่าง แต่ต้องยอมรับว่า จอห์น วู ก็ได้ให้รายละเอียดของตัวละครอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง จะว่าไปได้ตัวหนังให้รายละเอียดของตัวละครไปพร้อมๆกับเนื้อหาของ"สามก๊ก"แบบละเอียดยิบทีเดียว
     ผมเชื่อว่า...หากใครไม่เคยอ่านสามก๊กก็ยังพอดูรู้เรื่อง รู้ที่มาที่ไป รวมทั้งอุปนิสัยใจคอของตัวละครหลักๆได้อย่างดี
     ..แต่หากคนที่เคยอ่านสามก๊ก อาจจะสับสนถึงความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครหลายตัวที่ผิดเพี้ยนไปพอสมควร เช่น จิวยี่ กับ ขงเบ้ง ที่ในวรรณกรรมออกจะไม่ค่อยลงรอยกันนัก เชือดเฉือนเอาชนะกันทางปัญญาและหมากเกมการรบ แต่ในภาพยนตร์ไม่เน้นในส่วนนี้ กลับฉายภาพความสัมพันธ์ที่ค่อนข้างราบรื่นเกินจริง..
     จอห์น วู เลือกจะเสียเวลาภาคแรกนี้ ด้วยการแนะนำตัวละครที่ละตัวไปพร้อมๆกับการเดินเรื่องอย่างแนบเนียน แต่ละฉากในช่วงแรกจะเน้นตัวละครตัวฝ่ายของเล่าปี่ เน้นให้คนดูรู้จัก ขงเบ้ง กวนอู เตียวหุย จูล่ง...โดยตลอดเวลาได้สอดแทรกให้เข้าใจและรู้ซึ้งถึงตัวละครอย่าง"โจโฉ"ได้อย่างดี
     จากนั้น ขงเบ้ง จะเป็นตัวเดินเรื่องแนะนำตัวละครในฝ่ายซุนกวน ซึ่งฉากสำคัญไปอยู่ที่ ขงเบ้ง เข้าไปเจรจากับ จิวยี่ เพื่อเข้าร่วมทำศึกรบกับโจโฉ โดยใช้การประชัน "กู่ฉิน" แทนการเจรจาด้วยวาจา
     ตบท้ายของหนังในภาคแรก..ด้วยการทำศึกโค่นทัพม้าอันยิ่งใหญ่ของ โจโฉ ซึ่งมีความยาวไม่น้อยกว่า 40 นาที ..ดูแล้วให้ชวนขนลุกจริงๆครับ...


ทาเคชิ คาเนชิโร่ รับบท ขงเบ้ง
ลีลาร่าย "กู่ฉิน" ของนักปราชญ์ในการเชิญชวน จิวยี่ เข้าร่วมรบ

     หนังเรื่องนี้แม้จะสร้างฉากรบอย่างยิ่งใหญ่อลังการ แต่ไม่ละเลยการสอดแทรกคำคมที่เป็นข้อคิดดีดี รวมถึงหมากกลในเชิงรบ ไว้อย่างครบถ้วน ซึ่งในภาคแรกเน้นหนักไปในเรื่องของความสามารถของตัวละครทั้งสิ้น หลายครั้งที่เราจะได้ยินประโยค..."ท่านความสามารถมากมาย เพียงแต่ไม่ได้นำออกมาใช้ ประหนึ่งกระบี่ที่อยู่เพียงในฟัก"...

     ผมคงไม่ขอชำแหละเนื้อหาและภาพรวมของภาพยนตร์เรื่องรนี้มากนัก แต่อยากบอกเพียงว่า..ไม่ว่าคุณจะเคยอ่าน "สามก๊ก" มาก่อนหรือไม่ก็ตาม ผมอยากแนะนำให้ไปดูหนังเรื่องนี้ ดูจบแล้วคุณอาจจะไปหาสามก๊กมานั่งอ่านอย่างรื่นรมย์
    อย่างน้อยในวันข้างหน้า "คุณจะพึงคิดการใหญ่ได้" อย่างไม่ลังเล..!!
 

88888888

ภาพตัวอย่างจากภาพยนตร์ (ทั้งสองภาค)

+++++++++++

ภาพประกอบจากอินเตอร์เนต เนื้อหาจากวิกิพีเดียร์ เว็บไซด์สหมงคลฯ

โดย ScorpionKinG

 

กลับไปที่ www.oknation.net