วันที่ เสาร์ กรกฎาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

หลวงพ่อสาลีโข (สมภพ เตชปุญโญ) พุทธอุทยานธรรมโกศล ”ละสังขารถึงการมรณภาพแล้ว”


 

บางทีนะครับ....”การลังเลใจเพียงเสี้ยววินาที...บางทีท่านอาจจะต้องแสวงหาต่อไปด้วยความลำบากเป็นอย่างยิ่ง”

๑๐ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๑ หลวงพ่อสาลีโข (สมภพ เตชปุญโญ) พุทธอุทยานธรรมโกศล ต.หน้าไม้ อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี

ท่านได้”ละสังขารถึงการมรณภาพแล้ว” ณ โรงพยาบาลนนทเวช ด้วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายอย่างเฉียบพลัน คณะศิษย์ได้เคลื่อนย้ายศพจากโรงพยาบาล มายังพุทธอุทยานธรรมโกศล และจัดให้มีการรดน้ำศพเมื่อเวลา ๑๖.๐๐ น. จากพระคุณเจ้าองค์แรกถึงลูกศิษย์คนสุดท้ายใช้เวลากว่าสองชั่วโมง...

ในบันทึกความทรงจำน้อยๆของผม เขียนไว้ว่า..

“หลวงพ่อสาลีโข คือผู้ที่ทำให้ผมรู้จักพระพุทธศาสนาที่มีอะไรเยอะแยะให้เราเรียนรู้มากกว่า งานบุญ งานบวช”

ตั้งแต่ผมฝากตัวเป็นลูกศิษย์ของท่าน คำสั่งสอนมากมายที่ได้รับจากท่าน เป็นข้อคิด เป็นแนวทาง เป็นอะไรๆ ที่ดีๆสำหรับชีวิตของผม

“เมื่อพระพุทธเจ้าทรงประสูติ พระองค์ทรงดำเนินไป ๗ ก้าว โดยมีดอกบัวผุดขึ้นรองรับ”.....”สัตตบงกช” คือดอกบัวที่หลวงพ่อชอบมากเป็นพิเศษ ท่านว่า..

“เพื่อระลึกถึงพระพุทธเจ้า..ซึ่งหลวงพ่อยกพระพุทธเจ้าไว้เหนือหัวตลอด”

เรื่องนี้...ผมจำแม่น...ผมต้องตื่นแต่ตีสี่ตีห้าเพื่อไปตลาดซื้อดอกบัวสีแดง...และต้องรีบไปมนัสการท่านแต่เช้า เพราะทราบว่าหลวงพ่อมีสุขภาพไม่แข็งแรง คงรับแขกได้เฉพาะช่วงก่อนเพล...และหากเห็นว่ามี “ตั้ง” ใส่อุปกรณ์ถูกยกมาวาง นั่นคือ พวกเราได้รับความเมตตาจากท่านแน่ๆ...

หลังจากวันนี้...ผมคงไม่ต้องตื่นแต่เช้าเพื่อไปตะเวนหาซื้อ “สัตตบงกช” ....คงไม่ต้องรีบขับรถเพื่อไปให้ทันก่อนเพล...

คงไม่ต้องนั่งลุ้นว่ามาคราวนี้จะได้รับความเมตตาจากท่าน “ลงกระหม่อม” ให้หรือเปล่า..และก็คงไม่ต้องมานั่งคอยจดคำสอนไว้ในสมองน้อยๆ....เพราะท่านไม่ชอบให้มีการบันทึกเสียง..

สองภาพนี้ผมถ่ายในเวลาต่อเนื่องกัน ภาพหนึ่งมีหลวงพ่อ อีกภาพหนึ่งไม่มี...

หลวงพ่อสมภพ ท่านสอนผมในวันที่ ๑๑ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๑ ....

”อนิจจัง คือ ความไม่เที่ยงของชีวิต”

“สติ คือ ความตระหนักรู้ในปัจจุบัน”

ลูกศิษย์หลายๆท่านร่ำไห้ แต่..ผมไม่ร้องไห้ เพราะหลวงพ่อสอนผมเสมอๆและทุกครั้งที่พบกัน..

“ลูกผู้ชายต้องอดทน” 

ถึงผมไม่ร้องไห้..แต่ลึกสุดใจแล้วไม่มีใครรู้ใจผมหรอกว่า..

“ผมเสียใจมากกว่าพวกเขาหลายเท่านัก” ...

ลูกศิษย์หลายๆท่าน พูดว่า

“หลวงพ่อจากไปแล้ว”...

แต่สำหรับผม..

“หลวงพ่อท่านไม่ได้ไปไหน” 

กลับจะดีซะอีก..ผมจะไปกราบหลวงพ่อตอนไหนก็ได้ ไม่ต้องเฉพาะช่วงเช้า หัวค่ำหรือดึกดื่นผมก็กราบท่านได้..ฝนจะตกหนักหรือแดดร้อนๆ..ผมก็สามารถกราบท่านได้อย่างสดชื่น..

”เพราะผมนำท่านมาไว้ในอวัยวะขนาดเท่ากำปั้นที่ฝังลึกอยู่ในอกด้านซ้าย”... ผมรักหลวงพ่อครับ..

หลวงพ่อคงอยู่ในใจผมตลอดไป..

ศิษย์กวง.. 

โดย ศิษย์กวง

 

กลับไปที่ www.oknation.net