วันที่ เสาร์ เมษายน 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

กรมธนารักษ์เตรียมปรับเปลี่ยนวัสดุผลิตเหรียญ 25-50 สตางค์ และ 1 บาทใหม่


http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E:175-183.jpg

http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E:175-203.jpg

http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E:175-187.jpg

เพราะว่าต้นทุนแพงกว่าราคาหน้าเหรียญ

แถมถูกแอบนำไปหลอมทำเป็นกำไล-พระเครื่อง คาดปั๊มใช้ได้ทันปีหน้า

นางพันธุ์ทิพย์ สุรทิณฑ์ อธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าวว่า กรมอยู่ระหว่างการศึกษาการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของเหรียญกษาปณ์หมุนเวียนทั้งระบบใหม่ โดยจะยังคงชนิดราคาของเหรียญตามรูปแบบปัจจุบันที่มีเหรียญ ชนิดราคา 25 สตางค์ 50 สตางค์ 1 บาท 2 บาท 5 บาท และ 10 บาท แต่จะปรับเปลี่ยนรูปแบบเหรียญให้มีความเป็นสากลและปรับปรุงวัสดุโลหะที่จะนำมาใช้ผลิตให้คุ้มต่อราคาหน้าเหรียญ เพื่อให้ทันนำออกมาหมุนเวียนในระบบได้ทันในปี 2551

"ปัจจุบันเหรียญชนิดราคาตั้งแต่ 1 บาทลงมานั้น มีต้นทุนการผลิตที่สูงกว่าราคาหน้าเหรียญ จึงจะมีการเปลี่ยนแปลงวัสดุเพื่อให้ต้นทุนต่ำลง ส่วนเรื่องของขนาดและราคาหน้าเหรียญยังคงเท่าเดิมเพื่อไม่ให้กระทบต่อเครื่องหยอดเหรียญ และปริมาณการหมุนเวียนของเหรียญในระบบ แต่รูปแบบของเหรียญแต่ละชนิดจะแตกต่างกันมากขึ้น เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนเหมือนปัญหาของเหรียญ 2 บาทกับเหรียญ 1 บาท ทำให้เหรียญ 2 บาท ไม่ได้รับความนิยม นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะมีการระบุคำว่า บาท เป็น ภาษาอังกฤษ ไว้ในเหรียญด้วยหรือไม่ แต่ต้องดูข้อกฎหมายก่อนว่าสามารถทำได้หรือไม่" นางพันธุ์ทิพย์กล่าว

แหล่งข่าวจากกรมธนารักษ์กล่าวว่า ปัจจุบันเหรียญทุกชนิดราคายกเว้น เหรียญ 2 บาท จะผลิตจากทองแดงเคลือบนิกเกิล ซึ่งมีต้นทุนสูง เช่น เหรียญ 1 บาท มีต้นทุนประมาณ 1.80 บาท เหรียญ 50 สตางค์ มีต้นทุน 70 สตางค์ เหรียญ 25 สตางค์ มีต้นทุน 50 สตางค์ ยิ่งผลิตออกมาเท่าไรก็จะยิ่งขาดทุนมากขึ้น

"ยิ่งเหรียญที่ถูกเก็บไปจากระบบไปอยู่ในกระปุกออมสินหรือมีการเก็บรวบรวมไปหลอมทำอย่างอื่น เช่น กำไล และพระเครื่อง เป็นต้น ยิ่งทำให้กรมมีภาระต้องผลิตเพิ่ม เช่นเหรียญ 50 สตางค์ กรมต้องผลิตออกมาปีละ 10 ล้านเหรียญ แต่ผลิตมาเท่าไรก็ไม่พอหมุนเวียน เพราะหายไปจากระบบหมดเหลือหมุนเวียนเพียงปีละ 8 แสนเหรียญเท่านั้น" แหล่งข่าวกล่าว

แหล่งข่าวกล่าวว่า แนวทางแก้ไขจะเปลี่ยนวัสดุเป็นนิกเกิลไส้เหล็ก เช่นเดียวกับเหรียญ 2 บาทในปัจจุบัน ซึ่งจะแก้ปัญหาการขโมยเหรียญไปหลอมได้ โดยเหรียญทุกชนิดราคาจะคงเป็นสีเงินเช่นเดิม แต่ส่วนเหรียญที่เป็นสตางค์จะทำเป็นสีทองแดงแบบเดียวกับเหรียญเซนต์ของสหรัฐอเมริกา

ข้อมูลอ้างอิง http://www.matichon.co.th/matichon/matichon_detail.php?s_tag=01p0101280450§ionid=0101

http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%97_%28%E0%B8%AA%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99%29

http://www.treasury.go.th/template.php?selectedMenuIdx=1&targetURL=about/history_text.htm

ข้อมูลแฝงด้านความรู้นิดหน่อยครับ

กรมกษาปณ์สิทธิการ
          กำเนิดขึ้นเนื่องจากเมื่อปี  พ.ศ. 2400   พระบาทสมเด็จพระจอม
เกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4     เนื่องจากทรงมีพระราชดำริที่จะจัดตั้งโรง
กษาปณ์ทำเหรียญแบนขึ้นตามลักษณะสากลนิยมใช้แทนเงินพดด้วง  จึง
มีพระราชกระแสรับสั่งให้คณะทูตไทยที่ส่งไปเจริญทางพระราชไมตรี
กับประเทศอังกฤษ   จัดซื้อเครื่องทำเงินมาถวาย  และได้ทรงพระกรุณา
โปรดเกล้าฯ  ให้สร้างโรงงานขึ้นในพระบรมมหาราชวัง   โดยได้ติดตั้ง
เครื่องจักรเสร็จเรียบร้อยเมื่อต้นปี   พ.ศ. 2403     พระราชทานนามว่า

"โรงกระสาปณ์สิทธิการ"  ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น  "กรมกระษาปณ์"  และเป็น  "กองกษาปณ์"  และเป็น "สำนักกษาปณ์  ในปัจจุบัน

เหรียญกษาปณ์ที่ใช้หมุนเวียนกันอยู่ทั่วไปในชีวิตประจำวัน มี 9 ชนิดราคา คือ 10 บาท, 5 บาท, 2 บาท และ 1 บาท 50 สตางค์, 25 สตางค์, 10 สตางค์, 5 สตางค์ และ 1 สตางค์ แต่ที่ใช้หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจมี 6 ชนิดราคา คือ 10 บาท, 5 บาท ,2 บาทและ 1 บาท 50 สตางค์, 25 สตางค์ ส่วนเหรียญชนิดราคา 10 สตางค์, 5 สตางค์ และ1 สตางค์ มีใช้ในทางบัญชีเท่านั้น

แต่ใครเคยเจอปัญหาประเภทที่นำเงินเหรียญ 25 หรือ 50 สตางค์ไปใช้กับร้านค้าทั่วไป

แล้วทางร้านอ้างว่า ไม่ขอรับเหรียญสลึงหรือเหรียญ 50 สตางค์ได้

เพราะเมื่อใช้ทอนลูกค้าคนอื่นไม่มีคนอยากรับ(ทำเหมือนว่าเหรียญนี่ใช้จ่ายไม่ได้แล้ว) เจอแบบนี่คุณๆจะทำอย่างไรดี?

อันนี่ทำให้สงสัยว่า คนไทยเป็นอะไรไปเพราะการที่เรามีเหรียญสตางค์ใช้อยู่ทำให้ราคาสินค้าต่างๆที่มีการปรับตัวลงหรือขึ้น ทำให้ลงหรือขึ้นอย่างเล็กน้อย.....แบบเป็นสตางค์

ถ้าไม่มีเงินแบบสตางค์จะทำให้ขึ้นทีละบาทเลย เมื่อถึงตอนนั้นพวกเราๆจะมาขอร้องให้มีเหรียญสตางค์ คงทำไม่ได้อีกแล้วแน่เลยครับ....................

โดย Dajavu

 

กลับไปที่ www.oknation.net