วันที่ จันทร์ กรกฎาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

นพดล : ขุมทรัพย์สุดปลายติ่ง


ช้าเกินแกง แล้วยังทำลีลา "นพดล ปัมทะ" กว่าจะเอื้อยเอ่ยวาจา ลาออกจากตำแหน่ง อันทรงเกียรติ ที่เกินกว่าเจ้าตัวจะคู่ควรได้ ก็อรัมภบทจนเสียเวลาอันมีค่า ไปร่วม 8 นาที ...ปิดสรุปอีก 2 นาที ด้วยความรักชาติสุดใจขาดดิ้น จึงยอมขอแสดงสปิริต รับผิดชอบด้วยการลาออกจากตำแหน่ง โดยมีผลวันที่ 14 กรกฎาคม 2551 

ย้อนไปดูหน่อย วันที่ 14 กรกฎาคม เป็นวันอะไร  ตอบแบบง่ายๆ คือวันจันทร์ แต่วันนี้ (14 กค.)ในอดีตบ่งบอกนัยยะสำคัญอะไรหรือเปล่า  คงต้องไขปริศนากันเอง 

วันนี้ในอดีต 14 กรกฎาคม (ข้อมูลจากวิกิพีเดีย)

  • พ.ศ.2541( ค.ศ.1998) วันก่อตั้งพรรคไทยรักไทย  ปัจจุบันถูกยุบไปแล้ว 
  • พ.ศ.2508 (ค.ศ.1965) ยานมาริเนอร์4 ผ่านใกล้ดาวอังคาร และถ่ายภาพพื้นผิวระยะใกล้ภาพแรก ของดาวเคราะห์ดวงอื่น นอกจากโลก
  • พ.ศ.2501(ค.ศ.1958) กลุ่มผู้รักชาติแห่งอาหรับ โค่นระบอบกษัตริย์ในอิรัก และ อับดุล กาซิม คัซเซ็ม ขึ้นเป็นผู้นำอิรักคนใหม่
  • พ.ศ.2476 (ค.ศ.1933) พรรคการเมืองทุกพรรคในเยอรมนี กลายเป็นพรรคนอกกฎหมาย ยกเว้นพรรคนาซี
  • พ.ศ.2332 (ค.ศ.1789) การปฏิวัติฝรั่งเศส : ฝูงชนในปารีสบุกโจมตีคุกบาสตีย์


คำพูดหลุดปากจากนายนพดลในระหว่างการให้สัมภาษณ์รายการข่าวภาคเย็นทางช่อง 3  ที่ ป๋มหยิบยืมมาจากบ้านคุณ Bacon :
http://www.oknation.net/blog/countonme/2008/07/10/entry-3
"ถ้าเขมรยังยืนยันที่จะยื่นแผนที่โดยรวมพื้นที่ทับซ้อนแบบเดิม  เขมรขึ้นทะเบียนไม่ได้แน่  เพราะว่าคณะกรรมการมรดกโลกมีแนวโน้มที่จะไม่ยอม "  

ถ้อยคำดังกล่าวชี้เจตนาชัด...ชัด ...และชัด พอๆ กับที่เค้าพยายามจะย้ำแล้วย้ำอีกว่าไม่ได้ทำอะไรผิด  

"ผมมั่นใจครับเมื่อควันและฝุ่นจางลง ความจริงจะปรากฏขึ้นชัดเจนเมื่อเหตุผลเข้ามาแทนที่อารมณ์ เวลาจะตัดสินสิ่งที่กระทรวงการต่างประเทศและกระผมได้ทำไปว่าพวกเราได้ทำในสิ่งที่ถูกต้องเพื่อปกป้องดินแดนและประโยชน์ของไทยครับ"

"ผมขอย้ำนะครับ และแม้ว่าผมไม่ได้ทำอะไรผิดก็ตามแต่ผมขอแสดงสปิริตและความรับผิด ชอบโดยการลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการ (มีน้ำเสียงสะอึก)กระทรวงการต่างประเทศ ตั้งแต่วันที่ 14 ก.ค.2551 เป็นต้นไป"

อะไร...ทำให้นพดลยืนกรานได้เหมือนผู้ร้ายปากแข็ง (ยังไม่เคยเจอพระเอกปากแข็ง) ไม่มีใครรู้คำตอบชัดเจนเท่ากับตัวนพดลเอง  แต่เส้นทางการเมืองมาจนวันนี้ของนพดลนั้น น่าสนใจยิ่ง

จากนักเรียนกฎหมายทุนอานันทมหิดล เข้าสู่วงการเมืองเริ่มแรกที่พรรคประชาธิปัตย์ เป็น สส.กทม.  ตำแหน่งในรัฐบาล เป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ สมัย สุรินทร์ พิศสุวรรณ ก่อนจะผันตัวเองมาเดินตามนายใหญ่ ที่ชื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ถ้าทำไม่ผิด น่าจะรุ่นๆ เดียวกับยงยุทธ ติยะไพรัช  ที่ทำหน้าที่เป็นกราด องครักษ์พิทักษ์ทักษิณอย่างดีเยี่ยม จนได้ดิบได้ดีเป็นเลขาฯ นายกฯ

ส่วนชื่อของนพดล มาโด่งดัง โดยไม่ต้องส่งแฟ็กซ์ข่าวตัวเองไปตามสำนักข่าวเหมือนสมัยอยู่พรรคประชาธิปัตย์ ก็คราวที่เป็นทนายความประจำตระกูล คอยแก้ต่างในทางกฎหมายให้นายใหญ่ ไม่ว่าจะเรื่องคาร์บ้อง ยันเรื่องตรวจสอบทรัพย์สิน สมัยนายใหญ่ระเห็จไปอยู่นอก ถูกยึดพาสปอร์ตการฑูต จนบินปร๋อ เลาะขอบประเทศไม่ได้

ก็นพดลนี่แหล่ะ หมากสำคัญที่นายใหญ่ไว้วางใจว่าต้องทำได้ พอมีรัฐบาลใหม่ พลังประชาชนที่กลายพันธุ์มาจากไทยรักไทย ชื่อของรัฐมนตรีต่างประเทศ จึงไม่พ้นไปจาก "นพดล ปัทมะ" ตอนนั้นทุกคนมองกันเพียงว่า ภารกิจแรกของนพดลคือ ต้องคืนพาสปอร์ตให้นายใหญ่ ซึ่งก็เป็นไปตามคาด  .... รวมถึงเรื่องแถลงจข่าวการกระทำจาบจ้างทั้งหลายของนายใหญ่ในต่างแดน บางทีทั่นรัฐมนตรีก็เป็นทนายแก้ต่างให้ .... แต่ที่คาดไม่ถึง ก็คือ"ขุมทรัพย์สุดปลายติ่ง เป้ยตาดี"

นพดล : ขุมทรัพย์สุดปลายติ่ง"เป้ยตาดี"

ท่ามกลางกระแสข่าวด้านอื่นๆ ทั้งแก้ รธน. / กรณีจักรภพ / กระแสต้านรัฐบาล นายนพดลก็ไปเจรจารวบรัดตัดความกับรองนายกฯ ซกอาน ของกัมพูชา ที่ยูเนสโก้ จนลงนามเบื้องต้นในข้อตกลงแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา ที่นายนพดลบอกว่า ได้เขียนไว้ว่า "Pending Cabinet Approval"  ก่อนจะเซ็นชื่อสำทับ  22 พฤษภาคม 2551 (3เดือนเศษของการเข้ามาทำงาน) 

เหมือนส่งซิกไปถึงพนมเปญ ที่นายใหญ่ไปตีกอล์ฟกับฮุนเซน นายกฯ ตลอดกาลของกัมพูชา รวมถึงเจรจาธุรกิจเกาะกง แล้วอุบกันเงียบฉี่ 

กลับมาเมืองไทย ก็ไม่แจ้งข่าว ไม่เปิดปากให้ใครได้รู้  งุบงิบ ส่งกรมแผนที่ทหารไปตรวจวัดแผนที่  ได้ความปุ๊บ วันที่ 16 มิ.51 นำเข้าที่ประชุม สมช. / 17 มิย.51 นำเข้า ครม.  / วันที่ 18 มิย.51 ลงนามแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา เรียบร้อย  ..... นี่คือสิ่งที่รัฐมนตรีบอกว่าไม่ได้เร่งทำ ....แต่บ้านป๋มเค้าเรียกว่ารีบโคตรๆ ขอรับ แถมไม่มีฟังความเห็นใคร อ้างแต่คำเดียวว่า "ไทยไม่ได้เสียดินแดน"

สมัยรัฐบาลทักษิณ มีความพยายามผลักดันเปิดจุดผ่านด่าน"ช่องตาเฒ่า"  ครม.สัญจรไปอุบลฯ ก็หยิบยกมาพูดคุย แต่เมื่อเปิดไม่สำเร็จ เพราะทหารส่งสัญญาณเป็นห่วงถ้าเปิดด่านใหม่ และยังมีคำสั่งด่วน รมว.ตปท.สุรเกียรติ เสถียรไทย ระงับเปิดจุดผ่านแดน (จากการเปิดเผยของอดีตผู้ว่าฯศรีสะเกษ :ถนอม ส่งเสริม)  แต่รัฐบาลไม่หยุดยั้ง ยังเดินหน้าพัฒนาชายแดน มีการทุ่มงบให้เปล่าพัฒนาเส้นทางในกัมพูชาจากจุดผ่านแดนถาวร"ช่องสะงำ" ไปจนถึงนครวัด

แล้วจะไปสอดรับกับเมืองใหม่ "เขาธงชัย" อ.จอมกระสาน จ.พระวิหาร ที่กัมพูชากำลังเร่งสร้าง เพื่อรองรับการท่องเที่ยว ปราสาทพระวิหาร ที่อยู่ตรงขามช่องตาเฒ่าอีกด้วย มีนักธุรกิจทั้งมาเลฯ สิงคโปร์ แม้แต่ชื่อคุณหญิง บ้านเลขที่ 111 เข้าไปเกี่ยวข้องด้วย 

ตอนนี้กัมพูชาเร่งสร้างโรงแรม บ่อนกาสิโน สนามบิน จ้างบริษัทอินเดียสร้างกระเช้าไฟฟ้าขึ้นปราสาทพระวิหาร  กำหนดจุดก่อสร้างที่จะขึ้นสู่หน้าผาที่สูงจากพื้นขึ้นไปประมาณ 500 เมตร และบริษัทจะลงทุนสร้างสนามบินบนเนื้อที่ 25 ตารางกิโลเมตร ห่างจากชายแดน 32 กิโลเมตร โดยใช้งบลงทุน 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 

ฝั่งช่องจอม ก็ไม่แพ้กัน กลุ่มคาสิโนเคลื่อนไหวคึกคัก ทั้งกลุ่ม "พัด สุภาภา" หรือในอีกชื่อหนึ่ง คือ"ลี ยง พัด" เป็นนักธุรกิจ 2 สัญชาติ คือ สัญชาติไทยและกัมพูชา  เจ้าของบ่อน โอวเสม็ด รีสอร์ท และยังได้สัมปทานไฟฟ้าจากฝั่งไทยไปขายในกัมพูชาแต่เพียงผู้เดียว 
อีกกลุ่มก็คือกลุ่มของนายลึม เฮง นักธุรกิจจากสิงคโปร์ เจ้าของ รอยัล ฮิลล์ ที่มาสร้างโรงแรมและบ่อนคาสิโน ตรงช่องสะงำ ทั้งยังได้สัมปทานไฟฟ้าไปจำหน่ายในกัมพูชา และเมืองใหม่ที่จะเกิดด้วย

                               *********
เมื่อวันเสาร์ที่ 12 กค.51 พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ผบ.สส. บอกไว้ว่า "กรมแผนที่ทหารมีหน้าที่ทางเทคนิคเท่านั้น โดยมีหน้าที่แค่ไปวัดเท่านั้น  หน้าที่ของเขาไม่ได้เป็นผู้กำหนดว่า ตรงไหนเป็นเขตแดน" 

" เรื่องสปิริต ในความโปร่งใสเป็นเรื่องสำคัญในการทำงานเพื่อส่วนรวม" เป็นอีกประโยคเด็ดของ พล.อ.บุญสร้าง ที่ป๋มชอบใจยิ่ง เพราะทั้งเรื่องสปิริต และเรื่องความโปร่งใส ช่างหาได้ยากยิ่งในรัฐบาลยุคสมัคร

"ผมเกี่ยวข้องเฉพาะในส่วนที่เป็นมรดกโลก ส่วนเรื่องกรรมการ 7 ชาติที่จะเข้าไปดูการจัดสรรพื้นที่ปราสาทพระวิหาร อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงต่างประเทศ"  นายปองพล อดิเรกสาร

"มติได้มีการขึ้นทะเบียนปราสาทเป็นมรดกโลกในนามของประเทศกัมพูชา และได้กำหนดให้กัมพูชาดำเนินการหลายเรื่อง ภายในวันที่ 1 ก.พ.2552 และเรื่องที่สำคัญมาก ที่ต้องดำเนินการโดยฝ่ายกัมพูชาคือ การจัดทำแผนที่ ซึ่งจะมีรายละเอียดเกี่ยวกับตัวปราสาท และการกำหนดบริเวณที่จะเป็นเขตอนุรักษ์หรือเขตการจัดการต่างๆ ซึ่งไม่ได้พูดถึงบทบาทไทยเข้าไปเกี่ยวข้องในส่วนนี้ด้วย"  นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พูดหลังหารือกับนายปองพล
                                             *********

รวมแล้ว เราต้องระวัง และพิจารณาหาทางแก้เกมที่ นพดลร่วมกับกัมพูชา วางหมากไว้ให้ดี เพราะหากจัดการได้เราก็คงไม่เสียดินแดน อันเป็นที่ตั้งของตัวปราสาทพระวิหาร มากไปกว่าที่เสียไปแล้ว  แต่หากพลั้งเผลอ ก็อาจจะต้องถูกกั้นพื้นที่เป็นอาณาบริเวณมรดกโลกโดยไม่ตั้งใจ

แล้วถ้าดูให้ดี ความเกี่ยวเนื่องระหว่างปราสาทพระวิหารกับเกาะกง มีเส้นทางเชื่อมโยงถึงกัน

*** พัด สุภาภา
หรือนายลี ยงพัด ไม่ใช่ใครอื่นไกล คนสนิมฮุนเซน และยังสนิทกับนักการเมืองพลังประชาชน 
เป็นเจ้าของธุรกิจอิมพอร์ตเอ็กซพอร์ต ธุรกิจกาสิโน ธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว รวมทั้งธุรกิจการค้า และการลงทุน  และ
เป็นคนที่เกี่ยวพันโดยตรงกับเกาะกง เพราะได้รับการแต่งตั้ง ให้เป็นผู้ดูแลเขตเศรษฐกิจพิเศษเกาะกง ที่จะมีนิคมอุตสาหกรรมเกิดขึ้นในอนาคต
โดยได้รับความร่วมมือจากรัฐบาลไทย ซึ่งให้การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(กนอ.)เข้าไปศึกษาความเป็นไปได้แล้ว ตั้งแต่ปี 2547
(ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์ 5 กรกฎาคม 2547)


ขุมทรัพย์สุดปลายแหลม

เกาะกง แต่เดิมชื่อ จังหวัดประจันตคีรีเขต เป็นจังหวัดของไทยในสมัยรัชกาลที่ 5 เป็นเมืองหน้าด่านทางชายฝั่งทะเลตะวันออก แต่ปัจจุบันกลายเป็นเกาะกง ของกัมพูชา ที่มาก็นับเนื่องจากสมัยที่ฝรั่งเศสเข้ามายึดครองดินแดนอินโดจีนนั่นแหล่ะ ฝรั่งเศสยอมคืนเมืองตราด เมืองจันทร์ แต่ทำลืมเกาะกง ตอนนี้บนเกาะกงก็ยังมีคนไทยตั้งรกรากอยู่กลุ่มหนึ่ง

เกาะกง จะเกี่ยวเนื่องกับเขาพระวิหารหรือไม่ ไม่ชัดเมื่อคนที่เจรจากันนั้นยืนกรานปฏิเสธ แต่เงื่อนเวลาเท่าที่ป๋มประมวลดู มันเกี่ยวเนื่องกันมาอย่างดี  ....ทั้งตอนที่นพดล เจรจาความพระวิหารอยู่ยูเนสโก้ ทักษิณเจรจาความเกาะกงอยู่พนมเปญ

ความแตกก็ตอนพลเอกเตีย บันห์ รมว.กลาโหมกัมพูชา ให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อข่าว พ.ต.ท.ทักษิณ ได้เช่าพื้นที่ จ.เกาะกง สร้างเอนเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์และกาสิโนขนาดใหญ่ หวังเทียบชั้นกับมาเก๊า แถมสนใจทำธุรกิจก๊าซธรรมชาติในพื้นที่ทับซ้อนบริเวณเกาะเล็ก เกาะน้อย ใกล้ๆ กับเกาะกงอีกด้วย

พื้นที่ทับซ้อนในน่านน้ำอ่าวไทย บริเวณใกล้ๆ เกาะกง พื้นที่ 26,000 ตารางกิโลเมตร ที่ว่ากันว่ามีก๊าซธรรมชาติถึง 700 ล้านลูกบาศก์เมตร

ประเด็นก๊าซธรรมชาติ ในพื้นที่ทับซ้อน ล่าสุด ในการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำ ปี 2552 สอบถามอธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ถึงความคืบหน้าในการนำก๊าซจากพื้นที่ทับซ้อนไทย-กัมพูชา ได้รับคำตอบแค่ว่า เหตุที่ล่าช้ามาจากการที่ประเทศกัมพูชาไม่พร้อมที่จะเจรจาเรื่องนี้กับทางประเทศไทย และพยายามบ่ายเบี่ยงที่จะเจรจาเรื่องนี้กับเรา ส่วนจะเกี่ยวกับเรื่องที่นักธุรกิจไทยจะเข้าไปทำธุรกิจที่เกาะกง หรือรอผลประโยชน์ด้านอื่นลงตัวก่อนหรือเปล่า  ไม่มีทางได้รู้จากปากอธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ

*** จ.เกาะกง วันนี้  พัฒนาถนนหนทางรองรับนักท่องเที่ยวในอนาคต ตลอดเส้นทางตั้งแต่ด่านตรวจคนเข้าเมืองไปจนถึงตัวจังหวัดเป็นถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก ซึ่งสร้างโดยงบประมาณของประเทศไทย สมัย พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นนายกรัฐมนตรี แตกต่างจากเมื่อ 3-4 ปีที่ยังเป็นถนนลูกรัง  

การเปิดตัวของถนนสาย 48 (เกาะกง-สะแรอัมเปิล) ที่เชื่อมต่อกับถนนสาย 318 (ตราด-หาดเล็ก) และทางหลวงหมายเลข 4 (พนมเปญ-สีหนุวิลล์) รวมไปถึงสะพานอีก 4 แห่ง ที่ไทยสนับสนุนเงินทุนสร้างเสร็จเรียบร้อย และเปิดใช้อย่างเป็นทางการเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ทำให้การสัญจรไปมาสะดวกขึ้น ดึงนักท่องเที่ยว และนักเสี่ยงโชคชาวไทย ยุโรป อเมริกา รวมถึงเวียดนามและกัมพูชาด้วย หลั่งไหลไปที่เกาะกง
 

นายคุณาฒัย ศิริ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลหาดเล็ก อ.คลองใหญ่ จ.ตราด  บอกว่า จำได้ว่าสมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ได้มอบเงินให้รัฐบาลกัมพูชาสร้างสะพานเชื่อมต่อไปพนมเปญและเวียดนามได้ ปัจจุบันสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว การสัญจรไปมาสะดวกขึ้นมาก หากมีการสร้างคอมเพล็กซ์ขึ้นมาจริงๆ สินค้าทั้งอาหาร วัสดุอุปกรณ์จะเป็นที่ต้องการมาก เฉพาะปีที่ผ่านมากัมพูชาสั่งซื้อสินค้าจากไทยผ่านทางเรือมีมูลค่าถึง 1.5 หมื่นล้านบาท ขณะที่มูลค่าการสั่งซื้อสินค้าผ่านทางบกมีไม่น้อยกว่า 1,000 ล้านบาท 

ส่วนพื้นที่ ที่ พ.ต.ท.ทักษิณจะเข้าไปลงทุน มีความเป็นไปได้มากที่สุดน่าจะเป็นพื้นที่นิคมอุสาหกรรมเกาะกงเดิม ซึ่งห่างจากด่านตรวจคนเข้าเมืองเพียง 2 กิโลเมตร มีพื้นที่ไม่น้อยกว่า 2,000 ไร่ และมีการปรับปรุงไว้แล้ว  “พื้นที่ตรงนี้เหมาะที่สุด เพราะเป็นพื้นที่ของรัฐ สมัยนั้นคุณทักษิณพยายามผลักดันให้เกิดให้ได้ เพื่อสกัดกั้นการทะลักเข้ามาของแรงงานกัมพูชา แต่ก็ต้องหยุดไป ถึงเวลานี้ก็เหมาะและลงตัว หากมีการพัฒนาเป็นเมืองแห่งกาสิโน และสิ่งที่ทำให้ผมมั่นใจมากขึ้นไปอีกก็คือรายรอบบริเวณดังกล่าวมีการจับจองที่จากคนมีเงิน คงเตรียมตัวรองรับหรือทำอะไรหลังจากมีการพัฒนาเมืองจริงๆ” 

นายสุพจน์ เลียดประถม ประธานหอการค้าจังหวัดตราด เปิดเผยว่า หากมีการพัฒนาเกาะกงเป็นเมืองแห่งกาสิโนจริง ไทยจะได้ประโยชน์และเสียประโยชน์ไปในคราวเดียวกัน ประโยชน์ที่จะได้รับคือการจัดจ้างแรงงาน ปัญหาด้านชายแดนลดลง  ส่วนข้อเสียนั้น  หากมีกาสิโนคอมเพล็กซ์อยู่ที่เกาะกง เขาเชื่อว่านักพนันกว่าร้อยละ 70-80 จะเป็นคนไทยที่เข้าไปเสี่ยงโชค ถ้าเป็นเช่นนั้นก็เหมือนเอาเงินไปทิ้งไว้ที่เพื่อนบ้าน

ประธานหอการค้าจังหวัดตราด กล่าวด้วยว่า หากพิจารณาดูแล้วสถานที่ที่น่าจะมีการพัฒนาเมืองเพื่อทำกาสิโนมีเพียงที่เดียว คือบริเวณที่รัฐบาลกัมพูชาเตรียมไว้ทำนิคมอุตสาหกรรมเกาะกงเมื่อ 7-8 ปีก่อน ทั้งที่ข้อเท็จจริงแล้ว ไม่สามารถทำนิคมอุตสาหกรรมได้เลย เนื่องจากไม่มีวัตถุดิบและสาธารณูปโภคเพียงพอ แต่มีการสนับสนุนจากรัฐบาลไทย มีการปรับหน้าดินทำถนนเอาไว้แล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณนิคมอุตสาหกรรม มีการล้อมรั้วเป็นแนวยาว ก่อนหน้านี้มีข้อมูลว่า พื้นที่ดังกล่าวจะสร้างสนามกอล์ฟ แต่ต้องชะลอโครงการ หลังจากนักการเมืองใหญ่ของไทย มีแผนการพัฒนาเกาะเต็มรูปแบบโดยการสร้างเมืองเพื่อแข่งกับเกาะมาเก๊า
(ที่มา - คม ชัด ลึก 18 มิถุนายน 2551)


ทุกอย่างมีการวางแผนเป็นขั้นเป็นตอน มาตั้งแต่ยังอยู่ในอำนาจ .... เฉกเช่นเดียวกับการวางแผนเป็นขั้นเป็นตอน ก่อนเข้าสู่อำนาจ ที่ต้องตระเวนเจรจาต่อสัญญาดาวเทียม หรือแก้ปัญหาทับวงโคจรดาวเทียม ในนามรัฐบาล ก่อนท้ายที่สุด ขายให้เทมาเส็กไป ....  ในนามของผลประโยชน์ส่วนตัวนั่นแหล่ะ  



**นิยามเกาะกง ** แหล่งกบดานของนักการเมืองทุจริต 
-วัฒนา อัศวเหม ผู้ต้องหาทุจริตโครงการบ่อบำบัดน้ำเสีย
-อดีตกำนันดังภาคตะวันออก คดีที่ดินเขาไม้แก้ว
-อีกไม่นาน ... นายใหญ่หลายคดี  คงไม่ต้องบอกนะว่าทนายหน้าหอ เปิดทางไว้ให้อย่างดี  ฮา

โดย vickie

 

กลับไปที่ www.oknation.net