วันที่ พุธ กรกฎาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ดัลซีเนีย...ดัลซีเนีย


ดัลซีเนีย...ดัลซีเนีย

นางสวยเกินกว่าแดดแผดเผา  ลมจะพัดพา…

    

            นานมาแล้วภายในห้องเรียนระดับอุดมศึกษาแห่งหนึ่ง  หลังจากนักศึกษาคนหนึ่งหาที่นั่งท้ายห้องได้หลังจากนาฬิกาชี้เข็มสั้นและเข็มยาวว่าเลยเวลาเข้าเรียนมาประมาณหนึ่งแล้ว   อาจารย์ผู้สอนลอบชำเลียงด้วยหางตา  พร้อมขณะพอดีกับกำลังพร่ำสอนกล่าวอ้างถึง  เรื่องแรงจูงใจส่วนตัวกับความตรงต่อเวลา    ทัศนะคติที่ว่าด้วยในการเข้ามาบรรยายในห้องเรียนให้ทันเวลาอย่างสม่ำเสมอ  มิเคยขาดมิเคยสายนั้น อาจารย์ชายท่านนี้มีเคล็ดลับเฉพาะไม้เด็ดส่วนตัวอยู่

            อาจารย์มีเรื่องเล่าประกอบว่าเสมือนหนึ่ง   ในสมัยโบราณกาล  บรรดาอัศวินผู้กล้าจะทำอะไรต่อมิอะไรก็ย่อมต้องคำนึงถึงนางในดวงใจ  ยกตัวอย่างเช่น หลังจากเหล่าอัศวินนักรบในชุดเสื้อเกราะเหล็กนั่งบนหลังม้าศึกในสมัยก่อนได้เที่ยวกรำศึกจนได้ชัยชนะอันยิ่งใหญ่กลับมาแล้ว   เขาจะได้พบเจอยลโฉมนางในดวงใจซึ่งเป็นเสมือนของขวัญของรางวัลอันคู่ควรค่าระหว่างนักรบผู้กล้ากับหญิงงามผู้เลอโฉม

            โดยท่านอาจารย์นำเรื่องเล่าของอัศวินกับนางอันเป็นที่รักที่ต้องคู่กันเสมอนี้  นำมาขยายต่อว่า  หากเราคิดจะทำสิ่งใดก็ตามหากเรายึดมั่นในคุณค่าความรักบริสุทธิ์อันพึ่งมีต่อนางอันเป็นที่รักตามอุดมคติแล้วไซร้  เราย่อมมิกระทำการใดๆอันเป็นการลบหลู่ต่อนาง  ให้ประหนึ่งเป็นกระทบกระทั้งถึงการเสียเกียรติแห่งนางกลางใจของเรา  เป็นแน่แท้

ซึ่งพฤติกรรมและแนวคิดน่าสนใจส่วนตัวต่อไปนี้ไม่ได้สงวนเป็นลิขสิทธิ์  หากใครอยากจะนำไปลอกเลียนแบบ  ดังนั้นตัวอย่างการกระทำของอาจารย์ผู้สอนที่ประหนึ่งดุจดังมีน้ำทิพย์ชโลมใจ  ในการกระตุ้นย้ำเตือนตัวเองให้พยายามมาเข้าห้องบรรยายให้สานุศิษย์ให้ตรงต่อเวลาทุกเมื่อเชื่อวันจึงเป็นการกระทำอย่างมีนัยยะ    

โดยการยกย่องนางกลางใจในอุดมคติให้มาสิงสถิตอยู่ในห้องเรียนเสียเลย  โดยให้มาจุติอยู่ในกายภายนอกที่เป็นนักศึกษาหญิงที่เข้ามาฟังบรรยายอยู่นั่นเอง  ศิษย์คนใดคนหนึ่ง   โดยมีทริกอยู่ที่การคัดเลือกไว้ในใจว่า ต้องเป็นคนน่ารักในด้านความประพฤติไม่จำเป็นต้องเป็นคนสวยหน้าใส ใส่เสื้อทริปเปิ้ลเอส หรือกระโปรงสั้นจู๋รัดติ้ว  น่ารักทางความประพฤติง่ายๆในที่นี้คือ การมาเข้าเรียนให้ทันเวลา ขยันตั้งอกตั้งใจเล่าเรียนนั่งจดแล็คเชอร์เป็นนิจสิน  เน้นหนักไปที่ไม่เคยเข้าเรียนสายเลยของเธอผู้นั้น

การเลือกในที่นี้ไม่ได้อิงในหัวข้อเรื่องชู้สาว  แต่เป็นการยกให้เสมือนว่าเป็นนางกลางใจภายในห้องเรียนแทนที่ยอดรักกลางศึก  มีไว้ทำไมรึ?  มีไว้ให้กระตุ้นเตือนเสมอว่า  วันใดที่เกิดบรรยากาศเอื้อยเฉื่อย จนทำให้บังเกิดมีอาการขี้เกียจจะตื่นเช้าๆในชั่วโมงอันเร่งรีบของยุคสมัย  ซึ่งจะชวนให้เราพิรี้พิไรอยู่กับหมอนและที่นอนอันนุ่มนิ่ม   

พอหน้านางกลางใจลอยมาในห้วงภวังค์ มันจะได้เป็นข้ออ้างได้ว่า “ ไม่ได้นะ ไม่ได้แล้วสิ”   ต้องรีบไปให้ทันกาลไม่เช่นนั้นนางอันเป็นที่รักแห่งเราจะต้องรอเก้อ เสียใจ  และน้อยเนื้อต่ำใจ  ซ้ำร้ายกว่านั้นก็คือ ความรู้สึกผิดในตัวเราผู้กระทำผิดแห่งการมาสายจะกลายเป็นผู้ทำให้เสื่อมเสียเกียรติยศศักดิ์ศรีแห่งนาง  อันนำมาซึ่งความหม่นหมองรู้สึกผิดภายในแห่งเรา  ดุจประหนึ่งการกระทำอันมีเภทภัยต่อยอดพธูแห่งหัวใจ   ลองคิดดูใครเล่า..จะกระทำได้ลงคอเยี้ยงนั้นฤๅ(ฮา)

ว่าไปแล้ว..ในห้วงเวลานั้น ตัวผมเองเห็นข้อดีแห่งเรื่องนี้  เพราะว่าจะมีสิ่งใดจูงใจเด็กวัยแตกเนื้อ หนุ่มได้ดีเท่ายามคำนึงถึงหญิงรูปงามกริยาเยี่ยมใครสักคนในห้องเรียนเดียวกัน(กิ้วๆ..)    ขณะที่ความเข้าใจในสิ่งคู่กันของอัศวินนักรบบนหลังม้ากับยอดยาหยีที่ถูกกล่าวอ้างถึงนั้น     ว่าคงเป็นแค่กุศโลบายล่อหลอกเล่นเท่านั้น  แต่ประโยชน์โภชน์ผลที่เห็นได้ชัดคือ  ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตามเราสามารถนำมันมาขยายต่อ  ช่วยให้เกิดแรงจูงใจในทางที่ดีคิดบวกเข้าไว้ 

เช่น ในช่วงชีวิตถัดมาของการทำงาน   เมื่อต้องตื่นเช้ามาทำงานหรือมีนัดหมายอะไร หากเรามียอดพธูมิ่งขวัญในที่ทำงาน สิ่งอันละเล็กละน้อยในซีกสมองส่วนหนึ่ง  จึงส่งผลต่อการเร่งรีบมาให้ทันเวลาทุกเวลานาทีภายใต้ถ้อยคำคือ “ เดี๋ยวเธอคนนั้นเขาจะรอ... ” หรือรีบพยามยามไปทำงานเช้าๆจะได้เห็นหน้าเธอ อย่างนี้ต้องอิงบริบทว่าเป้าหมายที่ว่าต้องมาเช้าด้วยเหมือนกันนะ      รวมไปถึงหากใครจะนำไปคิดต่อจนถึง ระดับความประพฤติอันถูกต้องดีงามตามมาตรฐานของสังคม  ยิ่งพวกแบบไม่กระทำการใดๆเช่นผิดศีลห้า  ก็ยิ่งคงดี  โดยมีตราบาปการกระทำใดๆอันเป็นการเสื่อมเสียศักดิ์ศรีแห่งนางนั้นไซร้  ไม่พึ่งกระทำด้วยประการทั้งปวง  ใครหลุดพ้นถึงข้อนี้ นับว่าดีนักแล

ที่จริงแล้วความคิดเหล่านี้   ได้จางหายไปกับการเวลานานโขแล้ว  ตามระยะเวลาแห่งเรื่องราวที่เกิด  แต่เหตุที่ทำให้ผมกลับมาคุ้นคิดได้ขึ้นอีกนั้น  มีที่มาจากการได้ไปชมละครเวทีเมื่อไม่นานมานี้เรื่อง สู่ฝันอันยิ่งใหญ่  ตัวละครเอกอัศวินผู้ถูกกล่าวหาว่าจิตวิปลาส ดอน ฆิโฮเต้ กระทำการใดๆทั้งสิ้นทั้งปวงเพียงเพื่อมอบถวายแก่แม่นางอันสูงศักดิ์ของเขา  อย่างเช่นบทสนทนาที่ดอนพบสบพักต์นางอันเป็นที่รักครั้งแรก

“ข้าไม่กล้ามองนางได้เต็มตา เพราะเกรงว่าตาของข้าจะบอดไปเพราะความงาม   แต่ ข้าวิงวอนขอให้นางกล่าวนามของนางเถอะ” 

“อัลดอนซ่า”

“แม่นางต้องการจะล้อข้าเล่นหรือไร”

“อัลดอนซ่า”

“ นั้นชื่อต้นห้องของแม่นางหรือว่าชื่อแม่ครัวของแม่นางเอง”

“บอกชื่อแล้วก็หลีกไปให้พ้นเถอะ  เดี๋ยว...”

“ แม่นางต้องการจะทดสอบข้าหรือไร   แม่ยอดหญิง หัวใจของข้าได้ตกเป็นทาสของนาง

   แล้ว  นับจากนี้ไป ข้าจะไม่ทำให้นางผิดหวังในตัวข้า แม่นาง...ดัลซีเนีย...”

แม้ในละครจะไม่ได้พูดถึงว่าทำไมต้องเป็น ‘ยุทธการนี้เพื่อเธอคนเดียว’ แล้ว  แต่หลังจากที่ผมคว้าวรรณกรรมเล่มใหญ่หนาหกร้อยหน้าเรื่องนี้ฉบับแปลของสำนักพิมพ์ผีเสื้อมาอ่านได้สักครึ่งเล่มแล้ว  ทำให้อดีตอันเป็นสิ่งที่ท่านอาจารย์ของผมกล่าวถึงทั้งหมดนั้นมีที่มา  ผมพึ่งประจักษ์ว่า ขุนนางต่ำศักดิ์นักฝันแห่ง ลามันช่า  ทำอะไรทุกอย่างเพียงเพื่อเธอคนเดียวจริงๆ  แม้แต่จะทำความดีหรือใดๆกับใครไม่ว่าเล็กน้อยหรือยิ่งใหญ่ก็ต้องให้ผู้ถูกกระทำหรือเกี่ยวข้องนั้นๆ  วานให้ช่วยไปบอกเล่าเรื่องราวถึงวีรกรรมของเขา(หรืออัศวินแห่งนาง)แก่นางอันเป็นที่รักแห่งเขาเป็นการตอบแทน    ดั้งนั้นจึงเป็นความถ่องแท้หนึ่งที่หวลกลับมาในห้วงคำนึงของผม  พร้อมถ้อยคำทำนองแสนไพเราะจับใจอย่างในละครเพลงท่อนที่ร้องว่า

“ ดัลซีเนีย...ดัลซีเนีย   นางสวยเกินกว่าแดดแผดเผา  ลมจะพัดพา

   เห็นภาพคงเหมือนฟ้าประทาน  จากแดนพิมานไหน  ดัลซีเนีย...ดัลซีเนีย... ”

 

โดย STILLWATER

 

กลับไปที่ www.oknation.net