วันที่ พุธ กรกฎาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

โปรดใช้วิจารณญาณในการชม ผึ้งหลวงเกาะหน้าองค์ครุฑศาลสถิตย์ยุติธรรม...!!!


มงคลประเทศ! ผึ้งหลวงเกาะหน้าองค์ครุฑศาลสถิตย์ยุติธรรม!

ฝูงผึ้งหลวง พากันไปเกาะและทำรังอยู่บริเวณใบหน้าองค์ครุฑพ่าห์ ที่สถิตย์อยู่บริเวณหน้าสำนักงานศาลยุติธรรม เชื่อเป็นเรื่องมหามงคลของประเทศ
       
       วันนี้ 16 (ก.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่อาคารศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงานศาลยุติธรรมด้วยนั้น ตั้งแต่ช่วงเช้าเป็นต้นมา ได้มีเจ้าหน้าที่และประชาชนที่เดินทางมาศาล ยืนแหงนหน้ามองขึ้นไปยังองค์ครุฑ ที่ติดตั้งอยู่หน้าตึกศาลอาญา เหนือป้ายสำนักงานศาลยุติธรรม ปรากฎว่ามีผึ่งหลวงจำนวนมากมาเกาะบริเวณหน้าองค์ครุฑ ทำให้เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆ นานา บ้างก็ว่าเป็นนิมิตหมายที่ดี เป็นเรื่องมงคลที่จะเกิดขึ้น
       
       ต่อมาผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยังผู้บริหารสำนักงานศาลยุติธรรม ถึงกรณีผึ้งหลวงไปเกาะบริเวณหน้าองค์ครุฑ ที่บริเวณชั้นที่ 13 ของอาคารศาลอาญา เลขที่ 99 ถนนรัชดาภิเษก แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ ซึ่งอยู่เหนือป้ายสำนักงานศาลยุติธรรม ว่า ตนทราบเรื่องนี้ จากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำอาคารศาลอาญา เมื่อช่วงเย็นวันที่ 15 ก.ค. ที่ผ่านมา โดยผู้ที่พบเห็นต่างก็วิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆนานา ซึ่งประวัติครุฑดังกล่าวติดตั้งมานานพร้อมกับตึกศาลอาญาดังกล่าว


       
       ผู้บริหารคนดังกล่าวกล่าวต่อว่า แต่เพื่อความสบายใจตนได้ไปปรึกษากับพระครูท่านหนึ่ง ซึ่งท่านมีความเห็นว่า เป็นเรื่องมหามงคล เนื่องจากผึ้งจำนวนมากที่มาทำรังเป็นผึ้งหลวง หากเข้าไปทำรังที่บ้านใครแล้ว ก็จะทำให้เจ้าบ้านอยู่เย็นเป็นสุข เจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน มีโชคมีลาภ ซึ่งล้วนเป็นความเชื่อมาตั้งแต่สมัยโบราณ ทั้งนี้เรื่องดังกล่าวไม่สามารถพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ได้
       
       ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า มีบันทึกตามตำนานระบุไว้ว่า องค์ครุฑพ่าห์ คือ ตราสัญลักษณ์ของแผ่นดินสยาม ซึ่งเดิมเป็นตรานารายณ์ทรงครุฑ แต่ในรัชกาลที่ 5 ได้มีการทำเป็นตราอาร์มอยู่ระยะหนึ่ง แล้วทรงให้เปลี่ยนเป็นองค์ครุฑจับพญานาค ต่อมาจึงเป็นองค์ครุฑอย่างเดียว โดยเอาพญานาคออกไป ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ได้ทรงแก้ไขตราแผ่นดินให้เป็นตราครุฑพ่าห์ เช่นที่ใช้อยู่ในปัจจุบันนี้ ดังนั้น ทุกวันนี้หน่วยราชการทุกแห่งจึงใช้ตราครุฑเป็นเครื่องหมายทางราชการคนไทยรู้จักพญาครุฑดีเพราะเป็นตัวเอกในวรรณคดีบางเรื่อง หรือเห็นที่ภาพจิตรกรรมฝาผนังของพระอุโบสถบางแห่ง จนถึงหัวเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณของรัชกาลที่ 9 องค์ครุฑมีลักษณะคล้ายลักษณะนกเหยี่ยวแต่มีองค์เป็นเหมือนคน องค์สีแดง จมูกปากและเท้าเหมือนนก แต่งองค์ทรงเครื่องด้วยทองคำ ความจริงพญาครุฑไม่ใช่สัตว์ในโลกมนุษย์เราถือเป็นสัตว์หิมพานต์เช่นเดียวกับพญานาค อาศัยอยู่เชิงเขาพระสุเมรุ ตามตำนานถือว่าทรงอำนาจที่สุด มีพลังมาก เป็นราชพาหนะของพระนารายณ์หรือพระวิษณุจึงเรียก “ครุฑพ่าห์” ถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์
       
       ตามตำนานมหากาพย์มหาภารตะว่ามีร่างกายใหญ่โตถึง 150 โยชน์ ปีกซ้ายขวายาว 150 โยชน์ หางยาว 60 โยชน์ คอยาว 30 โยชน์ ปากยาว 9 โยชน์ ตีนหลังยาว 12 โยชน์ เป็นโอรสของพระฤๅษี ถือเป็นผู้เป็นใหญ่แห่งนก เป็นศัตรูของงูและนาค ตำนานว่าฆ่าพญานาคหมดเหลือมาคล้องคอไว้ 1 ตัวเป็นสังวาล เป็นเจ้าแห่งฟ้า เคลื่อนที่เร็วเป็นผู้พิชิตพระอินทร์ทั้งหมด แต่แพ้ต่อพระนารายณ์จึงยอมเป็นพาหนะของพระนารายณ์ องค์ครุฑมีความเกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ของไทย ที่เชื่อว่าเป็นพระสมมติเทวราช หมายถึง องค์พระนารายณ์อวตารลงมาเป็นพระมหากษัตริย์ จึงมีการใช้รูปครุฑแทนองค์มาตั้งแต่สมัยอยุธยา และเป็นพระราชลัญจกรของรัชกาลที่ 2 ซึ่งคงจะพอสรุปได้ว่า ครุฑพ่าห์ เป็นสัญลักษณ์ของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ยิ่งและมีอำนาจมากที่สุดจึงถือเป็นตราของแผ่นดิน ได้มีคำกล่าวถึงฤทธิ์ขององค์ครุฑที่เป็นสัญลักษณ์ของตราตั้งในหลายครั้งหลายกรณี การนำไปติดตั้งจึงต้องดำเนินงานให้ถูกต้องตามธรรมเนียมและความเชื่อถือ
 

ด้วยความปรารถนาดี ทั้งหมดนี้ โปรดใช้วิจารณญาณในการชม
โดย ทีมข่าวอาชญากรรม ผู้จัดการออนไลน์

โดย ปรากฏการณ์หลังม่านสีฟ้า

 

กลับไปที่ www.oknation.net