วันที่ พฤหัสบดี กรกฎาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

สร้างความสบายใจ..ด้วยการให้อภัย (ตอนที่ 1)


ในช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมานี้ ผมมีเรื่องที่ไม่สบายใจมาก ๆ จากการทำงานกับลูกค้ารายหนึ่ง ซึ่งเป็นคนที่ผมรู้จักและเคยร่วมงานมา 2-3 ครั้ง แต่เขาเพิ่งจะมาออกลายแสดงความเห็นแก่ตัวออกมาให้เห็นเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ฉวยโอกาสต้องการเอาเปรียบผมและเพื่อนของผม  ไม่มีมารยาทในการทำงานแบบมืออาชีพ  เมื่อเจอแบบนี้เข้าผมถึงกับปี๊ดแตก โมโหจัด รับไม่ได้  จนถึงขั้นจะเลิกคบค้าสมาคมด้วย

แต่พอเหตุการณ์ผ่านมา 2-3 วัน ความรู้สึกผมดีขึ้นมาก แม้ความรู้สึกโกรธยังมีอยู่บ้าง แต่ก็ลดลงไปเยอะมาก  แถมเมื่อวานนี้ยังสามารถติดต่อสื่อสารกับลูกค้ารายนี้ด้วยอารมณ์ปกติ

ผมมาทบทวนดูว่าอะไรที่ทำให้ผมใจเย็นขึ้น อะไรทำให้ผมให้อภัยลูกค้ารายนี้ได้เร็วขนาดนี้ แล้วก็พบว่าน่าจะมาจากที่ ในช่วงนี้ผมได้อ่านบทความเกี่ยวกับชีวิต เกี่ยวกับธรรมะ  ได้เจอลูกศิษย์ที่ฝักใฝ่ธรรมอยู่หลายคน รวมทั้งได้อ่านหนังสือหลาย ๆ เล่มเกี่ยวกับการทำใจให้เป็นสุข

และหนังสือเล่มที่น่าจะมีอิทธิพลต่อผมมากที่สุด น่าจะเป็นหนังสือเล่มที่ผมเพิ่งอ่านจบไปเมื่อ 2 อาทิตย์ก่อน

หนังสือเล่มนี้มีชื่อว่า “กฎแห่งกระจก (A Rule of a Mirror)”  เป็นหนังสือ How to ที่ขายดีที่สุดในประเทศญี่ปุ่น และได้รับรางวัลหนังสือ Non-fiction ที่ทุกคนควรอ่าน เขียนโดย โยชิโนริ โนงุจิ    และแปลโดย ทิพย์วรรณ ยามาโมโตะ

 

หนังสือเล่มเล็ก ๆ มีความหนาเพียง 91 หน้า นำเสนอกฎแห่งกระจก ซึ่งมีหลักง่าย ๆ ว่า “ชีวิตคือกระจกส่องสะท้อนจิตใจของเราเอง ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นมีต้นเหตุจากตัวเรา เพียงเรากล้าสำรวจตัวเองอย่างซื่อสัตย์ ยอมรับในสิ่งที่ค้นพบ และพร้อมลงมือแก้ไข ปัญหานั้นก็จะคลี่คลายไปได้” 

ผมเห็นว่ามีประโยชน์ จึงนำเนื้อหาบางส่วนที่เกี่ยวกับเรื่องของการให้อภัย จากหนังสือเล่มนี้มาให้อ่านกันดู  เชิญอ่านเลยครับ

…“ให้อภัยไม่ได้” คือสภาพจิตใจที่ยึดติดกับอดีต และนึกเกลียดใครบางคนอยู่ตลอดเวลา ...

เมื่อใดที่เราเกลียดคนอื่นและ “ไม่ให้อภัย” เราจะรู้สึกไม่สบายใจ ร่างกายจำทำงานไม่ได้ดังคิด ทั้งยังกระวนกระวายถ้ามีอาการเช่นนี้อย่างต่อเนื่องเราก็จะเป็นทุกข์

อาการนี้ทรมานมาก ผมเองก็เคยประสบมาแล้วหลายครั้ง ทุกคนมีสิทธิ์เลือกที่จะ “ให้อภัย” หรือ ไม่ให้อภัย”

ถ้ามีคนทำเราเสียใจ เราเลือกที่จะ “ไม่ให้อภัย” เขาได้

แต่นั่นหมายความว่าเราเลือกที่จะจมปลักอยู่อดีต  การอยู่กับอดีตทำให้เราละทิ้งอนาคตที่อาจเปี่ยมความสุขไป

ในทางตรงกันข้าม ถ้าเราเลือกที่จะ “ให้อภัย” เราจะรู้สึกผ่อนคลาย เบาสบายทั้งกายและจิตใจ

ได้รับการปลดปล่อยจากความแค้นในอดีต สบายอกสบายใจและรู้สึกเป็นอิสระ

การให้อภัยนั้นไม่ได้หมายถึงการยอมรับการกระทำ ของคนอื่น ไม่ได้ถึงการมองข้ามความผิดของเขา และไม่ได้หมายความว่าเราต้องอดทนทั้งๆ ที่คิดว่าเขาผิด

การให้อภัยหมายถึงการปล่อยวางจากการยึดติดอยู่กับอดีตเลิกโทษว่าเป็นความผิดของใคร และเลือกที่ตะมีแต่ความสบายใจ

ตอนนี้คุณเกลียดใครอยู่หรือเปล่า

แล้วคิดอยากให้อภัยเขาเพื่อความสุขในชีวิตของคุณเองบ้างไหม

การให้อภัยไม่ได้เป็นการทำเพื่อคนอื่น แต่เพื่อตัวเราเองต่างหาก

มาให้อภัยตัวเองกันเถอะ

หลายคนอาจรู้สึกว่า “ถึงอย่างไรก็ให้อภัยไม่ได้”

ถ้าคุณคิดอย่างนั้น ขออย่าได้โทษตัวเองว่า “ฉันนี่แย่มาก แค่ยกโทษให้คนอื่นยังทำไม่ได้เลย” หรือ “ฉันคงไม่มีความสุขเหมือนคนอื่นเขาหรอก”

ขอให้เข้าใจว่าจิตใจของคุณบอบซ้ำมาก ขอให้มองตนเองตามความเป็นจริง ตอนนี้คุณอาจะยังไม่พร้อม แต่ขอให้เริ่มฝึกยอมรับตัวเองให้ได้ก่อน

ก่อนอื่นคุณต้องให้อภัยตัวเอง ในสาขาจิตวิทยาเราเรียกสิ่งนี้ว่า การยอมรับตัวเอง

ยอมรับว่าคุณกำลังเจ็บซ้ำ แล้วให้อภัยตัวเองที่ให้อภัยคนอื่นไม่ได้ ถ้าคุณยอมรับตัวเองได้ จิตใจก็จะมีที่ว่างพอสำหรับการให้อภัยคนอื่น

เมื่อคิดได้เช่นนั้น ขอให้คุณมองหาสิ่งที่เรียกว่า Belief ของตัวเอง Belief คือสิ่งที่คุณเชื่อมั่นโดยไม่มีข้อสงสัย ซึ่งก็ หมายถึง “ความเชื่อนั่นเอง” ตัวอย่างของ Belief ที่ทำให้เราอภัยให้คนอื่นได้ยาก ได้แก่

- การให้อภัยทำให้เราเสียผลประโยชน์

- การที่เราต้องรู้สึกแย่ก็เพราเขาแท้ๆ เราไม่ผิดร้อยเปอร์เซ็นต์

- การเป็นผู้เสียหายย่อมสบายกว่าการยอมรับว่าเป็นคนผิด

- เขาต้องได้รับโทษอย่างสาสม

- แค้นนี้ต้องชำระ

- เราให้อภัยไม่ได้ เราต้องปกป้องตัวเอง

และอื่นๆ อีกมากมาย แต่ขอให้ลองคิดดูให้ดีว่า Belief เหล่านี้ทำให้คุณมีความสุขหรือไม่

(ครั้งหน้าผมจะนำเทคนิค “8 ขั้นตอนสู่การให้อภัย” จากหนังสือเล่มนี้มาเล่าให้ฟังอีกครับ)

โดย Pro.Trainer

 

กลับไปที่ www.oknation.net