วันที่ เสาร์ กรกฎาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

พิพิธภัณฑ์ชีวิต - Life Museum


หาข้อมูลเพื่อนำมาทำเอนทรี่แนะนำเพื่อทำกิจกรรมเกี่ยวกับ Lorenso Project หาข้อมูลมาก็หลายวัน และก็ได้ข้อมูลควรรู้มากมายบนโลกไร้พรมแดนนี้ แต่เรื่องนึ่งที่ชั่งใจอยู่นานว่าควรจะนำมาลงหรือไม่ สุดท้ายก็คิดว่าน่าจะเอามาลงเพราะอย่างน้อยมันก็เป็นอุทาหรณ์สอนใจให้แก่ทุกท่านเพื่อที่จะไม่ใช้ชีวิตที่เหลืออยู่โดยประมาท ตามมาดูกันนะค่ะว่าสายลมฯ หมายถึงอะไร

สายลมฯ เสิร์ทมาเจอเวปนี้หละค่ะ http://gotarch.forumup.com/about42-gotarch.html เรื่อง พิพิธภัณฑ์ชีวิต - Life Museum โดยคุณ Gotarch ค่ะ สายลมฯ เชื่อว่าหลาย ๆ ท่านคงเคยผ่านตามาบ้างจาก fwd ที่ส่งมาให้ในอีเมลล์ แต่อยากให้ดูกันอีกครั้งค่ะ ตามมาดูกันค่ะว่ามันคืออะไร

คำเตือน : คนขวัญอ่อนหรือกลัวผีไม่ควรดูคนเดียวตอนกลางคืน


เห็นหัวข้อกระทู้แล้วอาจจะนึกถึง museum ของต่างประเทศ หรือ ไม่ก็นึกถึงหัวข้อ thesis ของนักศึกษาสถาปัตย์นะครับ แต่เรื่องนี้เกี่ยวกับวัดพระบาทน้ำพุครับ บางท่านอาจจะได้เห็นมาจาก forward mail แล้ว สำหรับท่านที่ยังไม่เคยก็อยากให้ลองอ่านดูครับ ข้อความข้างล่างนี้ตัดมาจากเว็บอื่นนะครับ

วัดพระบาทน้ำพุกับบางเรื่องราวที่ไม่มีใครอยากรับรู้..
วันนี้อยากพาไปเที่ยวครับ..
บางคนเคยร่วมบริจาคเงินให้กับวัด แต่ไม่เคยเห็นความเป็นไปในวัด
นึกภาพไม่ออก จิตนาการไม่ชัด

แต่ถ้าได้เห็น ได้รับรู้ แม้เพียงไม่กี่ภาพ
ความสุขใจจากการได้บริจาคเงิน ช่วยต่อลมหายใจให้กับผู้ติดเชื้อเอดส์ อาจมีเพิ่มมากขึ้นแม้เพียงน้อยนิด..ก็ยังดี

ภายในวัดค่อนข้างร่มรื่น โดยเฉพาะวันที่ฝนตก
วันนี้เป็นวันหยุด ผู้คนมาเที่ยวหนาตา..ไม่เงียบเหงาวังเวงเหมือนวันปกติ

บ้านพักหลังน้อยของผู้ป่วย เรียงเป็นแถวปานรีสอร์ท
บ้านไม่ต้องเช่า ข้าวไม่ต้องซื้อ ด้านหลังพิงภูเขา

คนปกติแม้มีเงินก็หมดสิทธิ์ที่จะมาอ้อนวอนขอเข้าอยู่อาศัย
ต้อนรับเฉพาะผู้ติดเชื้อไร้บ้านเท่านั้น

ชุมชนแหล่งสุดท้ายของผู้ติดเชื้อ
ถูกขับออกจากบ้าน ไม่มีครอบครัว บ้างก็ถูกนำมาทิ้งไว้ที่โคนต้นไม้หน้าวัด

บ้างก็เสียชีวิตเพียงเข้าพักในคืนแรก
ด้วยร่างกายที่อ่อนแอ ถูกหอบหิ้วมาไกลแสนไกลจากภาคเหนือ
แถมถูกทิ้งให้นอนหนาวอยู่หน้าวัดตลอดคืน

กว่าเจ้าหน้าที่ของวัดจะไปพบในตอนเช้าก็สายเสียแล้ว.

พิพิธภัณฑ์ชีวิต..
บางคนบอกเป็นสุสานที่ไม่มีดินกลบหน้า

หลายคนไม่อยากเฉียดเข้าไปใกล้
หลายคนบอกดูแล้วกินข้าวไม่ลง

แต่หลายคนก็ได้แง่คิดติดกระเป๋ากลับบ้าน..

พิพิธภัณฑ์ที่นี่ไม่ได้มีไว้แสดงงานศิลปะ
ไม่มีของที่มีค่า หรือของเก็บสะสมของใคร..

ภายในมีซากศพของผู้ที่เสียชีวิตจากโรคเอดส์ ที่บริจาคเป็นวิทยาทานให้ทางวัดจัดแสดง เพื่อกระตุ้นเตือนต่อมรักสนุกของผู้ที่ยังมีลมหายใจ..ว่าเอดส์ไม่ใช่เรื่องที่อยู่ไกลตัวเหมือนที่หลายคนคิด

ภาพแรกเป็นเด็กชายอายุเพียง 5 ขวบที่ติดเชื้อเอดส์จากแม่
ส่วนใหญ่ผู้เป็นแม่จะตายก่อน เด็ก ๆ จะวิ่งเล่นในวัดได้นานหลายปี

ปัจจุบันเด็กเล็ก ๆ ที่ติดเชื้อเอดส์จากแม่จะถูกย้ายไปอยู่โครงกาน 2 ที่อำเภอหนองม่วง จังหวัดลพบุรี

ที่วัดไม่มีเด็กเล็ก ๆ วิ่งเล่นให้เห็นเหมือนก่อน..

เมื่อตอนที่ผมอายุ 5 ขวบ ผมจำความไม่ได้
เด็กคนนี้จำแม่ของเขาเองได้หรือเปล่าคงไม่มีใครรู้

ถ้าเป็นสมัยก่อน เมื่อผู้เป็นแม่ใกล้เสียชีวิต
หลวงพ่อจะไปจูงมือลูกมาเพื่อให้กราบเท้าแม่เป็นครั้งสุดท้าย
เด็กหลายคนจะรีบกราบ ๆ ให้เสร็จเพื่อวิ่งออกไปเล่นต่อกับเพื่อน ๆ

ปล่อยให้ผู้เป็นแม่นอนน้ำตาไหลด้วยความห่วงใยในอนาคตข้างหน้าของลูก
เหมือนคนที่เป็นแม่ทั่วไป..

เด็กหลายคนรู้เพียงว่าแม่ไปสวรรค์แล้ว
และอีกไม่นานเขาก็จะได้พบกับแม่ของเขาอีกครั้ง..

ร่างนี้เป็นร่างของสาวประเภท 2..
หน้าตา(เคย)ดี จากป้ายประวัติข้างตัวบอกว่าเป็นสาวบริการ..

คนนี้อดีตนักร้องสาวคาเฟ่ และขายบริการเช่นกัน
ป่านฉะนี้ ผู้ที่เคยใช้บริการกับเธอคงตามเธอไปเรียบร้อยแล้ว..

ส่วนใหญ่ผมจะหยอดเงินใส่กล่องบริจาคที่วางอยู่ด้านหน้าห้องบริจาค
ภายในห้องมีไว้สำหรับออกใบอนุโมทนาบัตรสำหรับผู้ที่ต้องการหลักฐานเอกสาร

บริเวณกุฏิหลวงพ่อ วันนี้ผู้คนพลุกพล่าน ส่วนใหญ่จะมากันเป็นครอบครัว ที่นี่ถูกบรรจุเข้าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดลพบุรีเรียบร้อยแล้ว

หลวงพ่อกำลังต้อนรับแขกผู้มาเยือนอย่างไม่รู้จักเหนื่อย มีการแจกภาพถ่ายพร้อมลายเซนต์เป็นที่ระลึก..

ด้านหน้าอาคารผู้ป่วยระยะสุดท้าย..
คนไข้บางคนยังพอมีเรี่ยวแรงก็สามารถออกมาเดินเล่นได้

ภายในอาคาร กลิ่นยาโชยเข้าจมูก
หลายคนนอนหมดแรงอยู่บนเตียง

เจ้าหน้าที่มาบอกให้ผมสามารถถ่ายภาพภายในห้องได้
แต่ผมยิ้มเขิน ๆ ไม่อยากเอากล้องไปจ่อถ่ายภาพพวกเขา
ไม่อยากให้คนป่วยรู้สึกว่าพวกเขาเป็นตัวประหลาด

ทำได้เพียงเดินดูบรรยากาศภายในห้องเท่านั้นเอง..

คงมีสถานพยาบาลของวัดพระบาทน้ำพุเพียงแห่งเดียวเท่านั้น
ที่มีโลงศพวางกองอยู่หลังห้องผู้ป่วย


วางท้าทายสายตาของผู้ป่วย และทุกคนก็มองเห็น ไม่มีใครมองว่าเป็นลางร้าย หรือบั่นทอนสุขภาพจิตของผู้ป่วย เพราะทุกคนไม่มีใครออกไปจากวัดแห่งนี้ได้ทั้งๆ ที่ยังมีลมหายใจ..เขาอยู่ไปแต่ละวันเพื่อรอคอยวันตายเท่านั้นเอง

กองเถ้ากระดูกมนุษย์นับพันเพื่อรอคอยญาติมารับ
และมีไม่ถึง 1% ที่ถูกนำกลับบ้าน..

ลองหลับตาและจินตนาการเล่น ๆ.. ถ้ากองกระดูกเหล่านี้กลายร่างเป็นคน..บริเวณนี้คงแออัดยัดเยียด

บ้างก็คงนั่งกอดเข่า บ้างก็ยืนชะเง้อมองหาบุคคลอันเป็นที่รัก
บ้างก็คงร้องไห้จนน้ำตาเหือด..ช่างเป็นการรอคอยที่ไร้จุดหมายจริง ๆ

วันนี้ฝนตก.. ยามที่ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ ๆ จะได้กลิ่นอับจาง ๆ

อยากมีหูทิพย์..
อยากฟังว่าพวกเขาจะมีเรื่องราวอะไรมาเล่าให้ฟัง
แต่ถ้าเป็นจริง..หูของผมคงอื้ออึงจนฟังไม่รู้เรื่อง

บางส่วนถูกบดเป็นผง บรรจุลงกล่อง เพียงหวังว่าจะได้ง่ายและไม่อุดจาดตา ยามที่ญาตินำกลับบ้าน

แต่เมื่อความพยายามของทางวัดไร้ผล
แม้จะอำนวยความสะดวกให้ปานใดก็ตาม แต่กองเถ้ากระดูกก็ไม่เคยลดน้อยลง..ไม่เคยมีใครมาแสดงความเป็นเจ้าของ

สุดท้ายความเพียรพยายามก็หมดแรง..

ผมถามเจ้าหน้าที่ว่า แล้วอนาคตของกองกระดูกเหล่านี้จะเป็นอย่างไร

แกบอกว่า..
ในอนาคตจะใช้เถ้ากระดูกพวกนี้ผสมปูนหล่อเป็นองค์หลวงพ่อเพื่อให้คนมากราบไหว้ ไม่รู้แกพูดประชด..หรือเป็นความตั้งใจจริง

ก่อนจะเดินจากมา..
แกชี้มือให้ผมมองดูสองแม่ลูก ซึ่งผมเข้าใจว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของวัด
แต่แกบอกว่า..ผมเข้าใจผิด

แม่ลูกคู่นี้คือผู้ติดเชื้อรายล่าสุดที่ถูกนำมาทิ้งไว้ที่หน้าวัดเมื่อคืนที่ผ่านมา
ทั้งสองคนกอดคอกันร้องไห้จนตาบวม แกบอกว่าเพียงเห็นใบหน้าที่ขาวซีดของผู้เป็นแม่เพียงแว๊บเดียว แกก็รู้ว่าผู้เป็นแม่เข้าสู่ระยะสุดท้ายแล้ว ส่วนลูกสาวตัวน้อยยังไม่มีใครรู้ว่าติดเชื้อจากผู้เป็นแม่หรือไม่

แกบอกให้ผมถ่ายภาพ..
ผมจะอ้อมไปถ่ายที่ด้านหลังเพื่อไม่ให้มองเห็นหน้าชัดเกินไป แต่แกบอกว่าไม่จำเป็น..เพราะคุณจะไม่มีโอกาสได้เห็นผู้ป่วยที่นี่ออกไปใช้ชีวิตในสังคมภายนอก

วัดพระบาทน้ำพุคือแดนประหารทางสังคม

ไม่มีใครได้ออกไปจากวัด ทุกคนที่อยู่ที่นี่ล้วนถูกขับไล่ออกมาจากบ้าน จากครอบครัว จากสังคม..เป็นเพียงขยะมนุษย์ที่ไร้ค่าในสายตาของผู้คนภายนอก

แต่ผมก็ยังรู้สึกไม่ค่อยดีขอพรางหน้าเธอไว้หน่อยก็แล้วกัน
ผมนั่งมองดูสองแม่ลูกอยู่เป็นนาน สำหรับผมวัดแห่งนี้เป็นแดนประหลาด

ถ้าเป็นนักโทษ ยังมีเวลาพ้นโทษ ยังมีโอกาสที่จะฝันถึงอนาคต
ถ้าเป็นคนป่วย ก็ยังมีวันหาย มีวันที่จะกลับออกไปใช้ชีวิตภายนอกท่ามกลางครอบครัวที่อบอุ่น

แต่ที่นี่เหมือนเป็นอีกโลก..อีกสังคม
ที่นี่ไม่มีอนาคต ไม่มีวิมานในอากาศที่สวยหรู และไร้ซึ่งความฝัน
มีแต่ความจริงของชีวิต..ว่่าทุกคนกำลังจะตายไม่มีข้อยกเว้นว่าเด็กหรือผู้ใหญ่

จากอดีตอัตราการเสียชีวิตจะอยู่ที่ 3-5 รายต่อวันเผาศพจนเมรุแตก
แต่ปัจจุบันด้วยเงินบริจาคที่มากพอจะหายาดี ๆ มาผู้ป่วยได้ใช้ ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตลดลงเป็นเดือนละ 4-5 ราย

แต่ถ้าไม่มีรายได้จากการบริจาคของผู้ใจบุญและถ้าวัดแห่งนี้มีอันต้องปิดตัวลง ผู้ป่วยเหล่านี้จะไปอยู่ที่ไหน..

ผมหันหน้าไปถามลุงสัปเหร่อ แกส่ายหน้าบอกไม่รู้เหมือนกัน รู้แต่ว่างานของแกคงเพิ่มมากขึ้น อัตราการตายอาจกลับไปเหมือนยุคก่อน คงได้เห็นเมรุเผาศพต้องแตกอีกครั้ง..

แล้วเราสองคนก็นั่งกอดเข่ากันเงียบ ๆ ..
มองดูเด็กหญิงตัวน้อยวิ่งเล่นอย่างไม่รู้ประสา
จะมีคนภายนอกสักกี่คนที่จะรู้ว่า..ภายในวัดพระบาทน้ำพุมีเรื่องเศร้ามากมายที่เล่าไม่รู้จบ.. ???




วัดพระบาทน้ำพุ..อ่อนแรง รายจ่าย 3.5 ล้าน/เดือน

กด 1900 222 200 ทำบุญให้ วัดพระบาทน้ำพุ

กด 1 ครั้ง ทำบุญ 9 บาท

สำหรับชีวิตของเด็กและผู้ป่วยคนอื่นของวัดพระบาทน้ำพุยังคงต้องการเงินบริจาคอยู่มาก ซึ่งก็แล้วแต่จิตศรัทธาของทุกท่าน......

ท่านไม่จำเป็นต้องสมทบทุนเพื่อร่วมกิจกรรมกับเราก็ได้ค่ะ แต่หากเมื่อใดท่านอยากช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ผู้ประสบเคราะห์กรรมแล้วละก็ อยากให้ท่านนึกถึงพวกเขาเหล่านี้ด้วย โปรดลืมเลื่อนเรื่องที่เขา
ก่อกรรมไว้เมื่อยังแข็งแรงอยู่ โปรดช่วยให้ลมหายใจสุดท้ายของพวกเขาหมดไปอย่างสงบสุขเถิดค่ะ

ขอบคุณ

จากใจ..........สายลมฯ

Entry แนะนำ :

ปลูกฝังธรรมะ พาหลานเข้าวัน : มามิ&มาโกะ เข้าวัดเวียนเทียน อาฬสาหบูชา
http://www.oknation.net/blog/seangthip/2008/07/19/entry-1

โดย สายลมที่ผ่านมา

 

กลับไปที่ www.oknation.net