วันที่ อาทิตย์ กรกฎาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

นิมิตมาร


ในชีวิตประจำวันเราต้องเผชิญกับ อารมณ์ต่างๆมากมาย ทั้งชอบและชัง

บางครั้งเราก็ไม่อยากแสดงอารมณ์โมโหฉุนเฉียว พยายามกดข่มมันไว้  

แต่ในที่สุดก็พบว่า มันไม่ได้ผล ยิ่งกดไว้เท่าไหร่ มันยิ่งโผล่ออกมาบ่อย  

เท่านั้น แต่ถ้าปล่อยให้โทสะเข้าครอบงำ ก็จะกลายเป็นทาสของมันไป    

ดังนั้นเราจึงควรฝึกการรู้เท่าทัน"มาร"หรืออารมณ์ด้านลบของเราไว้      

เพื่อจัดการกับมันด้วยสติและปัญญา

ได้อ่านบทความเรื่อง"เปลี่ยนมารเป็นมิตร"ของท่านพระไพศาล วิสาโล   

จึงเรียบเรียงมาให้อ่านกันง่ายๆเพื่อให้รู้จักมารและวิธีจัดการกับมารดีขึ้นค่ะ

ในเมื่อเราหนีมารไม่พ้น       

เราจึงต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับมัน

ไม่เผลอตกอยู่ในอำนาจของมัน

    จนคลาดเคลื่อนจากทางแห่งความดี

 ในพุทธศาสนาเครื่องมืออย่างแรก

         ในการต่อต้านอำนาจของมารได้แก่"ศีล"

คือการควบคุมกายและวาจา     

ไม่ให้ทำตามบัญชาของมัน       

เปรียบเสมือนการสร้างรั้ว         

เพื่อควบคุมตนเองให้อยู่ในขอบเขต

การพยายามกำจัดมารด้วยการกดข่มอารมณ์อกุศล

เช่นตัณหา ราคะ โทสะ นั้นอาจดูเหมือนได้ผล     

แต่ก็เพียงชั่วคราว                                   

เพราะมันไม่ได้ไปไหน                               

หากซุกซ่อนอยู่ในส่วนลึกของจิต                    

และคอยโผล่มารังควานเวลาเราเผลอ              

สังเกตเวลาเราโกรธใครสักคน                       

และพยายามกดความรู้สึกนั้นเอาไว้                 

มันจะโผล่มาอยู่เรื่อยๆ                               

      ยิ่งกดเท่าไหร่ก็ยิ่งโผล่มาบ่อยเท่านั้น                      

 เคล็ดลับในการสู้กับมารก็คือ                  

      รู้เท่าทันอย่างรวดเร็วเมื่อกิเลสมารเข้ามารังควาน 

ไม่ว่ามันจะปลอมตัวมาอย่างไร               

ทันทีที่มันย่างเท้าเข้าประตูใจ                  

สติก็ระลึกได้ทันที                              

เพียงเท่านี้มันก็ต้องล่าถอยไป                  

เปรียบเสมือนหัวขโมยที่ถูกไฟส่องทันที        

ที่ย่างเท้าเข้าบ้าน                               

ย่อมไม่อาจทนอยู่ต่อไปได้                       

ความฟุ้งซ่าน ความขุ่นเคือง ความเครียด

มิใช่ตัวอุปสรรคหรือปัญหา                

                  หากมีสติเห็นมันด้วยใจที่เป็นกลาง                           

           ไม่พยายามที่จะกดข่มหรือผลักไสมัน                  

  ในที่สุดมันก็จะเผยความจริงออกมา           

       ทำให้เราเกิดปัญญาแลเห็นไตรลักษณ์             

            คือความไม่เที่ยง ไม่คงตัว และไม่ใช่ตัวตน             

    ที่ไม่น่ายึดถือและยึดถือไม่ได้                    

            สาเหตุแห่งทุกข์ที่ปรากฎแก่เรา                   

ย่อมแสดงให้เราเห็นถึงทางพ้นทุกข์  

                นั่นคือการปล่อยวางจากความยึดถือ                 

                  สิ่งที่เป็นปัญหาก็สามารถแปรเป็นปัญญา                

ได้เช่นกัน    

          

          ภาพจาก                 อินเตอร์เน็ต                      

ธรรมะท้ายบันทึก          พระไพศาล วิสาโล          

                     

                                      

                                        

                                           

                  

         

  

 

 

โดย ณดาพิมพ์

 

กลับไปที่ www.oknation.net