วันที่ อาทิตย์ เมษายน 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

พาเที่ยว ฟูกูโอกะ - ฮิโรชิมา ** วันที่ 1 ตอนที่ 2 ** Huis Ten Bosch ฮอลล์แลนด์ในญี่ปุ่น


เห็นเรื่องของตัวเอง ได้อยู่บนหน้าแรกของ oknation ในหัวข้อ 'เรื่องเด่นประจำสัปดาห์' ตั้งแต่เมื่อวาน ดีใจมากเลยค่ะ.. อย่างนี้มีกำลังใจเขียนขึ้นอีกตั้งเยอะค่ะ ขอบคุณทุกท่านที่มาเยี่ยมชมนะคะ

พวกเรามาถึง Huis Ten Bosch ช่วงสายๆ ประมาณ 10 โมงเช้า อากาศดีมากค่ะ ท้องฟ้าแจ่มใส แดดแรง แต่อุณหภูมิกำลังเย็นสบาย พอดีดิฉันเป็นพวกขี้หนาว ก็เลยต้องใส่เสื้อผ้าเยอะนิดนึง




Huis Ten Bosch มี Motto ว่า Place for Good Times เป็นสถานที่ที่มีทั้ง สวนดอกไม้ ห้องแสดงภาพยนตร์พิเศษ (ไม่ได้ฉายหนังธรรมดานะค่ะ) พิพิธภัณฑ์ สนามเด็กเล่น ภัตตาคาร แล้วก็โรงแรม โดยมีโรงแรมให้เลือกพัก 4 แบบ 4 สไตล์ พวกเราไม่ได้นอนที่นี่นะค่ะ แต่ถ้ามีโอกาส ดิฉันอยากมาพักที่นี่ค่ะ ที่นี่ เน้นสถาปัตยกรรมแบบยุโรป โดยเฉพาะ Holland โดยมีทั้งกังหันลมขนาดใหญ่ ดอกทิวลิป และดอกไม้ต่างๆ ประดับประดาอยู่โดยรอบ เดินเที่ยวไป ยังงงๆอยู่เลยว่า ตกลงพวกเรามาเที่ยวญี่ปุ่น หรือมาเที่ยวยุโรปกันเนี่ย



หลังจากไกด์ของเราไปจัดแจงซื้อตั๋วเข้าพร้อม Passport สำหรับเข้าชมที่ต่างๆเป็นที่เรียบร้อย (พวกเราไม่ต้องออกนะค่ะ รวมอยู่ในค่าทัวร์เรียบร้อยแล้ว แอบเช็คราคามา คนละ 5,600 เยน ก็ราวๆ 1,680 บาท) พวกเราก็เข้าชมที่นี่กันเลย ที่ประตูทางเข้า มีตัวตลก มาแสดงการเป่าลูกโป่ง เล็กๆน้อยๆ ระหว่างที่รอ เพลิดเพลินดีค่ะ



เอาวิดีโอมาฝากด้วย คลิกที่นี่ เลยค่ะ

จะมีการจัดสวนแตกต่างกันไป ในแต่ละช่วงของปี ช่วงที่ดิฉันไป เป็นช่วง Gala Flora 2007 ซึ่งจะมีตั้งแต่ 7 เมษา ถึง 17 มิถุนายน ค่ะ



ที่ประตูทางเข้า มีการจัดดอกไม้รูปหมีไว้ต้อนรับค่ะ



เราสามารถเดินเที่ยวชมด้วยตัวเอง หรือใช้บริการแท็กซี่ ซึงใช้รถโบราณในการพาเที่ยว หรือนั่งเรือชมไปตามลำน้ำ หรือเช่าจักรยานแบบต่างๆ เพื่อเที่ยวชมภายในค่ะ พวกเราใช้การเดินนะค่ะ เนื่องจาก จะได้แวะถ่ายรูปตามที่ต่างๆ ได้ค่ะ



จักรยานแนวฮาเล่ย์นะค่ะ เท่ห์ดี แต่สงสัยจะเมื่อยไม่เบา



จักรยานแนวครอบครัว มีที่นั่งสำหรับเด็เล็ก ช่วยกันขี่สองคน มีหลากสี



อันแรกที่พบ ก็คือเจ้ากังหันลมตัวใหญ่ ซึ่งเป็นสัญญลักษณ์ของประเทศฮอลแลนด์ค่ะ มีหลายตัว รายล้อมด้วยดอกไม้สวยๆมากมาย



ใครก็ไม่รู้มายืนถ่ายคู่ดิฉัน นานๆยอมถ่ายที..เป็นบุญค่ะ



ถ่ายรูปกันอย่างสนุกสนานแล้ว ไกด์ก็พาเรามาเข้าชมที่ Grand Odyssey ซึ่งเป็นโรงภาพยนตร์ที่เพิ่งเปิดใหม่ในนี้ค่ะ โดยนำมาจากงาน Expo ในปี 2005 ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมาก มีการปรับปรุงให้ทันสมัยแล้วก็สนุกมากขึ้น



ก่อนเข้าชม พวกเราต้องไป scan ใบหน้าของตัวเอง โดยยื่นหน้าเข้าไปในตู้สำหรับสแกน กลุ่มหนึ่งประมาณ 20 คนได้ หลังจากนั้น ก็จะใช้คอมพิวเตอร์ เพื่อใส่ภาพของหน้าเรา เข้าไปเป็นตัวแสดงในหนัง การจะได้ไปเป็นตัวใดนั้น เขาจะคัดเลือกว่า หน้าแบบไหน เหมาะสำหรับเป็นอะไร พอสแกนกันเสร็จเรียบร้อย พวกเราก็เข้าไปนั่งในโรงหนัง แล้าก็เริ่มดูค่ะ



ดิฉันตื่นเต้นมากค่ะ ที่จะได้ดูตัวเอง แต่ละคน ก็นั่งใจจดใจจ่อ เพื่อดูว่าตัวเองจะได้เล่นเป็นบทอะไร ส่วนใหญ่เขาพยายาม จะเฉลี่ยให้ออกแสดงบทบาทใกล้เคียงกัน ยังไงก็ตาม ก็ต้องมีตัวเอกของเรื่องนะค่ะ สำหรับผู้หญิง หมดสิทธิ์เป็นนางเอกค่ะ เพราะเขาใช้ตัวละครของเขาเป็นนางเอก แต่ตัวพระเอก มีหลายคนนะค่ะ สามีดิฉันก็เป็นหนึ่งในนั้นค่ะ (เขาชอบใจมากเลยค่ะ ..หมั่่นไส้)



ตอนดู ดิฉันหาตัวเองไม่เจอค่ะ ไม่รู้เป็นตัวไหน อาจเป็นเพราะหน้าของดิฉันไม่ค่อยมีเอกลักษณ์ แต่ของสามิดิฉัน เห็นเต็มๆค่ะ พวกเรานั่งหัวเราะกันเป็นช่วงๆ ไม่ใช่หนังตลกนะค่ะ แต่หัวเราะหน้าตาของพวกเราเอง คือนอกจากเอาหน้าตาไปใช้แล้ว ยังสามารถยิ้ม ขมวดคิ้ว ทำตาเล็กตาใหญ่ เหลือบไปมา คือสามารถแสดงสีหน้าเหมือนเป็นตัวแสดงจริงๆได้เลย ทั้งที่ตอนสแกน ใช้โครงหน้าภาพนิ่งของเราเฉยๆ สนุกมากค่ะ หนังไม่นาน คงไม่ถึง 10 นาที



พอออกมา ก็มีบูทสำหรับพิมพ์ภาพของเราออกมา จำได้ว่า ประมาณ 800 เยนต่อภาพ ใช้บัตรที่ใช้เข้าเพื่อพิมพ์ภาพของใครของมันค่ะ สามีดิฉันถามหา DVD แต่ไม่มีขายค่ะ เขาเสียดายมากค่ะ เพราะนานๆ ได้เล่นเป็นตัวเอกซะที ...สม...อิอิ แต่ที่จริงดิฉันก็อยากได้นะค่ะ อยากเก็บมาให้ลูกๆดูคะ อันนี้ถ้าไม่ได้ใช้บัตรรวม ก็เสียค่าเข้าชม 500 เยนค่ะ

ออกมาพวกเราก็เดินไปรับประทานอาหารที่ภัตตาคารของโรมแรมหนึ่งที่อยู่ริมน้ำ ระหว่างทาง ก็ชมทัศนียภาพตามรายทาง มีที่ให้ถ่ายรูปมากมาย





นี่ก็อีกโรงแรมนึงค่ะ น่าพักจัง สงสัยแพงน่าดูเหมือนกัน



มื้อแรกในญี่ปุ่น พวกเรากินอาหารยุโรปค่ะ (มาญี่ปุ่น มาเที่ยวที่แรกเป็นยุโรป กินก็แบบยุโรปอีก) เป็นอาหารตามสั่งของโรงแรม จำพวกสปาเก็ตตี้ รสชาติดีค่ะ ท่าทางคงแพงไม่เบา



กินข้าวเสร็จก็ไปเข้าห้องน้ำค่ะ อย่างที่รู้ๆกันมาบ้างแล้วนะค่ะ ห้องน้ำญี่ปุ่นเป็นอะไรที่ น่า...... เอาเป็นว่า เรื่องห้องน้ำนี่ เดี๋ยวจะมาเล่าโดยละเอียดในตอนหน้านะคะ เป็นตอนห้องน้ำโดยเฉพาะเลยค่ะ



ออกมาจากภัตตาคาร พวกเราก็เดินกลับมาขึ้นเรือ เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ ในการนั่งชมที่นี่ แล้วพวกเราก็ออกเดินทางกลับเข้าเมืองฟูกูโอกะ เพื่อไปยังย่านเทียนจิน ซึ่งเป็นย่านชอปปิ้งของเมืองนี้ อย่างที่บอก โดยส่วนตัวแล้วดิฉันกับสามี ไม่ค่อยชอบช้อปปิ้งค่ะ ไม่มีสินค้าในใจที่อยากซื้อ ก็เลยใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในร้าน 100 เยน ซื้อขนมแล้วก็ของฝากเล็กๆน้อยๆ เพื่อเอามาฝากลูกๆค่ะ ถูกดี..

ช้อปปิงเสร็จก็ถึงเวลาไปกินอาหารเย็น ซึ่งเป็นร้านแนวปิ้งย่างค่ะ คล้ายๆกัับ ไดโดมอน บ้านเรา กินเป็นบุฟเฟ่ กินไม่อั้น มีอาหารให้เลือกกินมากมาย ขนมก็เยอะ ไอสครีมหลากหลาย สิ่งที่น่าสังเกตในญี่ปุ่นก็คือ ชอบกินไอสครีมกันมากๆค่ะ มีร้านขายไอศกรีมกระจายอยู่ทั่วไป แล้วก็มีรสชาติแปลกๆเยอะเชียวค่ะ สามีดิฉัน ตักเนื้อมาหลายรอบ เขาว่าเนื้อดีค่ะ แต่ดิฉันสนใจพวกขนมมากกว่าค่ะ

กินกันจนอิ่มหนำสำราญแล้ว พวกเราก็เดินทางเข้าพักที่โรงแรมค่ะ พวกเราพักที่ Hyatt Regency Fukuoka เป็นโรงแรมที่ดีมากค่ะ ห้องไม่เล็กจนเกินไป แต่ต้องยกกระเป๋าเองนะคะ ไกด์บอกว่า โรงแรมส่วนใหญ่ในญี่ปุ่นจะไม่มีเบล หรือพนักงานยกกระเป๋า หรือถ้ามี ก็จะไม่บริการให้กรุ๊ปทัวร์ เนื่องจากหากกระเป๋าเสียหาย เงินเดือนของเขา จะไม่พอรับผิดชอบให้แขกที่มาพัก ก็เลยแก้ปัญหาด้วยการใช้วิธี กระเป๋าใตรกระเป๋ามัน ...เอ้อ มีวิธีแก้ปัญหาที่แปลกดีนะค่ะ รู้สึกรักเมืองไทยขึ้นมาอีกแล้วค่ะ มิน่า พวกชาวต่างชาติ ชอบไปเมืองไทย เพราะเราบริการเขาอย่างราชา ในราคาถูกแสนถูกสำหรับเขา (แต่อาจแพงนิดนึง สำหรับเรา..)

พอขึ้นห้อง ดิฉันก็โทรหาลูกๆเลยค่ะ เวลาท้องถิ่นก็ประมาณ 2 ทุ่มครึ่ง ตรงกับเมืองไทย 6 โมงครึ่ง โทรด้วยบัตรโทรศัพท์อย่างที่บอกในตอนแรก 1500 เยน โทรได้ชั่วโมงกว่า เสียงดังฟังชัดค่ะ ลูกๆดีใจมาก พวกเราก็ดีใจมากเหมือนกัน (คิดถึงลูกเหมือนกันนะคะ ไม่เคยหนีมาเที่ยวกันแบบนี้) ได้ยินว่าลูกๆ Happy กันดี ก็โล่งอก ความรู้สึกผิดที่หนีมาเที่ยวกันสองคนลดลงไปหน่อยนึง หลังจากนั้นก็อาบน้ำ ใส่ชุดยูกะตะ ของโรงแรม แล้วก็เข้านอนค่ะ เพราะเมื่อคืนก็นอนบนเครื่อง แล้ววันนี้ ยังไปตะลอนๆ ทั้งวัน หมดแรงค่ะ นอนเอาแรงสำหรับเที่ยวพรุ่งนี้ดีกว่า..

คอยติดตามตอนต่อไปนะคะ

ปล.ใครยังไม่ได้อ่านตอนที่แล้ว ดิฉันรวม link ไว้ให้แล้วค่ะ
พาเที่ยว ฟูกูโอกะ - ฮิโรชิมา ** บทนำ **
พาเที่ยว ฟูกูโอกะ - ฮิโรชิมา ** เตรียมตัวก่อนเดินทาง **
พาเที่ยว ฟูกูโอกะ - ฮิโรชิมา ** วันที่ 1 ตอนที่ 1 ** แล้วก็ถึง ฟูกูโอกะกันเสียที



โดย FutureMom

 

กลับไปที่ www.oknation.net