วันที่ จันทร์ กรกฎาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เพลงที่ 19 ...ภูกระดึง


(ขอบคุณภาพจากอินเตอร์เน็ต)

          ปิดเทอมเดือนตุลาคม ฉันขออนุญาตคุณพ่อคุณแม่ไปภูกระดึง
          คุณพ่อยิ้มหลังรู้ว่าฉันไปกับเพื่อนหลายคนที่ไว้ใจได้แล้วบอกว่า "ไปแล้วลูกจะรักเมืองไทยมากขึ้น"

          เมื่อหันมาไปมองคุณแม่ ฉันเห็นท่านยิ้ม เลยถามว่ายิ้มทำไมคะ
          คุณแม่บอกว่า "หนูรู้ไหม ภูกระดึงคือที่แรกที่พ่อกับแม่ไปเที่ยวด้วยกัน"
          ฉันถามว่าไปฮันนี่มูนเหรอ คุณพ่อบอกว่าเปล่า แต่เป็นสถานที่ไปเที่ยวด้วยกันสองต่อสองครั้งแรก

          พ่อบอกว่า ตอนที่ไปเที่ยว เป็นช่วงวันหยุดปีใหม่ที่มีเวลา 4-5 วัน
          คุณแม่เป็นคนขับรถ เพราะจนกระทั่งวันนี้ คุณพ่อก็ยังขับรถไม่เป็น "พ่อไม่มีเงิน ไม่เคยอยากมีรถ ไม่เคยหัดขับรถ" คุณพ่อบอก
          พ่อกับแม่เล่าว่า การไปเที่ยวครั้งนั้นไปกันหลายคนด้วนรถหลายคัน เริ่มจากกรุงเทพฯ ไปค้างคืนที่ภูกระดึง ซึ่งแม่บอกว่า "ไม่เคยเดินที่ไหนเหนื่อยเท่าครั้งนั้นเลย.." แต่ก็ย้ำว่า "พระอาทิตย์ขึ้นที่ภูกระดึง เป็นเข้าวันปีใหม่ที่สวยที่สุดที่แม่เคยเห็น"

          คุณพ่อและคุณแม่บอกว่า นั่นเป็นครั้งเดียวที่ทั้งสองคนไปภูกระดึง
          แต่ทุกครั้งที่ทั้งคู่นึกถึงที่ท่องเที่ยวชื่อดังของเมืองไทย คุณพ่อคุณแม่จะเปิดเพลง"ภูกระดึง"ฟังเสมอ...โดยเฉพาะในช่วงหน้าหนาว


ภูกระดึง  
คำร้อง แก้ว อัฉริยะกุล  ทำนอง เอื้อ สุนทรสนาน
 
  
 
เขาภูกระดึงเสน่ห์ตรึงใจจริง
สัณฐานเหมือนดังกระดิ่งทับหล้า
สูงล้ำดั่งค้ำนภา
สูงลิ่วทิวทัศน์ตื่นตาสวยกว่าเทวาสรรค์สร้าง

หนทางขึ้นลงไม่เรียบแต่ชวนเพลิน
เห็นเนินซ้อนเนินลดหลั่นสล้าง
น้ำใสตกไหลเป็นทาง
ไหลพุ่งจากสูงสุดทางไหลหลั่งพื้นล่างสุธา

สระอโนดาตดาษน้ำธาร
น้ำใสตระการปานแก้วแววตา
ริมธารละลานไปด้วยบุปผา 
ดอกแดงกุหลาบพนาประดับลัดดากล้วยไม้ไพร

หนาวเย็นด้วยลมอากาศชื่นชมดี
ทุกยามนาทีลมโบกพัดให้
เหมือนแม้นสวรรค์ชาวไทย
ทุกสิ่งยวนเย้าหทัยโน้มจิตโน้มใจสุดฝืน

เสียงภูแว่วดังชวนชื่นดั่งฟังเพลง
เหมือนลมบรรเลงเป็นเพลงรักชื่น
หวิวหวิวพร่างพลิ้ววันคืน
เหมือนกล่อมและย้อมจิตชื่นระรื่นด้วยลมพลิ้วพร่าง

สนยามต้องลมโอนอ่อนเอนลมปลิว
สนยืนเป็นทิวแลลิ่วสล้าง
หงส์เหินสุดเหินเนินทาง
ทุกสิ่งดูสวยสะอางทุกแห่งทุกทางตื่นตา

เมื่อขึ้นสุดเหนื่อยเมื่อยล้ากาย
ครั้นถึงก็คลายหายเหนื่อยเมื่อยล้า
ผิวหญิงเมื่อขึ้นถึงยอดภูผา
แก้มแดงผิวตึงซึ้งตา เนื้อเต่งโสภาผ่องโสพรรณ

ทุกคนได้ยลขออยู่ไปจนตาย
เพราะความสบายยอมตายที่นั่น
โสฬสฟากฟ้าลาวัณย์
สามโลกไม่แม้นเทียบทันเหมือนหนึ่งสวรรค์นั่นเอย



โดย วาสนา

 

กลับไปที่ www.oknation.net