วันที่ อังคาร กรกฎาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

หนีงาน...แวะพักอัมพวา


@...หนีงาน...แวะพักอัมพวา...@

 

..สัก2อาทิตย์ที่ผ่านมา..ได้หาเหตุพาครอบครัวไปท่องเที่ยวใกล้ๆกทม.

คิดไปคิดมาก็มาลงเอยที่..ตลาดน้ำอัมพวา

..แม้ภาระการงานจะมากมาย..ก็ต้องหาเรื่องหาเหตุไปจนได้

..จากการวางโปรแกรมจะเดินทางไปและกลับในค่ำคืนนั้นเลย

..พร้อมเดินทางย้อนกลับไปกับความทรงจำเก่าๆ

ที่จะนำเรื่องราวมาฝากกันแล้วหรือยังครับ.

..ส่วนรูปภาพประกอบขอขโมยใครต่อใครมาปะติดปะต่อก็แล้วกันนะครับ....

................................................

@...เริ่มจากแวะไปที่ดอนหอยหลอดก่อนแล้วกัน

วันที่มาเป็นจังหวะเป็นวันที่น้ำทะเลขึ้น  เลยอดเดินย่ำดอนหอยหลอด

ก็ได้แต่เดินซื้ออาหารมานั่งกินริมๆฝั่ง...ลมพัดเย็นๆ.

.ได้บรรยากาศครอบครัวอบอุ่น

@...เสียงเจ้าหน้าที่ในศาลาประกาศเชิญชวนนักท่องเที่ยวล่องเรือชมหมู่บ้านชาวประมง  และบอกข้อมูลว่า...ที่ดอนหอยหลอดนี้น้ำทะเลจะขึ้น1อาทิตย.และน้ำลด1อาทิตย์...ก็แล้วแต่จังหวะแต่ละท่านนะครับว่าจะมาเจอบรรยากาศแบบไหน

....................................................

@...บ่ายๆเราก็ร่ำลาดอนหอยหลอด...เดินทางต่อไปไหว้หลวงพ่อวัดบ้านแหลม

ถือว่าเป็นโอกาสโชคดีมากๆที่ได้กราบไหว้หลวงพ่อ...เพราะถ้ามาช้าสักนิดคงไม่มีโอกาสได้ไปไหว้ใกล้ๆแน่..เพราะจะมีพิธีบวชในอุโบสถ

@..น่าเสียดายไม่มีภาพขบวนแห่นาคของที่นี้มาฝาก

นึกภาพตามนะครับ..นอกจากขบวนแห่แบบทั่วๆไปแล้ว..จะแปลกแตกต่างที่เคยเห็นมา..คือ...หน้าขบวนจะมีการละเล่นคล้ายๆๆไกรทองไล่จับจระเข้..เล่นตะคุบกันกระจายไปเลย..มันส์มาก

.....................................................

@...ออกจากวัดกะจะไปเยี่ยมชมตลาดเสี่ยงตายที่อยู่ใกล้ๆวัด...ดั่งที่เคยเห็นในสะเกร็ดข่าว.ช่อง7..ที่ตั้งร้านค้าบนรางรถไฟ..พอรถไฟมาก็หุบร่ม..พอรถไฟไปก็กางร่มเหมือนเดิม....แต่แดดร้อนมาก..จึงเดินทางไปอุทยาน ร.2..กันเลย...

....................................................

@...ขับรถเข้ามาจอดในบริเวณใกล้ๆอุทยาน ร.2 ซึ่งสามารถจอดได้ถึง2-4ทุ่มได้

ก็จ่ายค่าจอดกันไป

..แล้วเดินมาซื้อบัตรเข้าชมเรือน ร.2 ในอุทยาน ร.2

เป็นบรรยากาศสบายๆๆเพราะมีสวนสนามหญ้าให้นั่งให้นอนพักผ่อนตามสบาย

...............................................

@...พอหายเหนื่อยสักพักใหญ่ๆก็เดินออกมาในตลาดอัมพวา..เพราะถึงเวลา 4 โมงเย็นที่พ่อค้าแม่ค้าจะพายเรือออกมาขายของกัน..จะบอกให้จะมีเฉพาะเย็นวันศุกร์ถึงวันอาทิตย์เท่านั้น 16.00-21.00น.

@...ผู้คนมากมาย..แออัด..อาหารมากมายถูกๆๆ

ชมภาพที่ขโมยมาจากบ้านคนอื่นมาประกอบก็แล้วกันนะครั

ฟิวซ์ประมาณนี่แหละครับ....

@...ได้งานซีดีบรรเลงไวโอลินพี่คนนี้มา1ชุด ( ชื่อเหมือนกันเลย..)

 

@...ซื้อบัตรนั่งเรือชมหิ่งห้อยรอบ 1 ทุ่มคนละ 60 .-

ขณะที่นั้นฟ้าฝนก็ตกโปรยๆจึงหลบฝนในศาลาท่าเรือตรงข้ามกับท่าที่ผมจะลงเรือ

@..พอเข้าไปในศาลา..น้าที่ท่าทางเป็นคนชาวบ้านท้องถิ่น เชื้อเชิญให้เข้ามาในศาลาและยิ้มพูดคุยอย่างมิตรภาพ..เป็นอะไรที่น่าประทับใจมาก..ก็ได้พูดคุยมากมาย...ที่จำๆได้นำมาฝากกล่าวดังนี้...

 

#....สวัสดีครับ..น้ำในลำคลองนี้ใสดีนะครับ

$..ใช่ใสดี..เด็กๆแถวนี้กระโดดเล่นสบาย..เดี๋ยวคุณล่องเรืออาจจะได้เห็น

#...ฝนตกอย่างนี้จะเห็นหิ่งห้อยหรือครับ

$..ฝนตกแล้วหยุดซิดี..หิ่งห้อยจะเยอะมาก เพราะว่าตอนกลางวันหิ่งห้อยมันอยู่ในดิน พอฝนตกมันอยู่ไม่ได้..มันก็เลยออกมา

#..เหรอครับ!!!

$...แต่ฤดูจะต่างกัน...หน้าร้อนแห้งแล้งอากาศร้อนหิ่งห้อยจะน้อย

หน้าหนาวหิ่งห้อยจะมีปานกลาง

หน้าฝน.ฝนตกมันอยู่ในดินไม่ได้มันก็เลยออกมาเยอะ...

#...แล้วทำไมหิ่งห้อยมันชอบต้นลำพูหละครับ

$...ต้นลำพูคงมีกลิ่นหอม หิ่งห้อยจึงออกมาดม

มีนิทานเรื่องเล่าสนุกว่า...มีชายหนุ่มโกงกางหลงชอบแม่ลำพู..แต่แม่ลำพูไม่เล่นด้วย..โกงกางจึงสั่งให้หิ่งห้อยไปลากแม่ลำพูมา..แม่ลำพูไม่ยอมมา..ลากกันจนตูดแดง..จึงจะเห็นว่า..ถ้ามีแม่ลำพูที่ไหน..จะไม่มีต้นโกงกาง

..เป็นเรื่องเล่าสนุกๆๆๆๆๆ

#...ครับผม

$...หิ่งห้อยที่มีส่องแสงเป็นตัวผู้..ส่องแสงเพื่อเชิญชวนตัวเมียเข้ามารักใคร่

อายุหิ่งห้อยจะมีอายุ....(หว่า...ลืม..กี่วันนะ...)

#...แล้วเรือนี่นั่งกันได้กี่คนล่ะครับ

$...นั้นคุณดู..ข้างๆเรือจะมีตัวเลขบอกจำนวน..เรือพวกนี้ได้รับอณุญาตจากกรมท่าเรือทุกลำ..จะมีเสื้อชูชีพให้ผู้โดยสารทุกคน  และมีเจ้าหน้าที่การท่ามาปล่อยเรือทุกลำ

#...แล้วทำมมีหลายท่าล่ะครับ

$..ส่วนใหญ่เป็นของชาวบ้านหลายๆชุมชนจัดกลุ่มรวมกัน

เรามีคณะกรรมการคอยดูแล คอยควบคุม

#...คลองนี้เรียกว่าอะไร

$..คลองอัมพวา..เดี๋ยวคุณจะได้ล่องตามคลองนี้..แล้วอ้อมเข้าแม่น้ำแม่กลองแล้วกลับเข้าคลองอัมพวาเช่นเดิม

#..มันมีคลองหนึ่งที่ชื่อคลองผีหลอก..ชื่อนี้มันมีที่มาอย่างไง

$...สมัยก่อนโน้น..เขามีการจับปลาโดยใช้เรือผีหลอก  ที่เรือมีกระดานขาว เปิดไฟ และด้านข้างลำเรืออีกด้านก็มีตะข่ายกางอยู่..พอปลามันเห็นกระดานขาวๆมันก็ตกใจ...นึกว่าผีหลอกมันก็จะกระโดดหนี...แต่มันก็ตกอยู่ในเรือ..ถ้าตัวไหนกระโดดสูง..ก็มาติดตาข่ายไง...จึงเรียกบริเวณนั้นว่า..คลองผีหลอก

#...อ๋อ...

$..เดี๋ยวผมขอตัวออกเรือก่อนนะครับ

#...ขอบคุณมากนะครับ

 

........................................

@...นั้นคือบทสนทนาแบบชาวบ้าน..ชาวบ้าน...

....................................

@...แล้วก็ถึงเวลานั่งเรือชมหิ่งห้อย

ขอบอกว่า...ตามข่าวสารช่วงนี้ที่เราได้รับกันคือ...ตั้งแต่อัมพวาเป็นแหล่งท่องเที่ยวชมอัมพวา..จากมีเรือไม่กี่ลำ..พอท่องเที่ยวมีผู้คนนิยมมากขึ้นทั้งรีสอร์ท,เรือหางยาวนับร้อยลำสร้างปัญหาให้ชาวบ้านสองริมฝั่งคลอง แรงคลื่นจากเรือซัดให้ตลิ่งริมฝั่งผังไป  ต้นลำพูก็เฉาตาย..

@..และมีเหตุครั้งหนึ่งมที่นักท่องเที่ยวมาจอดหน้าบ้านหลังหนึ่งและตะโกนบอกคนในบ้านให้ปิดไฟในบ้านหน่อย..จะดูหิ่งห้อย

..ชาวบ้านคนนั้นโกรธมากเลยประกาศว่าจะตัดต้นลำพูออก....เมื่อเพื่อนบ้านเห็นบ้านนี้ตัดต้นลำพูก็เริ่มทำตามๆๆๆกัน..นับจากนั้นหิ่งห้อยเริ่มหายไป ไปอยู่ยอดมะพร้าวบ้าง...

.........................................................

@..การที่ผมได้มาท่องเที่ยวครั้งนี้เป็นครั้งแรก..จึงไม่รู้ว่าเมื่อก่อนมีเยอะแค่ไหน

แต่รับรู้ว่าความรู้สึกเหมือนล่องเรือชมต้นคริสมาสที่มีไฟประดับยิบๆๆริมคลองที่ห่างจากเรือประมาณ20-30เมตร...เพราะชาวบ้านบ้างเอาทุ่นมาวางไม่ให้เรือเข้าใกล้ตลิ่ง..เด๊ยวกระแสน้ำจากเรือหลายๆสิบลำจนร้อยๆลำพัดตลิ่งพัง

@..การชื่นชมก็เป็นระยะๆๆๆๆนานๆๆจะเจอสักกลุ่ม-2กลุ่ม

@..ทำให้ผมนึกถึงตอนที่ผมเป็นเด็กน้อยลูกอีสานในยามค่ำคืนในยุคไม่มีไฟนีออน...บางค่ำคืนเดินกลับบ้านมืดๆก็ได้แสงหิ่งห้อยเป็นเพื่อนกลับบ้าน..บางครั้งก็จับมันมาใส่หน้าผากซะอย่างงั้น...

....................................

@..บรรยากาศค่ำคืนที่มาล่องเรือในคลองอัมพวาถือว่าเป็นกิจกรรมครอบครัวที่ได้ท่องเที่ยวร่วมกัน

@...ผ่านไป 1 ชม.ก็สิ้นสุดการล่องเรือ

@...แล้วเราก็เดินทางกลับกรุงเทพในวันพักผ่อนเบาๆๆๆสบายๆๆๆๆ

แต่ยังนึกห่วงอัมพวาในวันพรุ่งนี้..จะมีโอกาสต้อนรับนักท่องเที่ยวอีกหรือเปล่าหน่อ..?

....................................................................

@..ขอบคุณภาพที่แอบนำมาประกอบจาก....

http://www.oknation.net/blog/Tip2/2008/01/24/entry-2

http://www.oknation.net/blog/mrtaweesak/2008/05/30/entry-1

http://www.oknation.net/blog/mrtaweesak/2008/05/31/entry-1

http://www.oknation.net/blog/motorcyrubjang/2007/06/05/entry-3

http://www.oknation.net/blog/fanggg/2007/10/27/entry-1

http://www.oknation.net/blog/ChMinivet/2008/06/20/entry-

โดย ความทรงจำเก่าๆ

 

กลับไปที่ www.oknation.net