วันที่ อังคาร กรกฎาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

กฎหมายประชามติ


                คาดว่าอีกไม่นานสภาผู้แทนราษฎรจะผ่านความเห็นชอบ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียงประชามติ  เพื่อเข้าสู่ขบวนการของวุฒิสภาได้พิจารณาต่อไป ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยมีการเมืองใหม่อย่างแท้จริงหรือเป็นการเมืองแบบประชาธิปไตยทางตรง ถือเป็นความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่สำคัญของการเมืองไทย  และนับแต่ พ.ร.บ.นี้มีผลบังคับใช้รัฐบาลจะไม่สามารถแก้ปัญหาและพัฒนาประเทศชาติแบบสุ่มสี่สุ่มห้าหรือใช้อำนาจโดยไม่ฟังเสียงของประชาชนได้อีกต่อไปเหมือนหลายกรณีที่ผ่านมาได้อีกแล้ว  เพราะ พ.ร.บ.ดังกล่าวกำหนดให้การออกเสียงประชามติมีสองกรณี คือ เป็นการออกเสียงประชามติเพื่อให้ได้ข้อยุติ หรือให้มีสภาพบังคับ เช่นการออกเสียงรับหรือไม่รับรัฐธรรมนูญส่วนอีกกรณีหนึ่งเป็นประชามติซึ่งให้คำปรึกษาแก่รัฐบาล เป็นการถามความเห็นของประชาชนโดยไม่มีผลผูกพัน เพื่อประกอบการตัดสินใจในการแก้ปัญหาและพัฒนาบ้านเมืองของรัฐบาลให้สอดคล้องกับความเห็นความต้องการของประชาชน

                ในสายตานานาประเทศกฎหมายฉบับนี้จะเป็นการยกระดับประเทศขึ้นจากการเป็นประเทศที่ใช้อำนาจโดยไม่ฟังเสียงประชาชนหรือเผด็จการมาเป็นประเทศประชาธิปไตยโดยแท้  ประชาชนก็จะมีช่องทางการเรียกร้องต่อสู้เพื่อปกป้องสิทธิและผลประโยชน์ของตนเองหรือกลุ่มชนของตนเองโดยทางตรงต่อรัฐบาลอีกช่องทางหนึ่งนอกหนือจากการผ่านตัวแทน หรือ ส.ส. แบบที่มีอยู่ในขณะนี้  และรัฐบาลก็ใช้เป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหาและพัฒนาบ้านเมืองเหมือนกับหลายประเทศในภูมิภาคยุโรปแถบสแกนดิเนเวีย เช่นใน เดนมาร์ก  สวิตเซอร์แลนด์  สวีเดน  ตลอดจนหลายประเทศในยุโรปอย่าง  โปรตุเกส  ยูเครน  มอนเตเนโกร  อิตาลี  มาเซโดเนีย  ฝรั่งเศส  เนเธอร์แลนด์  ลักเซมเบร์ก  และออสเตรเลีย  ไม่ใช่ใช้กฎหมายนี้เพียงขอความเห็นชอบรัฐธรรมนูญเฉกเช่นในประเทศกลุ่มที่มีปัญหาทางการเมือง  เช่น พม่า  เวเนซูเอล่า  เซเนกัล  โคโมโล   บุรุนดี  อิรัก  คองโก  เซอร์เบีย  และประเทศไทย

                                เพื่อให้เจตนารมณ์การเมืองใหม่หรือประชาธิปไตยในทางตรงเป็นจริงได้อย่างรวดเร็ว  จึงขอให้รัฐบาลต้องผลักดันให้ พ.ร.บ.ดังกล่าวผ่านรัฐสภาโดยเร็ว  อีกหนทางหนึ่งคือขอให้รัฐบาลจริงใจในการผ่านกฎหมายที่เสนอโดยประชาชนซึ่งไม่เคยประสบความสำเร็จแม้แต่ฉบับเดียว เช่น  พ.ร.บ.ป่าชุมชน  พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ  และ พ.ร.บ.สภาการเกษตรแห่งชาติ

                จึงคิดว่าหากสภาประสบความสำเร็จใน 2 อย่างนี้ คือผ่าน พ.ร.บ.ฯประชามติและกฎหมายที่เสนอโดยประชาชนน่าจะทำให้การเมืองเดินหน้าไปได้ ความขัดแย้งทางการเมืองจะสงบลงบ้าง การพัฒนาและแก้ปัญหาของประชาชนและประเทศชาติจะเป็นไปตามความต้องการของประชาชนโดยแท้จริง

โดย นริศ

 

กลับไปที่ www.oknation.net