วันที่ พฤหัสบดี กรกฎาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ภัยพิบัติทางธรรมชาติ กับ ภัยพิบัติทางเศรษฐกิจ


ความสูญเสีย ที่ตามมา น่าอนาถ

ธรรมชาติ พิโรธ ลงโทษให้

ทั่วทั้งโลก โศกศัลย์ บรรลัย

ร่ำไห้ ครวญคร่ำ น้ำตานอง

..................

สึนามิ น่ากลัว เป็นตัวอย่าง

มาไม่ห่าง ไซโคลน โดนซ้ำสอง

แผ่นดินไหว ร้ายลึก คึกคะนอง

ชาวโลกต้อง รับกรรม ตามตามกัน

.......................

เป็นปกติ พฤติกรรม ของธรรมชาติ

ถ้าเตรียมใจ ไม่ประมาท ไม่โศกศัลย์

ธรรมชาติ มาอย่างไร ไปอย่างนั้น

ทุกทุกวัน เกิดดับ ทับถมไป

......................

แต่มนุษย์ สุดระยำ ไปซ้ำเติม

จึงยิ่งเพิ่ม ความรุนแรง ให้แรงใหญ่

ทำให้โลก ร้อนเร่า กว่าเตาไฟ

เท่ากับเร่ง เภทภัย ให้เร็ว..แรง

.....................

ภัยพิบัติ ทางธรรมชาติ ไม่อาจเลี่ยง

เมื่อต้องเสี่ยง ต้องทำใจ ให้กล้าแกร่ง

แต่ภัยหนึ่ง ไล่ล่า ขึ้นมาแรง

ขึ้นมาแซง ทางโค้ง เข้าคุกคาม

...........................

นั่นคือภัย พิบัติ ทางเศรษฐกิจ

มวลมิตร ทั้งผอง อย่ามองข้าม

เงื่อนงำ ล้ำลึก ลองนึกตาม

ยิ่งกว่าศึก สงคราม ครั้งโบราณ

.........................

เริ่มที่ ความทุกข์ ของบุคคล

ความยากจน หนี้สิน ไร้ถิ่นฐาน

ขาดความ เอื้อเฟื้อ เจือจาน

ต้องทนทุกข์ ทรมาน เหมือนเหมือนกัน

..........................

แล้วมองตรง องค์กร ธุรกิจ

ใครจะคิด ว่ารุนแรง เรื่องแข่งขัน

ประสบเหตุ เภทภัย ไปตามกัน

ต้องพลิกผัน เปลี่ยนมือ ผู้ถือไป

..........................

แล้วลองตรอง ดูครับ ระดับประเทศ

แสนสมเพศ เหล่าประชา ตีหน้าใส

พิษเศรษฐกิจ แจ้งชัด พิบัติภัย

ต่างชาติแทรก ซึมไป ทั้งแผ่นดิน

..........................

เข้าถือครอง กิจการ ผ่านนอมินี

ทำให้มี กรรมสิทธิ์ ในทรัพย์สิน

กล้ากำหนด ขอบแขต ของที่ดิน

ประชาไทย ยลยิน จนชินชา

.......................

ใช้ระบบ ทุนนิยม เข้าโจมตี

ยึดพื้นที่ พันพัว ไปทั่วหล้า

ภัยพิบัติ ทางเศรษฐกิจ .. อนิจจา

ร้ายแรงกว่า พิบัติภัย ใดทั้งมวล...

...........................

ตื่นตัว ระมัดระวังกันหน่อยนะครับ พี่น้องครับ

..........................

โดย psty

 

กลับไปที่ www.oknation.net