วันที่ พฤหัสบดี กรกฎาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

...... สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ ไก่ แมงสาบ และผู้อื่นที่อยู่ในเหตุการณ์ที่อุดร


สัมภาษณ์สด "ไก่ แมงสาบ" ผู้อยู่ในเหตุการณ์ที่อุดร

จากการพูดคุยทางโทรศัพท์เมื่อเวลา 22:50 น. คุณไก่ซึ่งอยู่ระหว่างการเดินทางไปยังจังหวัดขอนแก่น ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์เวทีจังหวัดอุดร ดังนี้

ปิรันญ่า: มีใครสามารถเก็บภาพเหตุการณ์ไว้ได้หรือเปล่าคะ
ไก่: พอดีมีคนถ่ายไว้ได้เดี๋ยวอีกสองวันเค้าจะโหลดมาให้ฮ
ะ เดี๋ยวไงโทรติดต่อให้
ปิรันญ่า:แล้วที่บอกว่ามีรถจากมูลนิธิส่งเสริมธรรม สีเขียวๆมารับคนที่ตายแล้วหรือคนเจ็บขึ้นไปอ่ะคะ
ไก่: ไม่ ไม่ไม่ คือทั้งเจ็บทั้งตายเลยเนี่ยที่พวกเค้าจับโยนใส่ แล้วก็มีพวกเขาถือธงเป็นไม้กระบองมั่ง ยืนบังไว้ไม่ให้นักข่าวมองเห็น นี่เราเห็นกะตาไง ถึงพูดได้ ขึ้นรถมูลนิธิส่งเสริมธรรมนี่แหละ
ปิรันญ่า: คันนึงหรอคะ ประมาณกี่คนก็ไม่รู้หรอคะ
ไก่: โอ้โฮ มันกองเต็มไปหมด แต่ที่ตีกันนี่ คือมันหวดไม่ยั้งเลยอ่ะ เราก็เห็นชัดๆเลย
ปิรันญ่า: อื้อหือ โอ้โห
ไก่: ตำรวจเปิดให้เข้า เข้าไปรื้อของ เข้าไปตีกันนี่เราเห็นชัดเลย ตำรวจยืนยิ้มหัวเราะกันเฉยเลยอ่ะ  อันนี้คือเห็นกะตาไง แต่ว่ากล้องของเรามันไม่สามารถถ่ายไกลขนาดนั้นได้ แต่ว่ามีคนที่อยู่ในเหตุการณ์ถ่ายไว้ได้
ปิรันญ่า: อ้อ ค่ะ เฮ้อ
ไก่: ผมไก่ แมงสาบนะคับ พอดีตรงนั้นมันนิ่งแล้วเลยออกมาดูด้านนอกบ้าง

และจากการสัมภาษณ์ผู้อยู่ในเหตุการณ์อีกท่านหนึ่ง


ระบุว่า มีคนเจ็บที่โดนขวานจาม และที่ตกน้ำ กับยังมีที่ถูกนำขึ้นรถมูลนิธิส่งเสริมธรรม ของอุดรซึ่งยังไม่ทราบจำนวน  เข้าใจว่ามีการเตรียมไว้ก่อนล่วงหน้า 

คือผู้ใหญ่ในจังหวัดปล่อยปละละเลย  (?)

คนที่อื่นมาตีคนอุดร คนที่ได้รับคำสั่งมาทำคงเป็นคนนอกจังหวัด ถึงตีดิ้นกระแด่วๆอย่างนั้น คนที่ไปทำนั่นประมาณว่ากินยาบ้า เข้าไป เอาคนไม่รู้อิโหน่อิเหน่มาพันนึง แต่มีตัวที่ตั้งใจมาตามคำสั่งคือประมาณ 300 คน คือเป็นพวกหัว เราเห็นเลย 3-4 คนรุมคนนึง ใช้ไม้ตอกตะปู 5-6 นิ้ว แทงแม้กระทั่งผู้หญิงคิดดู

ตำรวจไม่ได้ใส่หน้ากาก ใส่เกราะอะไรเหมือนที่มัฆวาน  ดูเหมือนมาเที่ยวเลย

แล้วกลัวเราจับได้ ก็มีการดับไฟ เป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้า เหมือนรู้กันหมดทั้งเมือง

มันเริ่มตั้งแต่ตอนบ่าย  ก่อนคนจะมา ถ้าคนมามากๆคงไม่มีทางทำอะไรได้

ถ้าขึ้นเวทีก็คงโดนกันหมด นี่ดีที่เราอยู่ข้างล่าง และอยู่คนละฝั่งน้ำ

หมายเหตุ

1.  ชื่อมูลนิธิเท่าที่ค้นจากอินเตอร์เน็ตพบแต่ชื่อ มูลนิธิส่งเสริมธรรมแห่งอุดรธานี ซึ่งใช้รถสีเขียว
วานคนในพื้นที่เช็คข่าวต่อด้วยค่ะ

2. เนื่องจากคำสัมภาษณ์บางส่วนยังไม่มีภาพหลักฐาน จึงขอแก้ไขด้วยการขีดฆ่าข้อความบางประโยคออกไปก่อน จนกว่าจะมีข้อมูลรองรับ (วีดีโอยาว 40 นาที ยังส่งมาไม่ถึง เพราะขัดข้องทางเทคนิค เมื่อได้รับแล้วจะตัดต่อนำมาลงต่อไปค่ะ)

3. คำสัมภาษณ์เพิ่มเติม จากผู้ที่ถ่ายวีดิโอในเหตุการณ์ เล่าให้ฟังว่า

"ก่อนไปถึงสถานที่จัดปราศรัยของพันธมิตได้แวะไปดูลาดเลาที่เวทีคนรักอุดรทุ่งศรีเมือง จึงได้ทราบว่ามีการจัดคนและประกาศให้ไปทำร้ายคนของพันธมิตร โดยอ้างกับผู้เข้าร่วมว่าพวกนี้เป็นนักรบศรีวิชัยไม่ใช่คนอุดร ได้ยินอย่างนั้นก็รีบมาทางด้านพันธมิตร ระหว่างที่กำลังยืนคุยอยู่กับลุงแก่ๆคนหนึ่ง ก็ได้ยินเสียงโห่ร้องดังเข้ามา เห็นตำรวจกั้นกลุ่มคนเหล่านั้นไว้ไม่อยู่ จึงรีบเก็บผ้าโพกศีรษะสีเหลืองใส่กระเป๋า (มีคำว่า สิทธิมนุษยชน) แต่คุณลุงนั้นไม่ทันรู้ตัว ก็โดนคนบางส่วนเข้ารุมทำร้ายเสียก่อน ตัวเขาเองไม่กล้ากลับไปถ่ายภาพคุณลุง จึงไม่ทราบว่าจะบาดเจ็บอย่างไรบ้าง จากนั้นก็นำกล้องถ่ายภาพเหตุการณ์ ด้วยใจระทึกและยังตกใจไม่หาย เพราะเป็นสิ่งที่น่ากลัว พวกที่บุกเข้ามามีอาวุธ ทั้งไม้ตอกตะปูแหลมๆ มีดพร้าโต้ ฆ้อน"

ได้ถามว่าถ่ายภาพไว้ได้หรือไม่ ก็ยังไม่สามารถตอบได้เพราะตอนถ่ายยังตกใจอยู่ ภาพอาจจะไม่ชัด ต้องรอเมื่อเดินทางกลับบ้านเสียก่อนจึงจะดูได้ เพราะแบตสำรองจะหมดเสียก่อน

4. สำหรับเรื่องรถมูลนิธิส่งเสริมธรรมฯ ที่เข้าไปรับคนเจ็บจากเหตุการณ์เมื่อวานนั้น
ในวันนี้ได้ติดต่อสอบถามไปทางสำนักงานของมูลนิธิ ปรากฎว่า เมื่อวานนี้ได้รับแจ้งหลังจากเกิดเหตุการณ์จึงได้มีการส่งรถออกไปรับคนบาดเจ็บ ส่วนที่เจ็บสาหัสมีหน่วยกู้ชีพไปรับ (คุณใหม่ ผู้ให้สัมภาษณ์)

5. จากการสัมภาษณ์ผู้ที่อยู่ในพื้นที่แต่ไปถึงสถานที่เกิดเหตุช่วงที่มีการเผาเวทีแล้ว ได้บอกว่าคนที่โดนตีบางคนไม่ได้มาฟังการปราศรัย เช่น คนที่นำเต้นเอโรบิคในสวนนั้น ไปที่นั่นเป็นประจำเพราะทำมานานแล้วคนที่เคยไปที่นั่นต้องรู้จัก แต่ก็ยังโดนทุบ และคิดว่ารถมูลนิธิที่มารับคนเจ็บอาจจะเป็นการพาไปส่งโรงพยาบาลนั่นเอง

อัพเดท 16:00น. 25กรกฎาคม 2551


ภาพที่แต่ละคนในเหตุการณ์เห็นอาจจะมองคนละมุม บวกกับความคิดระแวงต่อกัน จึงเกิดภาพร้ายๆไปตามแต่จินตนาการผู้นั้น

จึงต้องขอบอกว่า บางทีสิ่งที่เห็น อาจไม่ใช่สิ่งที่เป็น เสมอไป
หากผิดพลาดพลั้งไป .... ก็ขออภัยและขอจงให้อภัยกัน

แต่

คนไทยด้วยกัน ถ้าถึงกับจะฆ่าจะแกงกันอย่างเหี้ยมโหดมันไม่น่าให้อภัยแม้แต่น้อย
คิดหรือไม่ว่าที่ทำลงไปนั้น

เพื่อใคร ?

ได้อะไร ?

มันผิด รู้ไหม ?

ต่อจากนี้คงมีแต่ความรุนแรง จากทั้งสองฝ่าย สมควรแล้วหรือ ?

ที่แดนพุทธจะมีการตั้งหน้าตั้งตาทำผิดศีลปาณา ทั้งที่อยู่ในช่วงเข้าพรรษา

หยุดตัวเองก่อนเถอะพวกลิ่วล้อ (คงไม่ใช้เน็ตหรอกพวกนี้) ต้องบอก หัวหน้าใหญ่ ว่าเล่นพอแล้ว อย่าทำแบบนี้เลย มันจะตกนรกไม่ได้ผุดได้เกิดนะ

ปิรันญ่า
24 กรกฎาคม 2551

อัพเดท 25 กรกฎาคม 2551


โดย ปิรันญ่า

 

กลับไปที่ www.oknation.net