วันที่ ศุกร์ กรกฎาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

กิน..นอน..เที่ยว..กาญจนบุรี ตอนที่ 6 โฮมพุเตย


แวะมาพักกันที่โฮมพุเตย รีสอร์ท กันดีกว่าค่ะ เลยน้ำตกไทรโยคน้อย มาไม่ไกล แค่เจอทางเข้าก็ร่มรื่นแล้ว เข้าไปเจอข้างในยิ่งประทับใจยิ่งขึ้น เคยได้ยินชื่อเสียงของที่นี่มานานมากแล้ว เพิ่งจะมีโอกาสแวะมาเยี่ยมเยียนก็ครั้งนี้แหละ

 

ครอบครัววรรณโชติ สร้างโฮมพุเตยให้เป็นสถานที่เพื่อการศึกษาและการบำเพ็ญประโยชน์ เมื่อเป็นรีสอร์ท จึงตั้งใจแน่วแน่เพื่อความสุขสมบูรณ์ โดยไม่ละทิ้งเจตนารมณ์เดิม ดำเนินงานอย่างไม่เป็นธุรกิจ ตามแบบวิถีการดำเนินชีวิตของเจ้าของ  เสมือนเป็นองค์กรสร้างสรรค์สิ่งดีงาม และช่วยเจือจุนแก่ผู้อื่น

ที่นี่จะขายเป็นแพ็คเกจ รวมที่พัก พร้อมอาหาร 6 มื้อ โดยเริ่มจากมื้อเที่ยง ของว่าง มื้อเย็น มื้อดึก มื้อเช้า  และมื้อเที่ยงของอีกวัน  ทุกอย่างจะรวมเบ็ดเสร็จอยู่ในค่าใช้จ่ายเพียงครั้งเดียว จะไม่มีนอกเหนือจากนี้อีกแล้ว แม้แต่การทิป พนักงานที่นี่จะไม่ยอมรับอย่างเด็ดขาด เพราะมีนโยบายว่า เราเป็นแขกที่มาเยือน และชาวโฮมพุเตย คือ เจ้าของบ้านผู้ต้อนรับ เพราะฉะนั้นพนักงานจะให้ความดูแลเอาใจใส่แก่ผู้เข้าพักเป็นอย่างดี

โดยเฉพาะคุณตาคณิศวร์ วรรณโชติ ผู้บุกเบิกโฮมพุเตยมาร่วม 30 ปี ปัจจุบันนี้ท่านมีอายุกว่า 80 ปี ท่านจะเดินออกกำลังกายภายในรีสอร์ททุก ๆ เช้า  และตลอดทั้งวันที่ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขอยู่ในโฮมพุเตย ทุก ๆ คนจะเห็นคุณตาคณิศวร์ ขับรถกอล์ฟไปทั่วบริเวณรีสอร์ท ซึ่งมีอยู่ถึงเกือบ 400 ไร่ เพื่อสำรวจตรวจตราความเรียบร้อย และพูดคุยถามสารทุกข์สุขดิบ อีกทั้งยังแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวตามจุดต่าง ๆ ในโฮมพุเตย ให้กับผู้เข้าพัก ซึ่งได้สร้างความประทับใจให้แก่ผู้ไปใช้บริการอย่างยิ่ง

เมื่อเข้ามาแล้วอย่างแรกเลยที่ทุกคนจะได้รับคือแผนที่ของโฮมพุเตย  พร้อมโปรแกรมและกิจกรรมต่าง ๆ ที่ผู้มาเยือนจะได้รับ เพื่อความสะดวกในการใช้ชีวิตอยู่ ณ ที่ที่หลาย ๆ คนเคยกล่าวไว้ว่า คือ สวรรค์บนดินดี ๆ นี่เอง

เรามาเริ่มรู้จักโฮมพุเตยกันให้มากขึ้นดีกว่า เรามาถึงที่นี่ก็บ่ายแก่ ๆ แล้ว พนักงานน่ารักมาก กลัวเราหิวก็จะให้ไปทานอาหารก่อน แต่ต้องขอตัวค่ะ เพราะเพิ่งทานเที่ยงมาจากครัวออฟโรด ซึ่งอยู่ใกล้ ๆ  กันนี่เอง จึงขอตัวเข้าห้องพักก่อนดีกว่า แล้วค่อยมาทานของว่างก็แล้วกัน เก็บของพร้อมชมวิวทิวทัศน์บริเวณที่พักแล้วก็มุ่งหน้ามายังเรือนเอื้อนิรันดร์ เพื่อหาของว่างลงกระเพาะ ก่อนที่จะเริ่มทัวร์รอบรีสอร์ท

ของว่างวันนี้มีซาลาเปาไส้หมูใบเล็กน่ารัก น่าทานมาก มาพร้อมกับขนมปังหน้าหมู ไม่พอเติมได้ค่ะ แต่ที่ถูกใจมากคือน้ำใบเตย หอมหวานได้ใจ พร้อมเต็มใจเสริฟเพิ่มตลอดเวลา ชา กาแฟ พร้อมสรรพ มาชงทานได้ทั้งวี่ทั้งวัน

เมื่อท้องอิ่ม เราก็มาเริ่มทัวร์กันดีกว่า ที่นี่กว้างมาก หากไม่อยากเดิน เขาก็มีจักรยานให้ปั่น แต่บางแห่งก็ต้องใช้กำลังขาอย่างเดียว เพราะไม่สามารถปั่นจักรยานได้ เราไปกันที่บึงเอื้ออารีย์กันก่อนดีกว่า ที่นี่จะเป็นบึงขนาดใหญ่ มีเรือพายและจักรยานน้ำไว้บริการ พร้อมกับชูชีพ เพื่อความปลอดภัยของทุก ๆ คน

จากนั้นก็เดินชมธรรมชาติ รอบ ๆ รีสอร์ท เนื่องจากที่นี่สร้างมาหลายปีแล้ว ต้นไม้ส่วนใหญ่จะเป็นต้นไม้ใหญ่ อายุหลายปี ทำให้ร่มรื่นยิ่งนัก 

ที่นี่ยังมีเกาะคุณแม่ แรก ๆ ก็สงสัยว่าคืออะไร พอไปดูก็ถึงบางอ้อ ว่าเขาใช้กระถางดินเผามาประดิษฐ์เป็นรูปต่าง ๆ เกี่ยวกับความรักของแม่

ช่วงเย็นก็ไปเดินเล่นริมแม่น้ำแควน้อย ที่นี่มีหาดทรายขนาดเล็กเพื่อให้ผู้มาใช้บริการได้ลงไปเดินเล่น แต่ห้ามลงเล่นน้ำ เพราะอาจจะเกิดอันตรายได้

ก่อนที่จะทานอาหารมื้อค่ำ ที่นี่จะมีการแสดงไลท์แอนด์ซาวด์โชว์ เกี่ยวกับสะพานข้ามแม่น้ำแคว ให้ชมด้วย โดยเป็นการจำลองถึงขั้นตอนกว่าจะได้มาซึ่งสะพานข้ามแม่น้ำแควในปัจจุบัน จะต้องเสียเลือดเนื้อ เสียชีวิตผู้คนไปมากมาย 

ทัวร์ทั้งวัน ในที่สุดก็ถึงเวลาอาหารมื้อค่ำแล้ว ดีใจจัง มื้อค่ำเรามาทานกันที่เรือนเอื้ออาภา ซึ่งอยู่ใกล้ ๆ กับหาดทรายที่เรามาเยี่ยมเยียนไปแล้วเมื่อช่วงเย็น อาหารมื้อนี้หลากหลายชนิด มีทั้งปลาทอด ผัดผัก แพนงไก่ ฯลฯ แถมด้วยขนมหวาน จนอิ่มแปล้ไปตาม ๆ กัน แค่นั้นยังไม่พอพนักงานยังมาถามต่ออีกว่า มื้อดึกนี้จะมีข้าวต้มหมูจะทานหรือเปล่า ถ้าสนใจจะไปเสริฟให้ถึงห้องพัก ไม่ไหว เลยขอบาย เพราะอิ่มจริง ๆ 

ช่วงเช้าอันสดใสของที่นี่  บรรยากาศท่ามกลางธรรมชาติ กลางหุบเขาและมีสายน้ำแควน้อยไหลผ่านอยู่ข้าง ๆ ช่างมีความสุขจริง ๆ รีบตื่นแต่เช้าเพราะกลัวจะไม่ทันเห็นหมอกยามเช้า แต่ที่ไหนได้ เจ้าหน้าที่บอกว่าสายหมอกของที่นี่จะมีให้เห็นถึงประมาณ 9 โมงเช้า แต่ก็นั่นแหละเห็นหมอกยามสายไหนเลยจะสวยเท่าหมอกยามเช้า จริงหรือเปล่าค่ะ 

จากนั้นเราก็ทานอาหารเช้ากันที่ระเบียงริมแคว ประกอบด้วยมากมายหลายอย่าง เริ่มจากข้าวต้มหมูกลิ่นหอมชวนชิม แพนเค้กพร้อมน้ำผึ้งรสหวาน ขนมปังปิ้งร้อน ๆ กับเนยหรือแยมผลไม้ ตามมาด้วยปาท่องโก๋กรอบนอกนุ่มในจิ้มนมข้นหวานอร่อยเด็ด จานสุดท้ายคือไส้กรอก ไข่ดาว หมูแฮม อิ่มกันไปตาม ๆ กัน พนักงานบอกว่า ถ้าไม่อิ่มก็เติมได้ แต่ไม่ไหวแล้วจริง ๆ แค่นี้กระเพาะก็ไม่มีที่จะเก็บแล้ว

กิจกรรมต่อไปของที่นี่จะเริ่มขึ้นในเวลา 9 โมงเช้า คือบริการรถยนต์ ชมรอบ ๆ รีสอร์ต จะมีให้ 2 รอบคือ 9 โมง และ 10 โมง แล้วแต่ใครจะสะดวกเวลาไหน ก็ใช้บริการได้ แต่เรามีเวลาน้อย เลยไม่ได้ไปชมรอบ ๆ รีสอร์ตกับเค้า ซึ่งจะมีทั้งไร่มะนาวยักษ์ สนามกอล์ฟ ฯลฯ แต่ก็คิดว่ารอบหน้าคงไม่พลาดแน่นอน และที่สำคัญคืออาหารมื้อเที่ยงของที่นี่ เพราะมาเยือนรอบนี้ไม่มีโอกาสได้ลิ้มลองอาหารมื้อเที่ยงเลยสักมื้อ เนื่องโอกาสไม่อำนวย แต่ครั้งหน้ายืนยันว่า จะไม่มีพลาดเด็ดขาด ยังไงก็ต้องกลับมาอีกแน่นอน

ตอนหน้าเราจะมาเยี่ยมชมของดี ๆ ที่โฮมพุเตยกันนะคะ คือพิพิธภัณฑ์อนุสรณ์ทางรถไฟสายไทย - พม่า ค่ะ อย่าพลาดนะคะ 

โดย ฟิวเจอร์

 

กลับไปที่ www.oknation.net