วันที่ เสาร์ กรกฎาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

win-win เกม ของกูเกิล


เรื่อง win-win เกม ของกูเกิล ตีพิมพ์ในเซ็คชั่นจุดประกาย-ไลฟ์

วันอังคารที่ 22 กรกฎาคม 2551

ภาพ : นัทพล ทิพย์วาทีอมร


แม้จะไม่ได้ทำตลาดหรือพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เห็นกันนักหนา แต่ยอดคลิก Google ในไทยก็ยังพุ่งปรี๊ดไปติดอยู่ที่อันดับหนึ่งของกลุ่ม search engine ด้วยส่วนแบ่งการตลาดที่มากถึง 95 เปอร์เซ็นต์...

ล่าสุด การเปิดตัวโครงการใหม่ iGoogle Artist โดยระดมคนดังด้านงานสร้างสรรค์ชาวไทยให้มาช่วยกันออกแบบโฮมเพจ จึงถือเป็นการขยับตัวที่น่าจับตา ว่านับแต่นี้กูเกิลอาจลุกขึ้นมาเอาจริงเอาจังกับตลาดเล็กๆ แห่งนี้ (เมื่อเทียบกับประเทศทั่วโลก) ยิ่งขึ้นกว่าที่เคยเป็นมา ยังไม่นับความเคลื่อนไหวที่กูเกิลทำท่าว่าอาจจะมาเปิดออฟฟิศในไทย ก็เรียกความสนใจจากผู้ที่ติดตามข่าวได้ไม่น้อย

พรทิพย์ กองชุน ผู้จัดการพัฒนากลยุทธ์พันธมิตรกูเกิล เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผู้ดูแลกิจการกูเกิลในประเทศไทย ประจำออฟฟิศสิงคโปร์ เล่าถึงโครงการ iGoogle Artist ซึ่งมีการเปิดตัวครั้งแรกในนิวยอร์กเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ว่าเนื่องจากประเทศไทยมีความโดดเด่นทั้งในแง่ศิลปวัฒนธรรมและศิลปินที่มีความหลากหลาย และแต่ละคนต่างมีผลงานเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว รวมทั้งหลายคนมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในระดับโลก จึงเป็นเหตุให้ได้รับเลือกเป็นหนึ่งใน 17 ประเทศที่ร่วมโครงการ

ศิลปินทั้ง 8 ได้แก่ หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล, จักรพันธุ์ โปษยกฤต, หม่อมหลวงจิราธร จิรประวัติ, ชัย ราชวัตร, เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์, ปราบดา หยุ่น, บอยด์ โกสิยพงษ์ - 'ป๊อด' ธนชัย อุชชิน และ โต๋ ศักดิ์สิทธิ์ โดยแต่ละคนผลิตงาน 3-4 ชิ้น ด้วยเทคนิควิธีต่างๆ มีทั้งเป็นงานสร้างสรรค์ขึ้นใหม่ และปรับจากผลงานดังๆ ชิ้นเดิม ขณะนี้เปิดตัวพร้อมให้ user ทั่วโลกเลือกไปตกแต่งโฮมเพจ

สงสัยว่าอุตส่าห์เชื้อเชิญศิลปินดังมาร่วมงานทั้งที ทำไมชิ้นงาน iGoogle Artist ถึงได้เป็นแค่แถบเล็กๆ อย่างนี้ ?

'พรทิพย์' ย้ำนโยบายหลักของกูเกิลที่เน้นความเรียบง่าย ใช้งานสะดวก พร้อมขยายความคำว่า 'ดีไซน์' ในความหมายของกูเกิลว่าคือการที่ผู้ใช้สามารถออกแบบหน้าโฮมเพจเอง ไม่ใช่แค่ความสวยงาม แต่สำคัญที่การจัดวาง gadgets และ feed ในตำแหน่งต่างๆ แบบสะดวกใช้สไตล์ใครสไตล์มัน

iGoogle Artist ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์แรกที่ถูกเลือกมาเอาใจไทยยูสเซอร์ ถ้าย้อนกลับไปตลอดหลายปีที่ผ่านมา กูเกิลมีการ 'localize' หลายผลิตภัณฑ์เพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าชาวไทย ไม่ว่าจะเป็นเวบหลัก google.co.th, gmail.com, googleEarth ที่มีทั้งภาษา-เนื้อหาที่เป็นไทย ขณะที่ iGoogle ถูกทำให้เป็นไทยตั้งแต่ปีที่แล้ว หลังเปิดตัวในระดับอินเตอร์แค่ไม่ถึงปี

น่าสนใจว่าตัวเลขกำไรสุทธิไตรมาสแรกของกูเกิลที่ตัวเลข 1.31 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเพิ่มขึ้นตั้ง 30 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับกำไรสุทธิในช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา และนั่นหมายถึงรายรับรวมตลอดไตรมาสที่ 5.19 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยระบุด้วยว่า กว่า 51 เปอร์เซ็นต์เป็นรายได้จากตลาดนอกสหรัฐ ซึ่งแน่นอนว่านับรวมรายได้จากตลาดเล็กๆ อย่างไทยเข้าไปด้วย ทั้งที่ถ้าดูหน้าโฮมเพจของผลิตภัณฑ์กูเกิล เราแทบไม่เห็นแบนเนอร์โฆษณาอยู่ตรงมุมไหน pop-up ขายของก็ไม่เคยเด้งขึ้นมาให้รำคาญ

"โครงการอย่าง iGoogle Artist ทางเราไม่มีรายได้ รวมทั้ง gmail และ GoogleEarth เหล่านี้ถือเป็นกิจกรรมที่สร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับยูสเซอร์"

แล้วรายได้ของกูเกิลมาจากไหน ?

โฆษณาตามสั่ง ตรงเป้าหมาย-ไม่น่ารำคาญ

'พรทิพย์' ให้ข้อมูลถึงแหล่งรายได้หลักของกูเกิลว่าคือการทำ Search Marketing

ในการเสิร์ชข้อมูลจากกูเกิล โดยเฉพาะถ้าเป็นการค้นหาเกี่ยวกับสินค้าและบริการ นอกจากผล Organic Search ที่ปรากฏในตำแหน่งปกติแล้ว สังเกตดีๆ ทางด้านขวามือมีจะมี Adwords ซึ่งเป็นเวบไซต์และข้อความประชาสัมพันธ์ของ 'ผู้สนับสนุน' ซึ่งก็คือลูกค้าที่ลงโฆษณากับกูเกิล โดยลูกค้าสามารถเลือก Key Word เพื่อให้เวบไซต์ของตนถูกค้นพบ เป็นภาษาอังกฤษ ภาษาไทย หรือภาษาอื่นใด รวมทั้งเลือก Key Word ต่างๆ ที่จะเป็นตัวกำหนดค่าใช้จ่ายในการลงโฆษณาที่แตกต่างกันออกไป

"ถ้าลูกค้าต้องการให้เวบถูกเสิร์ชพบมากๆ ก็เลือกคำที่ครอบคลุม เช่น 'โรงแรม' 'สมุย' เวลานักท่องเที่ยวอยากหาที่พักที่สมุย แต่ยังไม่มีข้อมูลมากนัก ก็จะเสิร์ชด้วยคำกว้างๆ ค่าโฆษณาจะสูงกว่าเมื่อเทียบกับคำที่เฉพาะเจาะจง อย่าง 'จองที่พัก' หรือระบุชื่อโรงแรม ซึ่งโอกาสที่จะถูกพบน้อยกว่า ค่าลงโฆษณาถูกกว่า แต่โอกาสที่ลูกค้าจะเข้าใช้บริการสูง เหมาะกับผู้ที่มีงบจำกัด"

น่าสนใจตรงการขายโฆษณาของกูเกิลที่ใช้การคิดค่าใช้จ่ายหลังมีผู้คลิกเข้าชมเวบไซต์นั้นๆ เรียกว่าเป็น Pay Per Click ลูกค้าสามารถกำหนดครั้งที่จะถูกเสิร์ชพบให้เหมาะสมกับงบประมาณที่มีอยู่ ที่สำคัญ กูเกิลไม่จำกัดวงเงินงบประมาณที่จะลงโฆษณา

"ผู้ประกอบการที่มีงบจำกัด อาจกำหนดจำนวนการคลิกไว้ที่ 2 ครั้งต่อวัน พอมีคนคลิกครบจำนวน แอดก็จะดีดออกจาก Adwords ไปอยู่ที่ Organic Search ตามปกติ บางรายซื้อแอดวันละ 10-20 บาทต่อวันก็มี กลุ่มนี้มักจะเป็นพวกที่มาทดลองตลาด เมื่อเห็นว่าได้ผลดีถึงจะเพิ่มงบโฆษณา"

อีกส่วนของรายได้มาจาก Google Ad Sense ที่เจ้าของเวบไซต์อื่นๆ สามารถสมัครเข้าเป็นพันธมิตรกับกูเกิล แล้วกูเกิลจะพิจารณาว่าควรส่งโฆษณาประเภทไหนให้เหมาะกับกลุ่มเป้าหมายของเวบนั้นๆ ก่อนจะส่งบล็อกโฆษณาเล็กๆ มีข้อความ Ads by Google ไปแปะไว้ที่หน้าเวบพันธมิตร เมื่อมีคนคลิกเข้าดูก็นับครั้ง แล้วนำรายได้จากค่าโฆษณามาแบ่งกัน

ด้วยวิธีการสร้างรายได้แบบนี้ ที่ทำให้โฆษณาจากลูกค้าทั่วโลกมาปรากฏบนเวบไซต์กูเกิลอย่างแนบเนียน ทุกโฆษณาชัดเจน ตรงความต้องการ ไม่มีโฆษณาที่โผล่มาโดยไม่ได้เรียกหา ถือว่าผลประโยชน์ตกแก่ทุกฝ่าย ผู้ลงโฆษณาได้ลูกค้าตรงกลุ่มเป้าหมาย กูเกิลมีรายรับ ขณะที่ยูสเซอร์ได้ข้อมูลตามต้องการ จึงไม่น่าแปลกใจที่กูเกิลจะได้รับความนิยมจากผู้ใช้ทั่วโลก

แล้วคุณล่ะ ..วันนี้คลิกกูเกิลไปกี่ครั้ง ?

เก่งภาษาไทย ไฮไลต์ของกูเกิล

พรทิพย์ กองชุน ถือเป็นพนักงานไทยคนแรกที่ร่วมงานกับกูเกิลเมื่อปี 2548 ครั้งนั้นกูเกิลมีเธอเป็นพนักงานเพียงคนเดียวในประเทศไทย เธอจึงนั่งทำงานอยู่ที่บ้านมาตั้งปี ก่อนจะย้ายไปนั่งรวมกับเพื่อนๆ ตอนตั้งออฟฟิศกูเกิลที่สิงคโปร์ เรียกได้ว่าเป็นผู้ที่มีส่วนร่วมในการพัฒนากิจการของกูเกิลในไทยมาอย่างต่อเนื่อง

ถามว่า ทำไมกูเกิลถึงได้รับความนิยมจากยูสเซอร์ชาวไทยได้ถึงระดับนี้ ?

'พรทิพย์' แจงถึงเหตุหลักว่ามาจากการที่กูเกิลให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบให้รองรับคำสั่งภาษาไทย ทำให้ผลเสิร์ชตรงตามความต้องการของผู้ใช้ และคัดสรรมาแต่เวบไซต์ที่เชื่อถือได้ ไม่มีสแปม ไม่มีเวบที่เล่นเล่ห์เสนอตัวมาวางโชว์ในตำแหน่งที่โดดเด่นผิดปกติ

"กูเกิลเข้าใจโครงสร้างภาษาไทย เพราะเรามีการพัฒนาระบบ Word Segmentation ทำให้ได้ผลเสิร์ชตามต้องการ เช่นพิมพ์คำว่า 'หน่วยงานราชการ' กูเกิลจะสามารถหาผลเสิร์ชจากคำว่า 'หน่วยงาน' และ 'ราชการ' ได้ นอกจากนี้เรามีทีมงานดูแลคุณภาพของผลเสิร์ชอย่างใกล้ชิด คอยตรวจสอบเวบที่ใช้เทคนิควิธีเพื่อให้ตัวเองขึ้นอันดับ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเวบไม่มีคุณภาพ ถือว่าทำผิดกฎ และจะถูกแบนออกจากอินเด็กซ์"

การปรับปรุงระบบดังกล่าวเมื่อปีที่ผ่านมา เป็นปัจจัยสำคัญที่ดันให้ส่วนแบ่งการตลาดของกูเกิลจาก 80 เปอร์เซ็นต์ในปีก่อนหน้า พุ่งขึ้นมาอยู่ที่ 95 เปอร์เซ็นต์จากผลสำรวจล่าสุดในปีนี้

โดย rachada

 

กลับไปที่ www.oknation.net