วันที่ อาทิตย์ กรกฎาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เจ้าโต…Hotel California แบบไทยๆ


(คอลัมน์  Yesterday Revisited    นสพ.กรุงเทพ Bizweek   15  ต.ค. 2547   no.18 )

        มีกระเป๋ารถเมล์ชื่อว่าเจ้าโต                       ชอบคุยโวจนทั่วว่าข้านี้ใหญ่

ตลอดท่าช้างปากน้ำไม่กลัวใคร                 รถคันไหนแซงรถข้าเป็นน่าดู

จนวันหนึ่งก็มาถึงวันรถติด                        ในชีวิตนี้เจ้าโตไม่ลืมลา

รถแอร์สาย ป.อ. 8 แล่นตามมา                 ความรักหนาเริ่มต้นมาก็ตรงนี้

สาวกระเป๋ารถแอร์แถขึ้นมา                       ถามพี่จ๋ามีแบงค์ย่อยให้น้อยไม๊

ไม่มีทอนเพราะน้อยมีแต่แบงค์ใหญ่           จะขอบใจพี่มากๆ หากช่วยเหลือ

เจ้าจอมโวชะงักหยุดสุดกระดาก                สวมหน้ากากเทพบุตรสุดหล่อเหลา

ควักเศษตังค์ให้เจ้าน้อยแลกไม่เบา เสียงกระเส่าไม่เป็นไรเท่าไหร่มี

(*)วันผ่านไปให้ใจเศร้า               เจ้าโตเฝ้าเพ้อชะเง้อหา

รถแอร์ทุกคันที่ผ่านมา                  เพราะหวังพบพาเจ้าหน้ามล

เห็นรถแอร์คืบคลานผ่านลิโด้         เจ้าปากโวมองเห็นใจเต้นถี่

วานลูกพี่ช่วยแซงๆขึ้นไปที            รถคันนี้ผมจำได้ใช่แน่นอน

สาวกระเป๋าเห็นรถเมล์แซงขึ้นมา   จำได้ว่าเป็นเจ้าโตโผล่หน้าไหว

ลงจากรถวิ่งไปหาแสนดีใจ            ยืนบันไดคุยกันไปสุขใจจัง

อัน 2-3 นาทีนี้ก็มีค่า                               เสียงจ๊ะจ๋าดังแว่วฝ่าความร้อน

เสียงเจ้าโตดูอ่อนไปให้อาวรณ์                   ทำงานก่อนตอนเย็นค่อยพบกัน

เจ้าน้อยลาแสนอาลัยใกล้ทางโค้ง              หย่อนตัวลงจากบันไดไม่มองหลัง

มอเตอร์ไซด์เสยเข้าโครมเต็มกำลัง เลือดนั้นหลั่งชะโลมกาย

เสียงหวีดร้องเงียบหายกายล้มลง              คนยืนงงส่วนมอเตอร์ไซด์นั้นหายหน้า

เจ้าโตรู้ตัวโดดจากรถนองน้ำตา                 เจ้าน้อยจ๋า  เจ้าไม่น่าทิ้งพี่ไป  (ซ้ำ *)

 

เสียงเพลง Hotel California ของวง ดิ อีเกิ้ลส์ โด่งดังมาตั้งแต่ปี 1976 รวมทั้งถูกจัดว่าอยู่ในสิบอัลบั้มที่ขายดีที่สุดตลอดกาล   สำหรับปัจจุบัน 4 สมาชิก ได้แก่ ดอน  เฮนลีย์, เกลน  ฟลาย, ทีโมธี บี สมิท และโจ วอลซ์ จะมาปรากฎตัวเป็นๆ ให้ชาวไทยได้เห็นในคอนเสิร์ต Eagle Farewell I Tour ในอีกไม่กี่วันนี้  

ด้วยการเป็นกลุ่มนักดนตรีที่นำดนตรีร็อคมาผสมผสานกับคันทรี่และโฟล์ค จนทำให้กล่าวกันว่า วง ดิ อีเกิ้ลส์ ทำเพลงในแนวทาง ‘คลาสสิคร็อค’  ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของคนฟังจากรุ่นสู่รุ่นจนถึงปัจจุบัน ตลอดสามสิบปีที่ผ่านมา

ในเมืองไทยก็ไม่น้อยหน้า มีบางวงดนตรีของไทยได้รับอิทธิพล มาทั้งสไตล์เพลง รูปแบบการแต่งกาย  หรือนำเพลงมาคัฟเวอร์ใหม่ใส่เนื้อไทยบ้าง  เช่น วงอินคา (2533-2535) ในมาดไอ้หนุ่มผมยาวแนวดนตรีโฟลค์ร็อคแบบป๊อบๆ   และก่อนหน้านี้สมัยที่เพลงไทยยุคสตริงกำลังเบิกบานหลังจากช่วงที่นิยมฟังกันแต่เพลงสากล เปลี่ยนมาเป็นเพลงไทยสากล  คงปฎิเสธไม่ได้ว่าช่วงรอยต่อนั้นจะนิยมการนำทำนองเพลงสากลดังๆมาใส่คำร้องเพลงไทยอยู่เป็นจำนวนมาก (ที่น่าแปลกคือปัจจุบันก็ยังมีอยู่อีก)

สำหรับเพลง ‘เจ้าโต’ ข้างต้นอยู่ในอัลบั้ม ‘บทเพลง’ (2527) ของวง อิสซึ่น ในยุคกลาง  เนื่องจากอิสซึ่น มีการเปลี่ยนแปลงสมาชิกวงอยู่เรื่อยๆ จนสามารถแบ่งเป็น  ยุคแรกเริ่มที่ก่อตั้งโดยสองพี่น้อง อัสนี และวสันต์  โชติกุล  ในแบบเพลงโฟล์คซองสมัยก่อน  กับยุคกลางที่อัสนีแยกออกจากวงไปเหลือเพียง วสันต์  และยุคสุดท้ายที่สมาชิกก่อตั้ง วสันต์ออกไปอีกคนจึงเหลือเพียงสมาชิกใหม่เข้ามาแทนที่  พร้อมทั้งยังมีผลงานออกมาแบบเงียบๆอยู่บ้างระยะหนึ่ง

อัลบั้ม ‘บทเพลง’ นั้นมีสมาชิกอยู่ห้าคน คือ วสันต์  โชติกุล, สมโชค  เล้าเปี่ยมทอง เล่นกีต้าร์, ปิติ  ปิติวงค์ มือคีย์บอร์ด, มนตรี  นาเดล กีต้าร์เบส และจุมพล  ปัญญามงคล เล่นกลอง  มีโปรดิวเซอร์ คือ อัสนี  โชติกุล (หลังจากนี้จึงออกอัลบั้ม ‘บ้าหอบฟาง’ ในปี 2529 )   รายละเอียดบนปกเทปเขียนว่าเป็นผลงานของ ‘กลุ่ม Butterfly’ กลุ่มคนดนตรีมากฝีมือ   ฉะนั้นจึงไม่แปลกเลยที่แต่ละเพลงในชุดนี้จะมีการเรียบเรียงเสียงประสานจากผู้มีรายชื่อคุ้นเคยต่อไปนี้  อนุวัฒน์  สืบสุวรรณ, จิรพรรณ  อังศวานนท์, สุรสีห์  อิทธิกุล, กฤษณ์  โชคทิพย์พัฒนา, สินนภา  สารสาส และจาตุรนต์  เอมซ์บุตร

          ถ้าพูดถึงเพลงเด่นของอัลบั้มนี้ ก็จะเป็นเพลง ‘ขอมอบบทเพลง’ ที่ล่าสุดถูกนำมาร้องปิดคอนเสิร์ท ‘ตำนานผีเสื้อ’ เมื่อปลายปีที่แล้ว   ส่วนเพลงอื่นอย่าง บทเพลง,มะพร้าวอ่อน, สุขาใจ และผู้หญิงเอย ก็อยู่ขั้นไม่เบา  แต่น่าเสียดายที่ผลงานเพลงชุดนี้ไม่ได้รับความสนใจในวงกว้างเท่าไร                     

ส่วนบทเพลง ‘เจ้าโต’ นั้นไม่ใช่เป็นการนำเพลงดังมาใส่คำร้องไทยเสียเลยทีเดียว  แต่ถือว่าเป็นกลิ่นอายที่ปรับเปลี่ยนมายังมีเค้าโครงทำนองเพลง Hotel California อยู่มาก  ทำให้ใครหลายคนสะดุดหูว่า ทำไมคุ้นๆ กับเพลงนี้   ยิ่งท่อนโซโลกีต้าร์ตอนจบเพลงที่เสียงจะดร๊อปลงเรื่อยๆ ก็ยังคงอยู่ 

หรือท่อนฮุค ‘Welcome to hotel California…’ ที่คุ้นหูก็กลายมาเป็น ‘ วันผ่านไปให้ใจเศร้า  เจ้าโตเฝ้าเพ้อ...’ ไป  

ด้วยความยาวกว่าหกนาทีจึงทำให้เนื้อร้องยาวตามไปด้วย เช่นเดียวกับเพลงเจ้าโต เพลงนี้สามารถเล่าเป็นเรื่องราวชีวิตรักของเจ้าโต-กระเป๋ารถเมล์กับเจ้าน้อย-กระเป๋ารถแอร์ ได้หนึ่งเรื่องเลย

          จากเนื้อเพลงเป็นความรักที่ต้องจากลากันด้วยชีวิตแบบนี้  ผมเคยได้ยินเพลงมีที่เนื้อเพลงและใช้ทำนองเพลงสากล  อีกเพลงนานมากทีเดียวชื่อเพลง ‘ลำดวนกับทองดี’  ซึ่งเป็นโศกนาฏกรรมความรักจากการแข่งควายเพื่อหาเงินมาแต่งงานจนถูกควายขวิดตาย  ล้อเลียนต้นฉบับเพลงสากลที่แข่งรถจนตาย  ไม่รู้มีใครเคยได้ยินกันบ้างรึเปล่า?  

                                                                         

ส่วนเพลง Hotel California นั้นถือว่ามือกีต้าร์รุ่นแล้วรุ่นเล่า แกะกันไม่หยุดยั้ง  ยิ่งท่อนโซโล  พบว่ามีหลายวงตามผลับต่างๆเล่นเพลงนี้ยกเว้นตอนโซโลกีต้าร์ก็ใช้เครื่องดนตรีอื่นๆเช่น คีย์บอร์ดเข้าช่วยเสริมแทน หรือแย่หน่อย ก็คืออยากเล่นเพลงนี้แต่ตัดท่อนโซโลกีต้าร์ออกก็มี

ผมเคยได้ยินกิติศัพท์ของกีต้าร์คลาสสิคที่ใช้สายเอ็น มาว่า ถ้าใครเล่นเก่งๆ นี่สามารถบรรเลงเดี่ยวโดยเปรียบเสมือนมีวงออเครสตร้าอยู่ด้วยเลย   เท่าที่เคยฟังในเมืองไทยนี้เห็นมี ฮัคกี้  ไอเคิลมานน์ โชว์ฝีมือในบางเพลง  ซึ่งออกไปทางเพลงบรรเลงหรือเพลงคลาสสิคเสียมากกว่า  และส่วนใหญ่วงโฟล์คร็อคมักใช้กีต้าร์โฟล์คสายเหล็กหรือกีต้าร์ไฟฟ้ากัน

แต่หลังจากได้เห็นเทปคอนเสิร์ตการกลับมาร่วมตัวของ ดิ อีเกิ้ลส์อีกครั้งในเวอร์ชั่นHotel California ฉบับอะคูสติก ที่หลายคนคงจำท่อนโซโลอันยาวนานของเพลงนี้ที่ใช้กีต้าร์คลาสสิคคู่ประสานฝีมือของ ดอน  เฟลเดอร์ กับ โจ  วอลซ์ แล้ว  ผมพึ่งประจักษ์ในสายตากับศักยภาพของกีต้าร์คลาสสิค  ในแบบประยุกต์ให้เข้ากับเพลงที่อยู่ในขั้นตำนานเพลงนี้ครับ  

ไม่รู้มีใครคิดเหมือนผมบ้างไหม? ว่าถ้าทำเพลงที่โชว์ฝีมือกีต้าร์คลาสสิคล้วนๆในแบบเพลงระดับตำนานแบบนี้บ้าง   น่าสนใจว่าอาจจะเกิดปรากฎการณ์ใหม่ๆในวงการเพลงไทย(ที่กำลังเงียบเหงา)บ้างรึเปล่า?...ใครจะไปรู้?

 

โดย STILLWATER

 

กลับไปที่ www.oknation.net