วันที่ อาทิตย์ กรกฎาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เสกศักดิ์ ภู่กันทอง ( 55 )


เสกศักดิ์ ภู่กันทอง - ตำนานทหารอากาศขาดรัก

เสกศักดิ์ ภู่กันทอง มีชื่อจริงว่า เสน่ห์ จันทร์ทอง ชื่อเล่นว่าแดง เกิดเมื่อวันอังคาร ปี พ.ศ. 2488 เป็นชาว อ.วิเศษชัยชาญ จ. อ่างทอง พ่อชื่อ สำเภา แม่ชื่อ หนูเล็ก จันทร์ทอง มีพี่น้อง 8 คน หญิง 5 ชาย 3 เขาเป็นคนที่ 7 ก่อนที่จะมาเป็นนักร้องดัง เคยบวชเรียนมาตั้งแต่เด็ก จึงชอบใช้ชีวิตเรียบง่าย สมถะ ไม่ยึดติด โดยเมื่อเรียนจบ ป.4 เขาก็ไปบวชเป็นสามเณรอยู่ที่วัด “ป่าโมกข์” จังหวัดอ่างทอง บวชเป็นสามเณรได้ 5 ปี เป็นพระอีก 3 ปี รวมเป็น 8 ปี และได้ศึกษาธรรมะ จนจบนักธรรมเอก ในระหว่างบวชเขาเป็นนักเทศน์นักแหล่ที่ถูกอกถูกใจญาติโยมพอสมควร เนื่องจากเสียงดี



เมื่อหมดบุญทางพระ ก็ลาสิกขาออกมา และเดินทางเข้าแสวงโชคในกรุงเทพฯ โดยครั้งแรกได้งานทำที่ บริษัท “เยนเนอรัลดักส์ เอท” แถว ๆ ลาดพร้าว โดยอยู่แผนกยา เขาชอบการร้องเพลง แต่เนื่องจากมีเสียงใหญ่ และห้าว ก็เลยเคยโดนใครบางคนดูถูกว่าเสียงเหมือนควาย แต่เขาก็ไม่ยอมแพ้

จนในท่สุดก็ได้เข้าวงการเพลง โดยครั้งแรกอยู่กับวงดนตรี “จินดา สมบัติเจริญ” โดยใช้ชื่อในการเป็นนักร้องครั้งนั้นว่า “ไพรสณฑ์ ลูกวิเศษ” บันทึกเสียงเพลงแรกชื่อ “ป่าซางในฝัน” แต่งโดย “จินดา สมบัติเจริญ” ต่อมาพี่ชายนำไปฝากให้อยู่วง “บรรจบ เจริญพร” บรรจบเห็นเสียงดี มีธรรมโมธรรมะ ก็เลยรับเข้าไว้ในวง สมัยเดียวกับ “วิไลรัตน์ เจริญพร” (คนเดียวกับ “แรม เรณู” หรือ “เรณู ภู่สว่าง”) “บรรจง ทรงกรด” , “ใจภักดิ์ เพียรเจริญ” และ “ฉลอง ภู่สว่าง” เขาอยู่กับบรรจบได้ประมาณ 1 ปี ก็ย้ายไปอยู่กับ “เรียม ดาราน้อย” เขาอยู่กับเรียมได้ไม่นาน “ฉลอง ภู่สว่าง” ซึ่งพา “ระพิน ภูไท” ออกจากวงบรรจบ ไปอยู่กับวง “พิณศรีวิชัย” และแต่งเพลงให้ระพินร้องจนโด่งดัง แต่ภายหลังระพินมีปัญหากับหัวหน้าวง ครูฉลองจึงหันมาปั้น “ภูษิต ภู่สว่าง” แต่ต่อมาผู้สนับสนุนมีปัญหากันอีก ครูฉลองและ “สามชัย ธีระพงศ์” จึงหันไปสร้าง “จีระพันธ์ วีระพงศ์”

ครูฉลองจึงชักชวนไพรสณฑ์ให้มาอยู่ อยู่ไม่นานครูฉลองก็แต่งเพลงให้ร้องบันทึกเสียงจนโด่งดัง ในเพลง “โสภาใจดำ” “ขันหมากเศรษฐี” และเปลี่ยนชื่อเสียใหม่ เป็น “เสกศักดิ์ พู่กันทอง” ภายใต้การสนับสนุนในด้านการทำแผ่นเสียงของ “สามชัย ธีระพงศ์” และต่อมาได้เพลง “ทหารอากาศขาดรัก” ตามด้วย “ไม่ตายจะกลับมาแต่ง” ของครู “ชลธี ธารทอง” ไปร้องอีก ยิ่งทำให้ชื่อเสียงเขาโด่งดังยิ่งขึ้น และมีเพลงตามมาอีกมากมาย เช่น กลิ่นฟางนางลืม, จะเอายังไง, รักพี่เสียดายน้อง, ราคาคนสวย, ตามหาน้องแจ๋ว

ช่วงปี 2518-2519 คือช่วงเวลาทองของชีวิต ชื่อเสียงของเขาเรียกว่าดังระเบิด จนมีหลายคนยุให้เขาตั้งวงดนตรีเอง และเป็นหัวหน้าวงได้แล้ว แต่เขาก็ปฏิเสธไป โดยบอกว่ายังขาดประสบการณ์ ถึงเพลงจะดังแต่ก็ยังมีน้อยมาก ถ้าตั้งวงขึ้นมาจริงๆ จะเอาเพลงอะไรไปร้องให้แฟนๆฟัง ซึ่งก็เป็นจริงตามนั้น เพราะพอผ่านพ้นช่วงสองสามปีทองของความดัง ชื่อเสียงของเขาก็เริ่มเสื่อมความนิยมลง และหลังจากใช้ชีวิตร้องเพลงกับวงลูกทุ่งดัง รวมทั้งวงจีรพันธ์ วีรพงษ์ และ ศรชัย เมฆวิเชียร รวมทั้งรับเชิญทั่วไป และวงสุดท้ายคือ “พุ่มพวง ดวงจันทร์” รุ่นเดียวกับ “มนต์รัก ขวัญโพธิ์ไทย” และ“เพชร โพธาราม”

วันที่ 1 กุมภาพันธุ์ พ.ศ.2527 วงดนตรีของ “พุ่มพวง ดวงจันทร์” ไปทำการแสดงในงานฝังลูกนิมิต ที่วัดบางขุนไกร อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี ในขณะที่วงของ “สลักจิตร ดวงจันทร์” น้องสาว ไปทำการแสดงที่ วัดปรักเขว้า อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี นักร้องจากวงพุ่มพวง 3 คน คือ “เพชร โพธาราม” เศกศักดิ์ ภู่กันทอง” และ “มนตรัก ขวัญโพธิ์ไทย” ไปร้องให้กับวง “สลักจิตร” ก่อนในช่วงหัวค่ำ เมื่อร้องเสร็จประมาณ 3 ทุ่ม ทั้ง 3 ก็รีบเดินทางไปร้องให้กับวงของพุ่มพวง ที่เพชรบุรี โดย “มนต์รัก” รับหน้าที่เป็นผู้ขับ “เศกศักดิ์” นั่งเบาะหน้าซ้ายมือคนขับ “เพชร โพธาราม” กับลูกเมีย นั่งเบาะหลัง มนต์รักขับรถด้วยความเร็วสูงเพื่อหวังไปให้ทันงาน ประมาณ 4 ทุ่มกว่า ก็เข้าสู่ตัวเมืองเพชรบุรี ก่อนถึงทางแยกเข้าวัดเขาตะเครา เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อ “เพชร โพธาราม” มองเห็นร่างคนนอนอยู่กลางถนน “เพชร” ตะโกนร้องบอก “มนต์รัก” ได้คำเดียวว่า “เฮ้ยคน”

“มนต์รัก” หักพวงมาลัยรถไปทางซ้าย แต่ล้อรถเกยร่างคน เสียหลักหมุนแฉลบไปทางขวา เป็นจังหวะเดียวกับที่รถบรรทุกผักวิ่งสวนมา รถทั้งสองคันพุ่งประสานงาเสียงดังสนั่น ผล “มนต์รัก ขวัญโพธิ์ไทย” และ “เสกศักดิ์ ภู่กันทอง” เสียชีวิตคาที่ ส่วน “เพชร โพธาราม” และลูกเมีย ปลอดภัย

2 กุมภาพันธุ์ ญาติ ๆ เพื่อน ๆ ในวงการ นำศพของนักร้องทั้ง 2 มาตั้งบำเพ็ญกุศล ที่วัดอัมพวา กรุงเทพมหานคร เป็นวันเดียวกับที่วัดยาง พรานนก ทำการฌาปนกิจศพ “สังข์ทอง สีใส” ซึ่งเสียชีวิตมาก่อนหน้านี้ไม่ถึง 10 วัน ด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์เช่นกัน ซึ่งหลังเหตุการณ์ครั้งนั้น เพชร ก็เลิกยุ่งเกี่ยวกับวงดนตรีลูกทุ่งไปเลย โดยยังคงรับจ้างไปร้องเพลงตามงานต่างๆเท่านั้น

เสกศักดิ์ ภู่กันทอง มีภรรยาชื่อ ปริศนา หรือ “จิ่ม” และมีบุตร แต่ไม่มีข้อมูลว่ามีกี่คน

ขอขอบคุณคุณสัมพันธ์ พัทลุงสำหรับข้อมูลครับ
http://www.baanbaimai.com/forum/index.php?action=printpage;topic=5236.0

ครูชลธี ธารทอง เล่าเอาไว้ในหนังสือ " ชลธี ธารทอง เทวดาเพลง " ว่า หลังจากที่ไม่ประสบความสำเร็จกับชีวิตการเป็นนักร้อง และนักแต่งเพลง ท่านก็ได้นำเพลงที่กะจะเอาไปให้ศรีคีรี ศรีประจวบร้อง แต่ศรคีรี มาตายไปเสียก่อนไปให้กับนักร้องโนเนมคนหนึ่งที่บังเอิญไปเจออยู่ที่ปั้ม น้ำมัน หลังจากที่พานักร้องคนนี้เข้าห้องอัดเสียงแล้ว ก็อำลากรุง เทพฯ เดินทางไปอยู่ต่างจังหวัด ผันตัวมาเป็นชาวไร่ และตัดขาดจากข่าวสารในเมืองหลวง โดยเฉพาะอย่างยิ่งข่าวเรื่องที่ว่าเพลงที่เขาเขียนให้นักร้องโนเนมคนนั้น กำลังดัง เพลงที่ว่าก็คือแหม่มปลาร้า และลูกสาวผู้การ ขณะที่นักร้องโนเนมคนนั้นก็คือสายัณห์ สัญญา

หลังจากสองเพลงนี้ดัง มนต์ เมืองเหนือก็ มาพบกับครูชลธีที่บ้านนอก ขอให้แต่งเพลงให้สายัณห์อีก คราวนี้ก็ได้จำปาลืมต้นออกมา และก็ดังอีก ในที่สุด เขาจึงถูกตามตัวให้กลับมากรุงเทพ เพื่อเป็นนักแต่งเพลงเต็มตัว เมื่อ มาถึงกรุงเทพฯ เขาก็ไปพบมนต์ เมืองเหนือที่สถานีวิทยุรักษาดินแดน พอดีมีนักจัดรายการวิทยุคนหนึ่งจำเขาได้ ก็เลยประกาศออกวิทยุทันทีว่า นักแต่งเพลงเจ้าของเพลงลูกสาวผู้การ และจำปาลืมต้น มาอยู่ที่สถานีแล้ว ใครอยากได้เพลงให้มาพบได้เลย หลัง ประกาศออกไปไม่นาน ชลธี ธารทอง ก็ได้เงินสด 5,000 บาทมานอนนิ่งอยู่ในกระเป๋า เมื่อนายห้างสามชัย ธีระพงษ์ ติดต่อให้เขาแต่งเพลงให้กับเสกศักดิ์ ภู่กันทอง เพลง แรกในการกลับมากรุงเทพฯของชลธีสำหรับเสกศักดิ์ ก็คือ " ทหารอากาศขาดรัก "

เขาแต่งขณะที่เช่าโรงแรมชอยรางน้ำนอนคืนละ 200 บาท หลังจากที่มองจากหน้าต่างห้องพักลงไปเห็นจ่าทหารอากาศเดินผ่านหัวมุมโรงแรม ตอนประมาณตี 2 ก็เลยคิดที่จะแต่งเพลงเกี่ยวกับทหารอากาศ หลังจากที่เคยเขียนเพลงเกี่ยวกับตำรวจมาแล้ว และเห็นว่ามีคนเขียนเพลงถึงทหารอากาศน้อยมาก

นอกจากทหารอากาศขาดรักแล้ว เสกศักดิ์ นักร้องเสียงใหญ่ กังวาล ห้าวหาญแบบทหาร ก็ยังเพลงดังอีกเพลงที่เกี่ยวกับทหาร และเพลงนี้ก็แต่งโดยครูชลธี ธารทองอีกเช่นกัน มีชื่อว่า " ไม่ตายจะกลับมาแต่ง " ครูชลธี เขียนเอาไว้เมื่อปี 2519 อยู่ในชุดเดียวกับเพลง "ทหารอากาศขาดรัก" โดยตอนนั้นสถานการณ์ภาคใต้กำลังยุ่ง ใจความตอนหนึ่งของเพลงบอกว่า "จะแต่งปีนี้ไม่ได้หรอกน้องขอร้องสักหน่อย อดใจทนคอยพี่หน่อยได้ไหม พี่น้องชาวใต้ไร้สุข บ้านลุกเป็นไฟ แผ่นดินของไทยจะโดนเขาแบ่ง..."

เมื่อ สัก 15 ปีก่อน ผ่านไปร้านขายเทป ก็ซื้อเทปม้วนที่ท่านเห็นอยู่ข้างบนมา (แต่ภาพนี้ผมหามาจากอินเตอร์เน็ต )ผมชอบเสียงของผู้ชายคนนี้ และชอบเพลงของเขามากมาย แต่ก็ไม่เคยรู้อะไรเกี่ยวกับเขาเลย ฟังกันมานาน จนตอนย้ายบ้านเทปม้วนนี้ก็หายไป ก็ยังนึกเสียดายอยู่จนถึงทุกวันนี้

แต่เพิ่งมารู้เมื่อสักสองเดือนก่อนว่าผู้ชายเสียงดีคนนี้ได้จากโลกเราไปตั้ง 30 ปีแล้ว( เรียกได้ว่าเป็นแฟนเพลงตัวจริง) เศร้าครับ.... เอาเพลงขันหมากเศรษฐีมาให้ฟังกันครับ





โดย คันทรี่แมน

 

กลับไปที่ www.oknation.net