วันที่ อาทิตย์ กรกฎาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

...... แถกเลนเก็บหอยด้วยมือ คืออาชีพชุมชนบางขุนไทรที่ควรอนุรักษ์



รายงาน จากการไปดูงานการอนุรักษ์ป่าชายเลน ต.บางขุนไทร อ.บ้านแหลม จ. เพชรบุรี ตอนที่ 1

ประชาชน 90% ในพื้นที่บางขุนไทร มีอาชีพเก็บหอยด้วยมือ โดยการแถกเรือไปเก็บหอยที่บริเวณใกล้ชายฝั่ง ซึ่งเป็นแหล่งที่อุดมไปด้วยหอยแครง หอยเสียบ สัตว์ทะเลอื่นๆ

แม้ว่าบางขุนไทรจะได้ชื่อว่าเป็นแหล่งที่มีหอยแครงชุกชุมที่สุดในประเทศไทย (ในโลก) และแม้ว่าบางขุนไทรอาจจะเป็นแหล่งต้นกำเนิดหอยแครงแหล่งใหญ่แหล่งเดียวในประเทศไทยก็ว่าได้ งานอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง ซึ่งรวมถึงสัตว์น้ำตามป่าชายเลนเหล่านี้ ก็ยังเป็นงานที่ชุมชนยังต้องดูแลกันเอง โดยร่วมกับ อบต. กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรมประมง สถาบันการศึกษาในท้องถิ่น สถาบันอุดมศึกษาที่มีการวิจัยในเรื่องที่เกี่ยวข้อง เอกชนเจ้าของพื้นที่ป่าชายเลนบางส่วน

หากปราศจากการต่อสู้ ด้วยความเอาใจใส่เพื่อปกป้องแหล่งทรัพยากรที่มีความสำคัญต่อชุมชนโดยเฉพาะในแง่เศรษฐกิจ  เปรียบเสมือนเป็นธนาคารทางธรรมชาติให้ชาวบ้านมาเก็บเกี่ยวไปสร้างรายได้แบบพอเพียงแก่ครอบครัว ยามน้ำลงชาวบ้านก็มาแถกเลนเก็บหอยด้วยมือ จากนั้นก็ไปประกอบอาชีพรับจ้างหารายได้ทางอื่นเสริม อาหารการกินในท้องถิ่นก็หนีไม่พ้นผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติเหล่านี้ ซึ่งก็มีการนำไปแปรรูปด้วยการใช้ภูมิปัญญาชาวบ้าน อีกหลายผลิตภัณฑ์

ชาวบ้านใน ต. บางขุนไทร ได้ก่อตั้งกลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลมานานก่อนที่จะมีสถานีพัฒนาทรัพยากรป่าชายเลนที่ 6(เพชรบุรี) เกิดขึ้นเสียอีก ต่อมานายศรีเพชร อบต. อ.บางขุนไทรก็ยังก่อตั้งกลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลน ซึ่งครอบคลุมความพยายามในการที่จะอนุรักษ์อาชีพเก็บหอยด้วยมือ ให้เป็นอาชีพสงวนสำหรับท้องถิ่นอีกด้วย

ในอดีตมีคนที่เห็นแก่ได้นำเรือติดตะแกรงเข้ามาจับหอยในป่าชายเลน โดยเฉพาะหอยที่ยังโตไม่เต็มที่ ซึ่งสามารถนำไปเลี้ยงต่อแล้วขายได้ราคาสูง แต่ละครั้งที่พวกเขาเอาเรือออกหอยตัวเล็กตัวน้อยจะถูกจับไปเป็นอันมากแทบไม่มีเหลือ ดังนั้นโอกาสที่จะมีหอยโตเต็มที่ในอนาคตก็เป็นไปได้ยาก เท่ากับทำลายทุกอย่างให้สูญไปโดยสิ้นเชิง หากไม่ได้เจ้าหน้าที่ของสถานีพัฒนาทรัพยากรป่าชายเลนที่ 6 และโดยเฉพาะอย่างยิ่งอาสาสมัครจากกลุ่มอนุรักษ์ทั้งสองที่ผลัดเวรกันไปตรวจตราจับกุมผู้กระทำผิด ป่านนี้ บางขุนไทรคงไร้หอยให้เราชิมไปนานแล้ว

จากการฟังคำบรรยายของวิทยากรเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2551 หลายๆท่าน ได้ประจักษ์ถึงปัญหาที่ท้องถิ่นประสบอยู่และยังได้สัมผัสถึงความร่วมมือร่วมใจกันของหน่วยงานราชการ สถาบันการศึกษา ผู้นำชุมชน ผู้มีประสบการณ์ในชุมชน  นับว่าเป็นตัวอย่างที่ดีที่ชุมชนทุกแห่งที่มีทรัพยากรธรรมชาติท้องถิ่นที่ต้องช่วยกันดูแล ก่อนที่จะถูกนักฉวยโอกาส นักการค้าที่เห็นแก่ตัวเข้ามาทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ทำลายระบบนิเวศ ทำลายโอกาสในการทำมาหากินแบบดั้งเดิมของชุมชน ทำลายโอกาสในการถ่ายทอดวัฒนธรรมท้องถิ่น ทำลายสิ่งปกป้องชุมชนจากภัยธรรมชาติเช่น พายุ น้ำท่วมเป็นต้น

นายไพโรจน์ นาครักษา หัวหน้าสถานีทรัพยากรป่าชายเลนที่ 6 (เพชรบุรี) ได้บอกว่าก่อนนี้ ทางกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เคยพยายามที่จะเสนอให้เกิดพระราชบัญญัติพัฒนาชายฝั่งทะเลและประมง เพื่อให้การดำเนินงานของสถานีครอบคลุมการดูแลทรัพยากรทั้งชายฝั่งและในทะเล แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ หัวหน้าฯยังเน้นในเรื่องการจัดทำแผนงานต่างๆ ควรให้พื้นที่เป็นผู้ร่าง เสนอขึ้นไปจะแก้ปัญหาได้ตรงจุดมากกว่าที่จะออกคำสั่งจากส่วนกลางมาบอกให้ท้องถิ่นทำตาม เพราะคนท้องถิ่นรู้ปัญหาดีที่สุด

จึงขอฝากไว้ตรงนี้ว่า

หอยแครงคือทรัพย์ในเลนของชาวบางขุนไทร

อย่าไปทำลาย

ภูมิปัญญาท้องถิ่นในตำบลบางขุนไทร

           ภูมิปัญญาท้องถิ่นในตำบลบางขุนไทร ที่เป็นภูมิปัญญาความรู้ที่มีอยู่ หรือเคยมีอยู่ในตำบลบางขุนไทร ซึ่งความรู้ที่เป็นภูมิปัญญาบางอย่างนั้นยังคงใช้อยู่ในปัจจุบัน บางอย่างมีการนำกลับมาใช้ใหม่ด้วยรูปแบบเดิม บางอย่างมีการประยุกต์ใช้ในรูปแบบอื่นแต่ยังคงคุณค่าและความหมายของภูมิปัญญาเดิมไว้ ซึ่งภูมิปัญญาเหล่านั้นจะแสดงอยู่ในวิถีชีวิต การทำมาหากิน ความเป็นอยู่ ความเชื่อ ประเพณีและวัฒนธรรมของชาวบ้านในหลายรูปแบบ โดยจะจำแนกตามกลุ่มอาชีพที่สำคัญ เช่น การทำประมงพื้นบ้าน ชาวบ้านที่ประกอบอาชีพการทำประมงพื้นบ้าน เป็นกลุ่มที่สำคัญกลุ่มหนึ่ง ในการเป็นผู้ผสมผสานภูมิความรู้เดิมที่ได้รับมาจากบรรพบุรุษ กับสภาพแวดล้อมทรัพยากรธรรมชาติที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการประกอบอาชีพของชาวบ้าน ภูมิปัญญาที่พบจะแสดงออกในหลายรูปแบบเช่น การใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ในการทำประมง แนวความคิดในการทำประมง ความเชื่อและความเคารพในเรื่องธรรมชาติและสิ่งที่อยู่เหนือธรรมชาติ ความเอื้ออาทรและความรักกับเพื่อนร่วมโลก ซึ่งภูมิปัญญาทั้งหมดจะแสดงออกมาเป็นองค์รวม ของแบบแผนการดำเนินชีวิตของชุมชนทั้งหมด ดังนี้

1. วิธีคิดเกี่ยวกับการทำประมงพื้นบ้าน

          ชาวประมงพื้นบ้านในตำบลบางขุนไทร ประกอบอาชีพประมงมานานกว่าร้อยปี ด้วยการใช้เครื่องมือที่ประดิษฐ์ขึ้นจากภูมิปัญญาชาวบ้าน เป็นเครื่องมือไม่ทำลายธรรมชาติ เนื่องจากชาวประมงตระหนักถึงความสำคัญของการใช้ทรัพยากรสัตว์น้ำว่าเป็นรากฐานของชีวิต ที่เป็นแหล่งอาหารและอาชีพให้ชาวประมงคงอยู่มาอย่างยาวนาน การทำลายแหล่งทรัพยากรจึงหมายถึงการทำลายชีวิตของชาวประมงเอง ในอดีตชาวประมงเคยประดิษฐ์เครื่องมือประมงพื้นบ้านจากภูมิปัญญาท้องถิ่น เรียกว่า เชนาะ มาใช้ในการเก็บ ตักหอยแครง หอยเสียบ เชนาะมีลักษณะคล้ายที่ช้อนปลาแต่จะมีขนาดใหญ่กว่ามาก คือปากเชนาะจะกว้างประมาณ 8-12 นิ้ว มีอวนตาถี่ติดรอบปากถุง ความลึกของถุงประมาณ 12-20 นิ้ว เวลาใช้จะนำเชนาะไปช้อนตักหอยแครงจะได้หอยแครงในปริมาณมากกว่าการเก็บด้วยมือ ผลเสียของการใช้เชนาะคือจะตักลูกหอยแครงที่มีขนาดเล็กกว่าเม็ดถั่วเขียวขึ้นมาด้วย ซึ่งหอยแครงขนาดนี้เมื่อถูกตักขึ้นมายังไม่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ และขนาดเล็กมากจนเมื่อตักขึ้นมามักจะตายทันที การใช้เชนาะทำให้จำนวนหอยแครงตามธรรมชาติลดลง ชาวประมงพื้นบ้านในตำบลบางขุนไทรจึงพร้อมใจกันเลิกใช้เชนาะ

2. ด้านการทำมาหากิน

2.1 วิธีการและเครื่องมือที่ใช้ในการทำประมงพื้นบ้าน
                ชาวประมงพื้นบ้านในตำบลบางขุนไทรมีความรับผิดชอบและเคารพต่อทรัพยากรธรรมชาติ จึงมีการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า ซึ่งแสดงออกในรูปของวิธีการและเครื่องมือที่ใช้ในการประมง โดยมีการประดิษฐ์เครื่องมือที่ทำการประมงพื้นบ้านจากภูมิปัญญา เป็นเครื่องมือที่ไม่ทำให้เกิดผลกระทบกับทรัพยากรธรรมชาติ ไม่ใช้และทำลายธรรมชาติแบบล้างผลาญ เครื่องมือและอุปกรณ์ในการทำการประมงแต่ละประเภทจึงมีความแตกต่างกัน ขึ้นกับประเภทสัตว์น้ำที่จับ แหล่งที่จับ ฤดูกาล ชาวประมงพื้นบ้านจึงต้องเข้าใจธรรมชาติของปลาหรือสัตว์น้ำแต่ละประเภทที่ต้องการจะจับ และพัฒนาเครื่องมือขึ้นมาจากองค์ความรู้และภูมิปัญญาที่มีอยู่เดิมผสมกับเทคโนโลยีที่มีอยู่ จะได้เครื่องมือประมงที่มีความเหมาะสมกับประเภทสัตว์น้ำที่จับและไม่ทำลายธรรมชาติ ตัวอย่างวิธีการและเครื่องมือของชาวประมงพื้นบ้านที่ใช้ในการจับสัตว์น้ำในแต่ละประเภทในตำบลบางขุนไทร ดังเช่น ชาวประมงพื้นบ้านจะเก็บหอยแครงและหอยเสียบด้วยมือ วิธีการนี้จะไม่มีผลกระทบและไม่ทำลายดินเลนที่เป็นที่อยู่อาศัยของหอยแครง และหอยเสียบ และช่วยป้องกันไม่ให้หอยถูกทำลายเสียหายด้วยเครื่องมือประมง เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บหอยแครงด้วยวิธีประมงแบบพื้นบ้านประกอบด้วย

                ก) กระดานถีบ ทำจากแผ่นไม้เนื้อหนาขนาด 1-1.5 นิ้ว กว้าง 8-10 นิ้ว ยาว 1-1.20 เมตร ด้านหน้าหัวจะเชิดเล็กน้อยคล้ายสกี เพื่อให้สามารถลื่นไถลได้ดีบนดินเลน
                ข) ถังใส่หอย เป็นถังไม้ที่มีความจุประมาณ 10 ลิตร สูงประมาณ 30 เซนติเมตร ใช้ สำหรับบรรจุหอยที่เก็บได้และเป็นที่พักอกเวลาที่ถีบกระดาน
                ค) ถุงอวน ใช้เป็นภาชนะสำหรับใส่หอยระหว่างเก็บหอยก่อนที่จะเทลงถังไม้ เนื่องจาก หอยที่ใช้มือจับขึ้นมามักจะมีดินเลนติดมาด้วย และการที่เอาหอยใส่ในถุงก่อนจะช่วยทำให้ดินเลนบางส่วนหลุดไปจะช่วยลดน้ำหนักของหอยในถังไม้ได้
                ง) เรือที่ใช้เพื่อไปเก็บหอย คือ เรืออีป้าป เป็นเรือที่สามารถวิ่งบนเลนได้
                วิธีการเก็บ เริ่มเมื่อเวลาน้ำลง คนเก็บหอยซึ่งเป็นได้ทั้งเด็ก ผู้หญิง ผู้ชาย คนแก่ จะถีบ กระดานเลื่อนออกไปเรื่อยๆ จากชายฝั่งลงไปตามกระแสน้ำ ขณะเดียวกันก็จะใช้มือทั้งสองข้างเลือกเก็บหอยที่โตได้ขนาด เมื่อน้ำเริ่มขึ้นก็จะถีบกระดานตามกระแสน้ำกลับเข้ามาหาชายฝั่ง ระยะเวลาที่น้ำลงประมาณ 1-2 ชั่วโมง และน้ำจะหยุดนิ่งๆประมาณ 30 นาที ต่อจากนั้นน้ำจะเริ่มขึ้นประมาณ 1-2 ชั่วโมง การเก็บหอยแครง หอยเสียบในแต่ละครั้งใช้เวลาประมาณ 5-6 ชั่วโมง หอยแครงและหอยเสียบจะมีตลอดปี แต่หอยแครงจะพบมากในเดือนเดือนตุลาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ (เดือนตุลาคม-เดือนธันวาคมเป็นเดือนที่หอบแครงเกิด) และหอยเสียบจะพบมากในเดือนมีนาคมถึงเดือนกันยายน
                ประโยชน์ที่ได้จากการเก็บหอยด้วยวิธีนี้ เป็นการอนุรักษ์ตามธรรมชาติ เนื่องจากการ เก็บหอยด้วยมือเป็นการคัดเลือกหอยที่โตได้ขนาดเพื่อป้องกันไม่ให้เก็บหอยที่มีขนาดเล็กมากเกินไปขึ้นมา เพราะหอยที่มีขนาดเล็กมากเกินไปจะไม่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ และเมื่อนำขึ้นมาแล้วเป็นการนำมาทิ้งโดยเปล่าประโยชน์

อ่านต่อ.....
ที่มา: ปกิณกคดีเรื่อง ภูมิปัญญาท้องถิ่น : นวตกรรมของชุมชนในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน กรณีศึกษา ตำบลบางขุนไทร อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี โดยนางสาวกมลทิพย์ คงประเสริฐอมร

ขอขอบคุณผู้ริเริ่มโครงการ ครูเจี๊ยบ ผู้ประสานงานในพื้นที่ Khunrin น้อง ณ ดาว เสือน้อย พี่มะอึก คุณศุภศรุต น้องยุ้ย คุณชาร์ลี และผู้ที่มีส่วนร่วมในการจัดงานครั้งนี้ทุกๆท่านค่ะ และที่ต้องขอบคุณคือผู้ที่มอบเสื้อยืดให้เราใส่ลุยโคลน  ผู้มอบความอิ่มหนำสำราญ และสปอนเซอร์ทุกๆท่านไว้ ณ ที่นี่

          

         

ขอบพระคุณทีมทำอาหารเย็นวันเสาร์และเช้าวันอาทิตย์ อาหารอร่อยมากค่ะ ทั้งน้ำพริกปลาทู หอยเสียบผัดฉ่า ฉุ่ฉี่ปลาทู ขอบคุณโทโทโร่ คุณมัชฌิมาปกร และทุกคนที่อุตส่าห์ไปซื้อหาทอดมัน แถมลงมือทอดด้วยตัวเอง  และขอบคุณสถานีพัฒนาทรัพยากรป่าชายเลนที่ 6และทีมงานทุกท่านตลอดทั้งวิทยากร ที่ให้การต้อนรับอย่างเป็นกันเองและอบอุ่น จัดที่พักและให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ Thanks!

ชาวบางขุนไทรตั้งกลุ่มอนุรักษ์ฯด้านเรือคราดหอย

ผู้นำชุมชนในตำบลบางขุนไทรร่วมกับชาวบ้านจัดตั้งกลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลขึ้นเพื่อป้องกันปัญหาเรือคราดหอยนอกพื้นที่เข้ามาบุกรุกและทำลายทรัพยากรธรรมชาติ 

ตำบลบางขุนไทร  เป็นตำบลหนึ่งในอำเภอบ้านแหลม  จ.เพชรบุรี  มีพื้นที่ติดทะเลโดยมีสภาพเป็นป่าชายเลน  และเป็นแหล่งกำเนิดพันธุ์สัตว์น้ำต่าง  ๆ  เช่น  ปูทะเล  ปลาทู  กุ้ง  หอยแครง  หอยเสียบ  หอยแมลงภู่  ซึ่งถือเป็นแหล่งอาหารของคนในจังหวัดเพชรบุรีและจังหวัดอื่น  ๆ    ที่สำคัญตำบลบางขุนไทร  เป็นแหล่งกำเนิดของหอยแครงที่สมบูรณ์และใหญ่ที่สุดในประเทศ  ราษฎรส่วนใหญ่มีอาชีพเก็บหอยแครงด้วยมือในฤดูที่หอยแครงสมบูรณ์  สามารถเก็บได้ถึงวันละ  ๘-๑๐  ตันคิดเป็นมูลค่าประมาณ  ๓๖  ล้านถึง  ๕๔  ล้านบาทต่อปี  โดยราษฎรจะมีรายได้เฉลี่ยประมาณวันละ  ๒๐๐-๓๐๐  บาท  ต่อคน  ซึ่งทำให้ราษฎรมีงานทำตลอดปี  โดยไม่ต้องย้ายถิ่นฐานไปทำมาหากินที่อื่น 

อ่านต่อ ....

ที่มา: www.cablephet.com

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับมติคณะรัฐมนตรีในอดีต คลิก

ขอบคุณที่มาอ่าน และแสดงความคิดเห็นค่ะ

ปิรันญ่า
27 กรกฎาคม 2551

โดย ปิรันญ่า

 

กลับไปที่ www.oknation.net