วันที่ จันทร์ กรกฎาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

บันทึกข้างหนองประจักษ์ของคนรักเมืองอุดร


               

  

        

             

                        

                หลังจากเหตุการณ์ปะทะกันของกลุ่มคนรักเมืองอุดร กับผู้ชุมนุมกลุ่มพันธมิตรอุดรที่หนองประจักษ์

 ในวันที่ 24 กรกฎาคม ที่ผ่านมามีข้อเขียน บทความมากมายที่กล่าวถึงเหตุการณ์และสถานที่ดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง

ในฐานะที่ลูกสาวชาวนาเกิดที่อุดร โตที่อุดร และตอนนี้อยู่อุดร ยอมรับว่าตัวเองคือคนหนึ่งที่รักเมืองอุดร

 เพียงแต่ความรักของลูกสาวชาวนาไม่ได้รุนแรงเลือดอาบ แต่เป็นรักแบบบริสุทธิ์ สวยใสตามสไตล์ลูกสาวชาวนา

           เอาล่ะ หลังจากที่ไปเกาะติดหนองประจักษ์หลายชั่วยามแล้ว  ได้เวลาเขียนบันทึกจากริมหนองประจักษ์ซะที

ทุกวันที่ 1-15 ธันวาคม ของทุกปี จังหวัดอุดรธานีกำหนดให้มีการจัดงานประจำปีทุ่งศรีเมือง ทุ่งศรีเมืองที่ว่านี้

อยู่ข้างๆ หนองประจักษ์นั่นแหละค่ะ  ทุกปีก็มีการตีกันเล็กน้อยพอเป็นกระษัยในงาน แต่ไม่รุนแรง

มีการจัดกิจกรรมต่าง ๆ อาทิเช่น งานเลี้ยงโฮมพาแลง การบายศรีสู่ขวัญ    และการออกร้านแสดงนิทรรศการของหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนในจังหวัดอุดรธานี มีการแสดงต่างๆ ในกลางคืน ทั้งงานแสดงหน้าเวทีของเหล่าพ่อค้า ข้าราชการ ประชาชน หน่วยงานต่างๆ ทั้งศิลปิล ดารานักแสดง นักร้อง วงดนตรี หมอลำ และฉายภาพยนต์ทุกคืน

          เมื่อสามสิบปีที่แล้ว แม่จูงมือพา ดิฉันและน้องชายเที่ยวในงานทุ่งศรีเมือง

เราเดินดูของด้วยความภาคภูมิใจที่ในปีนั้นเราได้ไปงานทุ่ง อีกแล้ว น้องชายร้องเอาไอ้โน่น ไอ้นี่ด้วยว่าตัวเองเป็นลูกคนเล็ก พ่อ แม่ดิฉันมีลูกทั้งหมด 9 คน ทำนาเป็นอาชีพหลัก ส่วนอาชีพรองมีมากจนจำไม่ไหว ทั้งขายของชำ หาบของขาย เลี้ยงไก่ เลี้ยงเป็ด หมู วัว ควาย ปลูกหม่อน เลี้ยงไหม ทำสวนผัก ทอผ้า ทอเสื่อ..ขนาดเขียน.. ดิฉันยังเหนื่อย แล้วถ้าทำจะขนาดไหน แต่แม่ทำได้ เพื่อเลี้ยงดูลูกๆ และสร้างฐานะจนทุกวันนี้หลังจากเก็บเกี่ยวข้าวในนาทั้ง  3 แปลง ขายเรียบร้อย แม่ก็พาเราขึ้นรถบัสจากบ้านมายังทุ่งศรีเมือง ชุดที่ใส่ไปในเมืองคราวนั้นเป็นชุด ที่เราได้ต่อจากญาติที่อยู่ในเมือง เขาใส่แล้ว สำหรับเรายังถือว่าใหม่,,

ดิฉันกับน้องชายไม่ถือว่าลำบากเหมือนพวกพี่ๆ เพราะพี่ที่โตกว่าเราต้อง ช่วยพ่อแม่ทำงานเลี้ยงน้องเป็นทอดๆ ไป

กระนั้นก่อนจะได้มาเที่ยวงานทุ่งแม่ยังให้เราสะพายตะกร้าเดินรอบๆ

ทุ่งนาที่เขาเก็บเกี่ยวข้าวเสร็จแล้ว เพื่อจะเก็บเอารวงข้าวที่เขาทำหล่นมานวด

แล้วเอาเม็ดข้าวไปขายเป็นทุนใส่กระเป๋าไปงานทุ่งศรีเมือง

           ไม่รู้ว่ามันค่านิยมอะไรสมัยเด็กๆ ที่เฝ้ารอเดือนธันวาคม

ของทุกปีเพื่อจะได้ไปในเมือง แม่จะซื้อชุดใหม่ให้เรา และได้กินของแปลกแตกต่าง

จากที่ได้กินทุกวัน  ดูไอ้โน่นทีไอ้นี่ที หากินก๋วยเตี๋ยวก่อนกลับบ้าน

แม้จะปีละหนที่ได้ทำอย่างนั้นแต่ดิฉันมีความสุขเหลือเกินที่ได้เกิดมา

เป็นลูกของพ่อแม่ เป็นลูกชาวนา ท่านไม่เคยให้เราขาดแคลนอะไรเลยแม้ว่า

จะไม่ค่อยอุดมสมบูรณ์นัก เพราะเรารู้ว่าท่านลำบากมาก

สำหรับการเลี้ยงลูกทั้ง 9 คน ดิฉันว่าท่านทำได้ดีไม่น้อยทีเดียว ...

ถึง วันนี้ดิฉันไม่ค่อยมีโอกาสพาลูกไปเที่ยวชมงานทุ่งเหมือนกับที่แม่พาดิฉันไป

          แต่ทุกครั้งที่ผ่านไปทุ่งศรีเมือง ความประทับใจในอดีตยังตราตรึงไม่หาย 

และเชื่อว่ามีเด็กๆ ในอุดรธานีอีกหลายๆคน กำลังบันทึกความทรงจำอันแสนสุขในงานทุ่งศรีเมืองกันอยู่ทุกๆปี

     แม้ปีนี้จะยังไม่ถึงเดือนธันวาคม ดิฉันก็มีเหตุการณ์สะกิดใจ ชวนให้คิดถึงหนองประจักษ์และทุ่งศรีเมืองจนได้

โดย ลูกสาวชาวนา

 

กลับไปที่ www.oknation.net