วันที่ จันทร์ กรกฎาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

บริหารคนด้วยธรรมะ..สไตล์อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์


เมื่อวานนี้ผมอ่านนิตยสาร Secret ฉบับที่ 2 (26 ก.ค.51) เป็นนิตยสารที่น่าอ่านอีกเล่มหนึ่งจากเครืออมรินทร์ ผมได้ซื้อมาอ่านแล้วทั้ง 2 เล่ม ซื้อเล่มแรกซื้อเพราะต้องการอ่านบทสัมภาษณ์คุณปั้น บัณฑูร ล่ำซำ ผู้บริหารของธนาคารกสิกรไทยที่ผมชื่นชอบ และติดตามอ่านเรื่องราวของท่านมาตลอด 

และเล่มล่าสุดนี้ซื้อเพราะอยากอ่านบทสัมภาษณ์อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์  ปกติชอบอ่านเรื่องราวต่าง ๆ เกี่ยวกับชีวิตการทำงานของท่าน เพราะผมว่าน่าเอาเป็นแบบอย่างของคนที่มี Passion ในสิ่งที่ทำมาก ๆ   ล่าสุดได้อ่านสิ่งที่ท่านให้สัมภาษณ์นิตยสารเล่มนี้

 

อ่านแล้วก็ไม่ผิดหวังครับ อ่านแล้วอิ่มอก อิ่มใจ ได้ทั้งรอยยิ้ม และเสียงหัวเราะดัง ๆ (เมื่อวานนี้ผมหัวได้หัวเราะเสียงดัง ขณะที่อ่านหนังสือเล่มนี้ มีความสุขมากครับ) จากวิธีคิดวิธีการบริหารคน บริหารใจ ด้วยหลักธรรมะในแบบฉบับของอาจารย์เฉลิมชัย

ผมจึงนำบางส่วนของบทสัมภาษณ์ มาให้อ่านกัน รับรองได้เลยครับว่า ใครที่เตยคิดอยากไปทำงานกับกูเกิล เพราะสวัสดิการ การดูแลพนักงานดีเหลือเกิน อาจต้องเปลี่ยนใจไปทำงานกับอาจารย์เฉลิมชัย ที่วัดล่องขุ่น จ.เชียงราย ก็ได้นะครับ

ผู้สัมภาษณ์ : ขอเริ่มที่ความสำเร็จของอาจารย์ในวันนี้ว่ามีที่มาอย่างไร ?  

อ.เฉลิมชัย : มีธรรมะและมีสติเป็นธงชัยนำชีวิต รู้ตลอดเวลาว่า เรากำลังทำอะไร ไม่หวังจะกอบโกย รักในสิ่งที่ทำ มุ่งมั่นตั้งใจจริง ธรรมะสอนให้มีเป้าหมาย ทำให้เราสามารถดำรงชีวิตร่วมกับผู้อื่นในโลกนี้ อย่างปราศจากทุกข์ เมื่อปราศจากทุกข์แล้ว เราจะมีความเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์  ทำให้เจริญก้าวหน้า ทำอะไรก็สำเร็จ

ผู้สัมภาษณ์ : ทราบมาว่าที่วัดนี้มีพนักงานเป็นร้อย แต่ไม่มีปัญหาในการทำงาน อาจารย์มีหลักในการบริหาร จัดการอย่างไร ?

อ.เฉลิมชัย : ง่าย ! ใจต้องเป็นธรรมะมากที่สุด  ใจต้องไม่มุ่งให้เป็นของกู ไม่เอาเปรียบผู้อื่น  วัดนี้ไม่เคยมีปัญหา ไม่มีใครย้ายไปทำงานที่อื่น ไม่มีใครทอดทิ้งเรา ทุกคนอยู่ดีกินดี ทุกคนต้องอิ่ม ครอบครัวเขาต้องมีความสุข สวัสดิการเขาต้องดี ชีวิตครอบครัวเขาต้องดี ใจที่เป็นเมตตานั่นคือการบริหารที่ดีที่สุด   

ผู้สัมภาษณ์ : สวัสดิการมีอะไรบ้าง ?

อ.เฉลิมชัย : ให้ทุกอย่าง ให้โบนัสเหมือนที่อื่น  มีเงินให้ยืมฟรีในกรณีฉุกเฉิน ที่นี่เราประชุมกันทุกเดือน  หลังจากประชุมเสร็จก็จะถามถึงปัญหาครอบครัว ใครมีปัญหาบอกมา ลูกเรียนหนังสือฟรี รักาพยาบาลฟรี อยู่ดีกินดี ไม่ต้องเสียค่าน้ำค่าไฟ รักาโรคทุกอย่าง ตายเผาให้ ที่นี่เลี้ยงจนตาย ไม่มีเกษียณอายุ  แกล่งก็กวาดใบไม้ไป นี่ตายมา 3 คนแล้ว เราก็เผาให้ ไม่ใช่แค่ลูกสิษย์เรา ชาวบ้านเราก็ทำให้ ฟรีหมด รถขนศพ อาสนะ ไม่ต้องเสียเงินสักบาท ไม่ว่าใครตาย ไม่ว่ายากดีมีจน เราจ่ายให้ ศพละประมาณสองพันบาท อีกหน่อยเมรุเสร็จ คนงานเราก็เผาที่นี่เลย เผาฟรี

ผู้สัมภาษณ์ : อาจารย์กำหนดเงินเดือนโบนัสอย่างไร ?

อ.เฉลิมชัย : พนักงานเขากำหนดของเขาเอง ประชุมกันเอง เราสอนเขาในเรื่องคุณธรรม ไม่เห็นแก่ได้ ไม่เห็นแก่ตัว สอนมัชฌิมาปฏิปทา สอนธรรมะทุกอาทิตย์ สอนมาเป็นสิบ ๆ ปี ตั้งแต่มันเป็นคนชั่วจนกระทั่งเป็นคนดี ขี้เหล้าเมายา สำส่อน เลว กลายเป็นคนดีหมด เป็นคนชอบเลี้ยงคนเลวให้เป็นคนดี

          ที่นี่พนักงานจะมีอำนาจตัดสินใจ ไม่ว่าจะเป็นการขึ้นเงินเดือน หรืออะไร หัวหน้าฝ่ายรวม 13 ฝ่าย เราสอนเขาเรื่องประชาธิปไตย การบริหารวัด สอนหมด ผู้จัดการควรทำอะไร ผู้ช่วยผู้จัดการทำอะไร เลขาฯทำอะไร หัวหน้าฝ่ายทำอะไร คนล้างห้องส้วม คนสวน สอนเองหมด แล้วทำให้ดูด้วย

 

ฝ่ายประชาสัมพันธ์ นี่สอนตั้งแต่พูดไมโครโฟน เริ่มจากจดให้แล้วบอก “มึงมานั่งข้างกู กูพูดให้มึงฟัง แล้วมึงพูดตาม สอนๆๆ จนเดี๋ยวนี้มันเก่ง ฉิ..หาย ทุกอย่างสอนตัวต่อตัว จบ ป.6 ป.4 พอ ไม่ต้องเรียนจบสถาบันไหน มึงมาเรียนกับกู”

          วิธีสอนต้องสอนด้วยความเมตตา สอนด้วยการทำเป็นตัวอย่าง ไม่ได้สั่งอย่างเดียว เราทำทุกอย่างในวัดนี้ เช็ดถูพื้น กวาดขยะ กวาดใบไม้ ทำจนพวกมันเกรงใจ เมื่อก่อนต้องใส่หมวกเดินแทงขยะทั่ววัด ไม่พูดสักคำ แทงขยะ แทงใบไม้คนเดียว จนเดี๋ยวนี้ลูกศิษย์เห็นใบไม้หล่นอยู่ใบเดียวก็เก็บ เห็นเราจับไม้กวาดมันรีบวิ่งมาแย่ง ไม่เคยต้องถือไม้กวาดเลยตอนนี้ หาอะไรเก็บไม่ได้เลย

          เลิกงานแล้วพายุมา มันวิ่งกันมาหมดเลย มาจากบ้าน มาเก็บเต็นท์ เก็บของ กวาดใบไม้ที่ปลิว ถ้าฝนตกกลางคืน ตีห้ามาคอยดูเลยออกมายี่สิบสามสิบคน มากวาดใบไม้หมดในพริบตา นี่คือสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในการบริหารจัดการคน บริหารจนความรู้สึกในใจเขาเหมือนเรา มีความรักวัดเหมือนกัน มีความรับผิดชอบเหมือนกัน  มีความปรารถนาให้งดงามแก่ประชาชนเหมือนกัน

          สอนมันว่า “บุญของมึงอยู่ใกล้กว่าคนอื่น มึงเก็บใบไม้ใบหนึ่งมึงเก็บขยะชิ้นหนึ่ง มึงดูแลด้วยความเป็นห่วงเป็นใยก็เป็นบุญของมึง มึงบริการประชาชนที่มาก็เป็นบุญของมึง มนุษย์คนอื่นสู้มึงไม่ได้เพราะต้องแสวงบุญ แต่บุญของพวกมึงอยู่ใกล้มึงตลอดเวลา” 

          เงินเดือนสัมภาระของชีวิต แต่บุญคือสัมภาระของจิตวิญญาณต้องแสวงหาเอง

          ผมคิดว่าใครที่อ่านจบแล้ว น่าจะมีรอยยิ้มเกิดขึ้นบ้างนะครับ จริง ๆ บทสัมภาษณ์ส่วนที่ผมไม่ได้เอามาโพสต์ ก็สนุกมาก สนุกทุกคำตอบ ลองไปหามาอ่านต่อนะครับ (จริง ๆ แล้วผมอยากให้ ผู้บริหาร ผู้จัดการ หัวหน้างาน ได้อ่านบทสัมภาษณ์ของอาจารย์เฉลิมชัยจังเลย อาจช่วยได้บ้าง ไม่มากก็น้อย)

โดย Pro.Trainer

 

กลับไปที่ www.oknation.net