วันที่ อังคาร กรกฎาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

น้ำตาจา แต่เงินเจียง !!


      ภาพพระเอกนักบู๊ ผู้ดุดันของพนม ยีรัมย์ หรือโทนี จา อันปรากฎชื่อเสียงโด่งดังระดับโลก ตัดกันราวขาวกับดำ กับภาพผู้ชายคนหนึ่งที่ร่ำไห้ด้วยความเศร้าสะเทือนใจ ระหว่างอัดรายการ ไนน์เอนเตอร์เทน ทางช่อง ๙ อ.ส.ม.ท.เมื่อวานนี้

      "ลำพังตัวผมเองไม่เท่าไหร่ แต่ครอบครัวผมไม่รู้เรื่องธุรกิจ รู้เพียงว่า ผมยิ่งใหญ่ แต่สำหรับผม ชื่อเสียง และภาพลักษณ์เหมือนเป็นดาบสองคม ทิ่มแทงผมและครอบครัว บ่อยครั้งที่ต้องแอบร้องไห้คนเดียว เพราะไม่อยากให้คนในครอบครัวเห็นน้ำตา และนั่นแหละ คือเหตุผลที่ผมต้องหายไป"

        จา อธิบายเหตุผล ที่เขาหายไปจากกองถ่ายองค์บาก ๒ หลังจากความขัดแย้งขั้นรุนแรง ถึงขนาดเจ้าของทุนสร้างยื่นโนติ๊สให้ปฏิบัติตามคำสั่งทนาย

         จา ฝันที่จะทำหนังในจินตนาการของเขา ด้วยการใช้เงินคนอื่นมาทุ่มทุนสร้างจนกระทั่งบานปลาย ด้วยสิ่งที่เขาเชื่อว่ากำลังสร้างงานศิลปะ

           จาใช้เงินกว่าร้อยล้าน สร้างศิลปะภาพยนตร์ เพื่อให้เป็นเกียรติประวัติของชีวิตนักแสดงของตนเอง และความภาคภูมิในความเป็นไทยของคนไทยทั้งชาติ ด้วยการสอดแทรกศิลปะพื้นบ้านเข้าไปในหนัง

             เขาเรียกว่า ศิลปะ แต่เสี่ยเจียงเรียกว่า ธุรกิจ

             มันจะต่างอะไรกับคนทำสื่อ ที่ยังหลงตัวเองว่าทำงานเพื่ออุดมการณ์ แต่แท้จริงแล้วก็คือเพื่อเงิน และเป้าหมายตัวเลขผลประกอบการที่เป็นเพียงสิ่งเดียวในการวัดผลความสำเร็จของการทำงาน

               ทั้งสื่อและหนัง ต่างก็เป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่ต้องใช้เงินลงทุนมหาศาล และต้องได้เงินกลับคืนมาจำนวนมหาศาลเช่นกัน

                สำหรับเสี่ยเจียง สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ เครือสหมงคลฟิล์มของเขา  เป็น ๑ ใน ๔ บริษัทยักษ์ใหญ่ในธุรกิจสร้างภาพยนตร์ ในประเทศไทย นอกจาก ไฟว์สตาร์ ไทเอนเตอร์เทนเม้นต์ และอาร์.เอส.ฟิล์ม  

                  ศิลปะไม่ได้เป็นเพียงคำตอบเดียวของการอยู่รอดทางธุรกิจ

                  และศิลปะแม้กระทั่งอุดมการณ์ ก็ไม่เคยพูดคุยกับเงินรู้เรื่อง ถ้ามันเป็นศิลปะหรืออุดมการณ์ที่ตีค่าออกมาเป็นเงินไม่ได้

                  ศิลปะของจา กับเงินของเจียง จึงต้องเดินคนละเส้นทางเช่นนี้ตลอดไป

โดย jk

 

กลับไปที่ www.oknation.net