วันที่ อังคาร กรกฎาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

+++ ผู้หญิง รองเท้า - ผู้ชาย ส้นตีน +++


ผู้หญิง "รองเท้า" - ผู้ชาย "ส้นตีน"

เสียงเรียกเข้าเพลง หน้าจอรอสาย ของต่าย อรทัย ดังขึ้นจากโทรศัพท์มือถือตกรุ่นหยกๆ หน้ากากสีชมพูลายหมีพู ผมซื้อมันมาจากโต๊ะบอล
...กำลังคึดฮอดพอดี ขอบคุณนะที่โทรมา ถือสายรอก่อนเด้อจ้า รับช้าก็อย่าน้อยใจ...” ทำนองนั้นเร่งปลุกให้ตื่นตัว คว้าโทรศัพท์ซึ่งอาจซุกอยู่ตรงไหนซักแห่งใต้ผ้าห่ม
 หน้าจอเรียกเข้าปรากกฎชื่อ น้องกวาง

 ในเช้าฝนตกหนักเช่นนี้ เธอประสบเหตุหรือธุระอันใดหนอ

 พี่กร วันนี้พี่จะออกมา มหาลัย มั้ยเสียงเธอถามจากอีกฟากคลื่นโทรศัพท์ ผมไม่รู้ว่าเป็นที่ใด เสียงสายฝนแทรกเข้ามาในหูฟัง ทั้งที่เธออยู่และผมตื่นฝนตกหนักพอกัน ฝนที่ตกทางโน้นคงหนาวถึงคนทางนี้ เหมือนเพลงของพี่เบริด ธงชัย

 กวางจะสอบวันนี้บ่าย แต่ไม่ได้ใส่รองเท้ามา เมื่อวานลุยฝนมันเปียกหมด กวางถอดตากไว้ที่บ้าน ร้านหน้ามหาลัย ยังไม่เปิดซักร้านเลย เพื่อนๆ ก็ไม่มาซักคน พี่กรออกมาหากวางหน่อยสิ กวางจะยืมรองเท้าเข้าสอบ ...

 

 รองเท้า - - รองเท้าผ้าใบสีดำเน่าๆ ของผม มันอยู่คู่ตีนเน่าเหม็นของผมมาเกือบสองปีเต็ม ผมซื้อมันมาจากกองรองเท้ามือสองย่านหน้ารามในราคาร้อยเดียว และหลังจากนั้นมันก็กลายเป็นที่สะสมความเปอะเปื้อนและกลิ่นอับเน่าเหม็นตลอดมา เชือกผูกที่เคยเป็นสีขาวในอดีต หมองคล้ำและมีเงื่อนปมด้วยว่ามันขาดตอนขึ้นเขาทางภาคเหนือในฤดูหนาวปีที่แล้ว ยางรองพื้นสีขาวเคยตัดกับสีดำของผ้ามีนัยทางนิติศาสตร์ระหว่างความผิดกับความถูกต้องนั้น บัดนี้ถูกสารพัดน้ำดำเลวทรามซึมเข้าเนื้อยางจนมัวหม่นเป็นสีดำเปอะเปื้อน แผ่นรองพื้นข้างใน (ยังดีที่มันมีอยู่) ถูกขี้ฝุ่นเล็ดลอดเข้ามาผสมกับเหงื่อตีนเวลาย่ำ เป็นเหมือนกาวชีวภาพทำให้ฝุ่นจับตัวเป็นแผ่นและหนาขึ้นทุกวัน ปรากฏเป็นรูปตีนชัดเจนและแนบชิด เข้าล่องง่ามนิ้วได้กระชับพอดี เสียแต่ส่วนส้นทะลุ เป็นช่องให้น้ำทะลึ่ง เล็ดเข้ามาได้

 รองเท้าสีดำสุดที่รักของผม แต่มักเป็นที่รังเกียจของใครต่อใครนั้น วันนี้กลับจะพลิกบทบาทสำคัญต่อการสอบของน้องกวางเชียวหรือ?

 เคยครั้งหนึ่ง ด้วยคุณสมบัติเน่าเหม็นทำให้มันรอดพ้นจากพวกหัวขโมยกระจอกประจำหอ ทั้งที่รองเท้าหน้าห้องคนอื่นถูกกวาดไปเสียเกลี้ยง

 รุ่งเช้าวันอหังการของหัวขโมยกระจอก ทุกคนในหอพักชายต่างตื่นขึ้นมาด้วยใจหดหาย พบว่ารองเท้าหน้าห้องของตนหายไป ทั้ง Adidas (ปลอม) Converse (ปลอม) Nike (ปลอม)  บาจา นันยาง ดาวเทียม ฯลฯ บางคนหายไปทั้งสองหรือสามคู่ แต่บางคนมันอาจเป็นสมบัติชิ้นสุดท้ายของชีวิต เสียงเอะอะโวยวายเริ่มดังขึ้นไม่รู้ว่าเริ่มต้นที่ห้องไหน จากนั้นเสียงก็ขยายจากห้องหนึ่งไปอีกห้องและขยายไปทุกชั้น ผมตื่นขึ้นมาด้วยความงุนงงเป็นประการแรก เมื่อเงี่ยหูฟัง ประการต่อมาอวัยวะทุกส่วนผมก็หดหาย (อยากจะคิดว่าส่วนไหนหดบ้างก็เชิญ) ทั้งที่ปกติทุกเช้ามันจะขยายตัวเต็มที่

 ผมทะลึ่งพรวดจากเตียง ออกไปสู่กลุ่มผู้สูญเสียและร่วมเอะอะโวยวาย มันอีกแล้วไอ้หัวขโมยกระจอก มันมาคนเดียวหรือมาเป็นหมู่ มันคงมีกระสอบหรือเป้ใบเขื่อง ไม่ก็ถุงหูหิ้วใบใหญ่ หรือมันมีหนอนบ่อนใส้ในหอ  มันย่องมาสักตอนตีสี่ตีห้าเหมือนทุกครั้ง  ช่วงที่ทุกคนเพิ่งหลับสนิท ไม่มีใครอุตริตื่น (ยกเว้นท้องเสีย)  ใครก็มักฝันตอนตีสี่ตีห้า ยิ่งเป็นฝันหวานว่าได้เริงเล่นกับขาวหมวย หน้าท้องแบนเลียบนั่นแล้ว ใครเลยอยากจะตื่นในตอนเข้าด้ายเข้าเข็ม  นี่มันย่องมาเหมือนเมื่อครั้งกระทะไฟฟ้าหน้าห้องหาย  เหมือนตอนถ้วยจานที่แช่รอล้างตอนเช้าหายไป เหมือนตอนเสื้อยืดตากค้างคืนหายหมดหอ ย่องมาเหมือนตอนกางเกงยีนส์เปียกๆ หาย ย่องมาเหมือนตอนเกงกางในของชาวหอและอันเดอร์แวของแม่บ้านหาย  แต่ไม่มีใครจับมันได้ มันทิ้งไว้เพียงความสิ้นหวังและใจที่หดหายของหมู่เรา  

   ชิชะ - - แล้วมันต้องเผชิญกับความเลวร้ายที่สุดในชีวิตของการเป็นหัวขโมยกระจอก ก่อนที่มันจะรู้ว่าอะไรเป็นอะไร มันก็รู้สึกอ่อนเปี้ยะเพลียแรงแทบแบกกระสอบไม่ขึ้น มันคงเปิดปากกระสอบ รวบรองเท้าหน้าห้องยัดกระสอบทีละคู่สองคู่อย่างรวดเร็ว แต่แล้วกลิ่นน่าเหม็น น่าคลื่นเหียน ทำเอาพวกมันแทบสำลอกจนทำให้ใครตื่น กลิ่นนั้นพุ่งไปจุกถึงคอหอย  มันคงควานหา  สงสัยว่ามันเผลอฉวยซากหนูตายยัดรวมลงในกระสอบไปด้วย ครั้นจะทิ้งไปทั้งกระสอบเกรงว่าจะสิ้นลายหัวขโมย มันคงสำรวจดูว่ากลิ่นนั่นมาจากไหน ดมดูที่ละข้าง ขณะที่ความคลื่นเหียนทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

  ในวันอหังการของหัวขโมยกระจอก นั้น ทุกคนในหอต่างเทิดทูนวีรกรรมของเจ้ารองเท้าสุดที่รักของผม เมื่อเราพบว่ามันถูกทิ้งอยู่ชั้นล่างสุดของหอพัก และใต้ต้นมะยมข้างหอยังพบเศษอาเจียนผสมอาจมเรี่ยราดอยู่โคนต้น

 

 ฝนตกหนักเมื่อเช้าหยุดลงฉับ นักศึกษาในชุดรัดรูปขาว-ดำเดินกันขวัก เหยียบย่ำบนพื้นชื้นแฉะ เจิ่งนองด้วยน้ำ น้องกวางนั่งโดดเด่นราวนางฟ้า ลงมาประทับบนโต๊ะหินขัดสีขาว ใบหน้าเรียวเล็ก กรอบผมเหยียดตรง สไลด์สีส้มอ่อน ริมฝีปากบางเรียวชมพูใส ส่งยิ้มทันทีที่สายตาของเราสบกัน

 สำนึกรู้ของผมมันให้ถ่อมว่า ความคาดหวังจากรอยยิ้มนั่น ไม่ได้เกิดเพราะความยินดีต่อใบหน้าคมเหลี่ยมของผม ไม่ได้เกิดเพราะผมยาวรุงรังจากความพยายามทำทรงให้ดูติส ไม่ได้รับกับรอยยิ้มแสนบริสุทธิ์ของผม แต่เธอยิ้มรับให้กับจุดต่ำลงไป อ่า รองเท้าสีดำเน่าๆ

 ดีใจจังเลย ที่พี่กรรีบมา 

 ........

 เมื่อวานอ่ะ ฝนตกหนักเลยรู้ป่าว รองเท้ากวางเปียกหมดเลย เนี่ยเพื่อนๆ ก็ไม่มา โทรไปก็ไม่มีใครตื่นอะ ... เธออธิบายซ้ำกับที่บอกแล้วทางโทรศัพท์

   ...... ผมยังคงเงียบ

 แวบหนึ่งของสายตา เฉียดลงไปที่เท้า (ถ้ากล่าวถึงของผมจะใช้คำว่า ตีน) ของน้องกวาง ดูสะอาด เล็บสีเขียวอ่อน นิ้วเหยียดเรียวดั่งหวีกล้วยเล็บมือนาง ส้นเนียนออกชมพูใสจนเห็นเส้นเลือด

ผิดกับตีนของผม ฝ่าหนา ส้นแตก สันคล้ำ เล็บคู้และเป็นขบ และบัดนี้น้ำได้เล็ดลอดเข้ามาทางส้นรองเท้า ฝุ่นที่เคยแข็งกรังเป็นปึกได้อ่อนยุ่ยเป็นโคลน ผมรู้สึกเหนียวเหนอะตามง่ามนิ้ว จนต้องขยับนิ้วตีนถูกันไปมา กลิ่นนั่นแทบไม่ต้องเอ่ยซ้ำ หากแต่มีหัวขโมยกระจอกเป็นประจักษ์พยาน(อ๊วกแตก)ไปแล้ว

 พี่กร ใกล้เวลากวางขึ้นสอบแล้วนะ เสียงใสๆ ของเธอทำผมชะงัก

 แน่ใจหรือ จะใส่มัน ผมถาม ทั้งที่รู้ว่าจำเป็นที่เธอต้องสวมรองเท้าเข้าสอบ ตามระเบียบของมหาวิทยาลัย นอกจากจะต้องแต่งกายสุภาพ เสื้อคอปก ชายเสื้ออยู่ในกระโปรงแล้ว รองเท้าต้องหุ้มส้น

 ถอดเถอะพี่ กวางจะใส่แล้ว เธอเร่งเร้า

เสียงกริ่งบอกเวลาสอบดังขึ้น พร้อมกับปลายตีนอันเหนียวเหนอะหนะของผมหลุดออกจากเบ้า

เรียวเท้าบอบบาง เล็บสีเขียวอ่อน นิ้วเหยียดเรียวดั่งหวีกล้วยเล็บมือนาง ส้นเนียนออกชมพูใสจนเห็นเส้นเลือด ค่อยๆ จรดเข้าไปสู่ถ้ำแห่งความเน่าเหม็น แล้วความงดงามก็ถูกห่อหุ้มด้วยความอัปลักษณ์  ดั่งนางฟ้าต้องตกอยู่ในอ้อมปีกปีศาจผู้สวมเสื้อคลุมหนังสัตว์อายุพันปี (มีมันติดหนังด้วย)

เธอลุกขึ้นยืนอย่างมั่นใจ สูดลมหายใจเข้าเต็มปอด (สังเกตจากหน้าอกที่พองขึ้น)  รองเท้าสีดำเน่าๆ นำก้าวย่างสีชมพู ไหลเข้าสู่กระแสนักศึกษาในชุดขาวดำรัดรูป หลั่งเข้าสู่ประตูห้องสอบ ผมกังวลว่าน้ำเฉอะแฉะจะทะลึ่งเล็ดเข้าทางรอยรั่วตรงส้นรองเท้า เธอคงเหนียวเหนอะหนะไปทุกสัดสวนของเท้า  ตั้งแต่ส้น ฝ่า และง่ามนิ้วเรียวงาม เธอคงขยับนิ้วเท้าถูกันไปมาจนเสียสมาธิ และกลิ่นของมันคงฟุ้งกระจายไปตามอากาศอับชื้นรบกวนการไตร่ตรองของคนรอบข้าง นำมาซึ่งสายตาไม่ชอบมาพากลในตัวเธอ

ม้าหินขัดสีขาว ดูว่างเปล่า คงเหลือเพียงตัวผมกับรองเท้าแตะสีชมพูที่น้องกวางถอดไว้ ผมลองหย่อนปลายตีน สอดเข้าไปในรองเท้าแตะ ผมยิ้มกับตัวเอง มันเล็กเกินไป

สอบได้มั้ย ผมถามขึ้น ขณะที่เราเดินเล่นในย่านการค้าตะวันนา รองเท้าสีดำเน่าๆ กลับมาอยู่คู่ตีนผมแล้วตั้งแต่เธอออกจากห้องสอบ รองเท้าแตะสีชมพูหยุดนิดนึงเมื่อผมถาม

ก็ได้สอบ ไงค่ะ เสียงล้อเล่นร่าเริง

รองเท้าทั้งสองคู่พาเราไปอย่างเรื่อยเปื่อย บางครั้งห่าง บางครั้งใกล้ชิด หยุดหน้าร้านเสื้อผ้าสตรี หน้าร้านกระเป๋า ร้านยกทรง (รองเท้าสีดำรออยู่ข้างนอก) เข้าไปในร้านหนังสือมือสอง ออกมาย่ำเรื่อยไปผ่านหน้าร้านขายยีนส์ ร้านขายกิ๊บ ร้านขายกระต่าย ร้านน้ำหอม ร้านสักลาย รองเท้าแตะสีชมพุเร่งแซงหน้ารองเท้าสีดำในช่วงผ่านแผงซีดีโป๊! 

แล้วก็มาหยุดอยู่หน้าร้านรองเท้าเล็กๆ

ในนั้นเต็มไปด้วยรองเท้าหลากสี หลายแบบ มากยี่ห้อ ทั้ง Adidas (ปลอม) Converse (ปลอม) Nike (ปลอม) บาจา นันยาง ดาวเทียม ฯลฯ

พี่กร ดูสิ สวยดีนะคู่นั้น เธอชี้ไปยังรองเท้า Converse แจค (ปลอมอีกนั่นแหละ) สีขาว วางโดดเด่นอยู่บนหิ้ง ดูสะดุดสายตากว่าคู่อื่น เจ้าของร้านรีบเข้ามาคุย เชิญชวนให้ลองสวม ทำนองว่า ไม่ซื้อไม่เป็นไร 

น้องกวางดึงแขนผมเข้าไปในร้าน ยังไม่ทันไรเจ้าของร้านก็เอาแจค คู่นั้นลงมา แรกทีเดียวผมออกจะขัดขืน แต่สายตาอ้อนวอนเชิงคะยั้นยะยอของน้องกวางได้ผลักหลังให้ผมทำตามเจ้าของร้านคนนั้น และผมพึ่งชัดแจ้งตอนนี้เองว่า รองเท้าสีดำเน่าๆ ของผม ได้กระทบกระเทือนความรู้สึกของน้องกวางเพียงใด ตอนที่เธอสวมมันเข้าห้องสอบ ผมเพียงแต่กังวลเท่านั้น แต่ถึงขั้นนี้เธอแสดงให้เห็นแล้วว่า เธอรับมันไม่ได้! มิน่า ทำไมพอออกจากห้องสอบเธอถึงได้ชวนมาเดินเล่นที่นี่

ผมยืนด้วยเท้าเปล่า ก้มลงเพ่งมองไปที่รองเท้าผ้าใบสองคู่ - - คู่หนึ่งสีขาวสะอาด ใหม่เอี่ยม มันช่างขาวทั้งผ้า เชือกผูกและพื้นยาง ดูบริสุทธ์ อีกคู่นั้นสีดำมัวหม่นและโชยกลิ่น จนเจ้าของร้านถอยห่างออกไป ทิ้งไว้เพียงความสับสนในการตัดสินใจเลือกให้ผมรับผิดชอบอย่างโดดเดี่ยวและเด็ดเดี่ยว กระทั่งหนักหน่วง

มันช่างยากเย็น เหตุผลหลายอย่างวิ่งเข้ามาในหัว เหมือนตอนอยู่ในคูหาวันลงประชามติ ยังดีที่มันไม่คู่หนึ่งสีเขียวและคู่หนึ่งสีแดง!

ผมเก็บรองเท้าสีดำเน่าๆ ใส่ถุงหิ้วกลับ จะเก็บมันไว้ในกล่องเก็บของเก่าผุพัง ให้มันเป็นความทรงจำเน่าๆ (ชักจะน้ำเน่าแล้วนั่น) และบัดนี้ ตีนเน่าๆ ของผม ถูกห่อหุ้มด้วยรองเท้าสีขาวคู่ใหม่ ผมลองเดินไปเดินมาสองสามก้าวในร้าน รู้สึกคันตีนนิดๆ อาจเพราะยังไม่คุ้นเคยกับของใหม่ เจ้าของร้านเข้ามาใกล้ผมอีกครั้ง เพื่อเก็บเงิน น้องกวางก้มมองรองเท้าคู่ใหม่ด้วยใบหน้าแย้มยิ้ม ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาสบตากัน

เหนือรองเท้าแตะสีชมพูกับรองเท้าสีขาวขึ้นมา ดุ้นนิ้วก้อยแข็งทื่อตวัดเกี่ยวเรียวนิ้วก้อยบอบบาง แกว่งไปด้วยกันท่ามกลางต้นขาผู้คนเดินขวัก ฝนเริ่มปอยฝอยบางลงมาอีกครั้ง พื้นชื้นและเฉอะแฉะ น้ำดำเลวทรามก็เริมกระเซ็นมาเปอะเปื้อนร้องเท้าสีขาว.. อีกครั้ง

 

 

 

 

 

คาล รีอัล

 

 

 

 

 

 

โดย

 

กลับไปที่ www.oknation.net