วันที่ อังคาร กรกฎาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

...... อาชีพเลี้ยงหอยแครง Vs อาชีพเก็บหอยแครงด้วยมือ เดินไปด้วยกันได้หรือไม่?


เห็นเพื่อนชาว oknation ที่ไม่ได้ไปเลอะโคลนกับกิจกรรมแถกเลน-ปลูกป่าที่บางขุนไทร บ่นว่ามีคนเขียนเรื่องเกี่ยวกับการแถกเลนเก็บหอย แต่ไม่มีรูปหอยสักคน

คำตอบอยู่ที่นี่ค่ะ

ภาพหอยแครงมาแล้วจ้ะ

ที่ไปแถกเลนกันนั่นไม่มีใครเจอหอยสักคนค่ะ ก้มหน้าก้มตาถีบกระดาน สลับกับเงยหน้าสูดไอโคลนผสมอ๊อกซิเย่นกันอย่างเดียวค่ะ เท่าที่เห็นไม่มีใครคว้าหอยมาได้เลย

ดังนั้นเพื่อไม่ให้เพื่อนๆผิดหวัง จึงหารูปหอยมาฝาก แถมพ่วงด้วยความสงสัยว่าทำไมคนชอบบริโภคหอย ? ทั้งไทย-จีน-แขก-ฝรั่ง ต่างก็นิยม "หอย" กันทั้งนั้น พ่อค้าขายหอย (ใช้คำว่า แม่ค้า อาจจะไม่สุภาพ) สามารถส่งออกหอยไปเมืองจีนก็ได้ โดยเฉพาะช่วงต้นปี เพราะช่วงเดือนกันยายนถึงเดือนพฤศจิกายนหอยแครงจะเกิดมีขี้ปลาวาฬ ในตลาดไทยจึงไม่มีใครต้องการ

ที่บอกไว้ว่าอาชีพเลี้ยงหอยแครง กับ เก็บหอยแครงด้วยมือ ไปกันได้ไหมนั้น เกิดความสงสัยขึ้นมา เพราะได้ฟังจากหัวหน้าสถานีพัฒนาทรัพยากรป่าชายเลนที่ 6 (เพชรบุรี) กับอบต.และผู้นำชุมชนท่านอื่นๆมาว่า บางขุนไทรซึ่งเป็นแหล่งหอยแครงตามธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย กำลังประสบปัญหาผู้เห็นแก่ได้นำเรือคราดตาถี่ๆมากวาดเอาสัตว์น้ำชายฝั่ง และครอบคลุมบริเวณป่าชายเลน  ทำให้สัตว์น้อยใหญ่ รวมทั้งลูกหอยแครงตัวจ้อยๆถูกจับไปเพื่อการเพาะเลี้ยงให้โตแล้วนำไปขายได้ราคาดี เกิดผลกระทบกับระบบนิเวศของป่าชายเลนบางขุนไทรอย่างใหญ่หลวงเพราะทำให้หอยแครงใกล้จะสูญพันธุ์ จนกระทั่งผู้นำชุมชนและชาวบ้านบางส่วนที่ตระหนักในปัญหานี้ ต้องรวมตัวกันผลัดเวรยามเฝ้าระวัง จะจับกุมผู้ที่ใช้เรือคราดเหล่านี้ มาหลายปีดีดักก่อนที่จะเกิดสถานีพัฒนาฯ

ถ้าจะชี้ให้เห็นว่า เกษตรกรที่ประกอบอาชีพเลี้ยงหอยแครงได้ประโยชน์จากการนำลูกหอยตัวเล็กๆไปเลี้ยงเองอย่างไร ก็ต้องดูข้อมูลต่อไปนี้สักนิดค่ะ

...การทำฟาร์มขนาดเล็กในครอบครัว เนื้อที่ 5-30 ไร่ต่อครอบครัวหรือราย โดยใช้ไม้ไผ่กั้นคอกล้อมแปลงเลี้ยง ขนาดลูกหอยเริ่มต้นเลี้ยง ขนาดลูกหอยเริ่มต้นเลี้ยงจะขึ้นกับสายพันธุ์ของลูกหอย หากเป็นลูกหอยพันธุ์พื้นเมืองของจังหวัดเพชรบุรี จะใช้ลูกหอยขนาดใหญ่ คือ 400-1,200 ตัวต่อกิโลกรัม โดยขนาดที่นิยมหว่านเลี้ยงประมาณ 450 ตัวต่อกิโลกรัม จะมีอัตราการหว่านประมาณ 800-1,500 กิโลกรัม/ไร่ เนื่องจากหอยพันธุ์พื้นเมืองสามารถเดินได้ ดังนั้นเพื่อให้หอยเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วและไม่กองทับกันต้องมีการตรวจความหนาแน่นและเกลี่ยลูกหอยเป็นประจุทุก  15  วันหรือทุกเดือน  โดยใช้เครื่องมือคล้ายคราด ซึ่งเรียกตามภาษาท้องถิ่นว่าโพง คราดและรวบรวมลูกหอยไปหว่านกระจายบริเวณอื่น

ที่มา: http://www.fisheries.go.th/coastal/

เข้าใจว่า ลูกหอยพันธุ์พื้นเมืองของจังหวัดเพชรบุรี ก็น่าจะมาจากบางขุนไทร เพราะเป็นแหล่งหอยแครงธรรมชาติแหล่งใหญ่  ซึ่งปกติคนในชุมชนจะเก็บหอยด้วยมือเพื่อนำเฉพาะตัวที่โตเต็มที่ไปขายในตลาดในราคาไม่เท่าไหร่ ผิดกับพวกที่มากวาดเอาลูกหอยไปเพาะพันธุ์ ซึ่งเมื่อเลี้ยงไปสัก  1ปี 1/2 - 2 ปี ก็จะได้หอยแครงขนาดใหญ่ 80-120 ตัวต่อกิโลกรัม ได้ผลผลิตถึงประมาณ 2,000-3,000 กิโลกรัม / ไร่ / รุ่น ซึ่งมาจากลูกหอนฃยพันธุ์ที่ลงไว้บวกกับที่เกิดใหม่เพิ่มขึ้น

ในธุรกิจฟาร์มหอยขนาดใหญ่จะใช้พื้นที่ 200  - 1,000 ไร่ นิยมทำทั้งแถบชายฝั่งด้านอ่าวไทยและฝั่งอันดามันมากกว่าด้านอ่าวไทย โดยมักใช้ลูกหอยพันธุ์มาเลเซีย แต่เจ้าของธุรกิจขนาดใหญ่มักจะเป็นผู้นำลูกหอยพันุ์มาจำหน่ายแก่ผู้เลี้ยงหอยรายย่อยด้วย ในราคาแตกต่างกันขึ้นกับขนาดลูกหอยที่รับมา ซึ่งวิธีเลี้ยงแบบนี้ให้ผลผลิตถึง 4,000 - 5,000 กิโลกรัม / ไร่ / รุ่น

สำหรับค่าลูกหอยพันธุ์นั้นตกราว 55 บาท / กิโลกรัม  (1,000 - 2,500 ตัว / กิโลกรัม)
หากโตเต็มที่ได้ขนาดราว 80 - 120 ตัว / กิโลกรัม นั่นหมายถึงน้ำหนักหอยเพิ่มขึ้น 10 - 25 เท่าหลังจากการเลี้ยงให้โตเต็มที่ ซึ่งขายได้ในราคาประมาณ 15 - 20 บาท / กิโลกรัม เมื่อหักราคาขายด้วยค่าลูกพันธุ์และดำเนินการต่างๆแล้วผู้ผลิตมีกำไรราว 3.50 - 7 บาท / กิโลกรัม

ส่วนราคาหอยแครงในตลาดสด เห็นได้ชัดว่ามีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นตลอดระยะเวลา 10 กว่าปีที่ผ่านมา ดังตารางราคาขายปลีกสินค้าเกษตร หอยแครง (ชนิดคละ) (กก.)

ปีเฉลี่ย
253923.57 
254030.11 
254131.44 
254229.42 
254330.17 
254430.00 
254526.91 
254628.99 
254731.29 
254836.54 
254941.67 
255046.41 
255148.83 

ในปี 2551 ราคาเดือนล่าสุดอยู่ที่ 50 บาท / กิโลกรัม

ถ้ามองจากปัญหาการอนุรักษ์แหล่งหอยแครงธรรมชาติเป็นหลัก
การเลี้ยงหอยเพื่อการค้า สามารถกระทำได้และจะนำรายได้เข้าประเทศไทยได้เป็นอย่างดี
เพียงแต่ในการเลี้ยงฯ ต้องไม่ไปเอาลูกหอยพันธุ์พื้นเมืองจากแหล่งธรรมชาติ แต่ต้องเพาะเลี้ยงเอาเองหรือ ซื้อจากแหล่งเพาะเลี้ยงที่ไม่ใช่แหล่งธรรมชาติจึงจะถูกต้อง ไม่ทำลายระบบนิเวศอย่างที่ชาวบางขุนไทรประสบอยู่

สรุปประเด็นตามหัวเรื่องได้ว่า

พวกพ่อค้าเห็นแก่ตัวมั่วพันธุ์หอย
ลูกหอยเล็กหอยน้อยค่อยซื้อหา
จากแหล่งเพาะพันธุ์นั่นแหละแม่ไม่ว่า
แต่ขออย่าใช้เรือคราดมากวาดไป

จากแหล่งหอยธรรมชาติอนุรักษ์
บางขุนไทรเขาฟูมฟักรักษ์หอยไว้
หอยของข้าใครอย่าแตะแม่บอกให้
อนุรักษ์หอยแครงไทยให้ยั่งยืน

การรับประทานหอยแครง โดยนำหอยที่ยังไม่ตายไปลวก เป็นการทำบาปฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ฉะนั้นผู้ที่ต้องการรักษาศีล ควรจะหลีกเลี่ยงการนำหอยแครงไปทำอาหาร

ขอบคุณที่มาอ่าน และแสดงความคิดเห็นค่ะ

ปิรันญ่า
29 กรกฎาคม 2551

โดย ปิรันญ่า

 

กลับไปที่ www.oknation.net