วันที่ พุธ กรกฎาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

พระเอกคนใหม่ของด่านศุลกากรสะเดา


   

        พระเอกคนใหม่ของด่านศุลกากรสะเดา

ในสภาวะที่โลกเต็มไปด้วยการแย่งชิงทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่อย่างจำกัด และสงครามทางการค้าที่รุนแรงขึ้นทุกวัน ประเทศไทยก็เป็นหนึ่งในประเทศท่ามกลางการแข่งขัน ที่มิอาจจะแพ้พ่ายในสงครามครั้งนี้ได้

          กรมศุลกากร หนึ่งในบรรดาหน่วยงานหลักของไทย ที่จะต้องส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ด้วยบริการที่ทันสมัย สะดวก รวดเร็ว ได้มาตรฐานโลก แต่ก็ต้องมีประสิทธิภาพในการควบคุมทางศุลกากร เพื่อที่จะปกป้องสังคมไปด้วยพร้อมๆกัน โครงการติดตั้งเครื่องเอกซเรย์สินค้า จึงถือกำเนิดขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ ทั้งการบริการที่ทันสมัย สะดวก รวดเร็ว และเพิ่มประสิทธิภาพการปกป้องสังคมในคราวเดียวกัน

          และด่านศุลกากรสะเดา สำนักงานศุลกากรภาคที่ 4 ก็เป็นหนึ่งในด่านฯนำร่อง ของโครงการการติดตั้งเครื่องเอกซเรย์สินค้าในครั้งนี้ ด้วยสภาพการที่ด่านฯมีปริมาณมูลค่าการค้าต่อปีสูงถึง “สองแสนล้านบาท” ทำให้สามารถจัดเก็บภาษีอากร เพื่อนำไปบริหารประเทศได้อีกกว่า “สองพันล้านบาท” ต่อปี ในขณะที่มีใบขนสินค้าผ่านพิธีการเข้า-ออกที่ด่านศุลกากรสะเดาสูงถึง 1,000 ฉบับต่อวัน โดยมียานพาหนะเข้า-ออกผ่านด่านฯที่จำต้องตรวจสอบความถูกต้องถึง 3,000 คันต่อวัน นับเป็นภารกิจที่หนักอึ้งของชาวด่านศุลกากรสะเดาอย่างยิ่ง

          ด่านศุลกากรสะเดา นับเป็นประตูทางการค้าที่จะเชื่อมโยงระหว่าง เขตพัฒนาเศรษฐกิจสามฝ่าย หรือ Indonesia – Malaysia –Thailand Growth Triangle : IMT-GT กับเส้นทางพัฒนาเศรษฐกิจเหนือ-ใต้ หรือ North-South Economic Corridor รวมทั้งเส้นทางพัฒนาเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก หรือ East-West Economic Corridor ตามกรอบความร่วมมืออนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง หรือ Great Mekong Sub-Region : GMS ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อระบบโลจิสติกส์ และการขยายตัวทางการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว ของประเทศรวมถึง 8 ประเทศด้วยกันคือ จีน ลาว พม่า กัมพูชา เวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซียและไทย

          ด้วยปริมาณงานที่เพิ่มขึ้นอย่างมากมาย ด่านศุลกากรสะเดา ซึ่งนับเป็นด่านฯภูมิภาคที่ใหญ่เป็นอันดับหนึ่งของประเทศ กลับกลายเป็นด่านฯขนาดเล็กลงมาทันที เพราะเหตุที่ปริมาณการค้ากับสภาพพื้นที่ที่ไม่สอดรับซึ่งกันและกัน สภาพด่านพรมแดนที่เล็กแคบ ทำให้ช่องทางการเดินรถ ซึ่งมีเพียง 2 ช่องทาง ไม่สามารถแบ่งเลนขาเข้า-ขาออก ได้อย่างชัดเจน ปริมาณรถที่มากเกินขีดความสามารถของการคมนาคมที่จะรองรับได้ ก่อให้เกิดอุปสรรคทางการค้าอย่างใหญ่หลวง ถึงแม้จะมีโครงการจัดสร้างด่านศุลกากรสะเดาใหม่ และโครงการจัดสร้างด่านศุลกากรบ้านประกอบ มารองรับ แต่ก็ยังไม่สามารถจะตอบโจทย์อุปสรรคทางด้านการค้าได้ทันเวลา

          สภาพการขนส่งสินค้าสมัยใหม่ ด้วยระบบคอนเทนเนอร์ อาจจะก่อให้เกิดความสะดวกอย่างมากมาย ในระบบโลจิสติกส์ ในการใช้เครื่องจักรเครื่องกลขนย้ายจากรถสู่รถและรถสู่เรือ แต่กลับสร้างความลำบากอย่างยิ่งต่อเจ้าหน้าที่ ผู้มีหน้าที่ในการตรวจสอบสินค้า และยิ่งสร้างความลำบากอย่างยิ่งต่อผู้นำเข้า ผู้ส่งออกและชิปปิ้ง ที่จะต้องรื้อหีบห่อสินค้าออกมาให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ หากเกิดกรณีสงสัย ทำให้เสียทั้งเวลา หยาดเหงื่อ แรงงาน และความไม่เข้าใจกัน ระหว่างภาคเอกชนกับภาครัฐ

          โครงการติดตั้งเครื่องเอกซเรย์ ที่ด่านศุลกากรสะเดา จึงช่วยคลี่คลายบรรยากาศในการเผชิญหน้ากัน ให้บรรยากาศเบาบางลงได้อย่างอักโข สร้างรอยยิ้มให้บังเกิดขึ้นได้ในการทำงาน ทั้งฝ่ายเจ้าหน้าที่เอง ผู้ขนส่งและผู้ประกอบการการนำเข้าและส่งออก

          ในระยะเวลาเกือบสามปีที่ผ่านมา ของการติดตั้งเครื่องเอกซเรย์สินค้าแบบ Mobile Type นับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2548 เป็นต้นมา ปรากฏผลที่น่าพอใจเป็นอย่างยิ่งในการช่วยอำนวยความสะดวกในเรื่องการตรวจสอบสินค้า ซึ่งนอกจากจะช่วยตรวจสอบ ปริมาณและชนิดสินค้า ว่าตรงตามที่ได้สำแดงในใบขนสินค้าหรือไม่แล้ว ยังช่วยปกป้องสังคมด้วยการทำให้ด่านศุลกากรสะเดา สามารถจับกุมสินค้าลักลอบและหลีกเลี่ยงศุลกากรได้เป็นจำนวนมาก รวมทั้งยังได้จับกุมการลักลอบนำไม้พยุงออกนอกราชอาณาจักร นับเป็นการปิดกั้นเส้นทางการลักลอบค้าไม้เถื่อนได้อีกเส้นทางหนึ่ง

          มาถึงวันนี้ โครงการเอกซเรย์สินค้าของด่านศุลกากรสะเดา ก้าวไกลมาอีกระดับหนึ่งแล้ว เมื่อมีการติดตั้งเครื่องเอกซเรย์ในแบบ Relocatable Type ซึ่งมีระบบการทำงานด้วยการยิงรังสีเอกซ์สองระดับพลังงาน ทำให้สามารถแยกชนิดของวัตถุ และแสดงผลในสีที่ต่างกันได้  เครื่องเอกซเรย์ในแบบ Relocatable Typeนี้ ยังติดตั้งอยู่ในอาคารที่มีความปลอดภัยสูง ทำให้ผู้ปฏิบัติงานมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ส่วนประกอบของอาคารยังสามารถเคลื่อนย้ายได้ง่าย ทำให้ก่อเกิดประสิทธิภาพในการทำงานที่รวดเร็วขึ้น สะดวกมากขึ้น กว่าแบบ Mobile Type ที่ใช้อยู่

         จึงนับได้ว่า เครื่องเอกซเรย์ในแบบ Relocatable Type เป็นสิ่งซึ่งจะมาอำนวยความสะดวกในทางการค้า ให้รวดเร็วและได้มาตรฐานโลก รวมทั้งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ในการควบคุมทางศุลกากร เพื่อปกป้องสังคม เติมเต็มให้กับวิสัยทัศน์ของกรมศุลกากร ที่ตั้งไว้ว่าเราจะเป็น “ศุลกากรมาตรฐานโลก เพื่อความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และปกป้องสังคม”

     ****************************************************

   

.....เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2551 ที่ผ่านมาที่ด่านศุลกากรสะเดา ที่ผมทำงานอยู่นี้

มีงานใหญ่ระดับ "ช้าง" งานหนึ่งของด่านฯ นั่นก็คืองานเปิดเครื่องเอกซเรย์ตัวใหม่

ของด่านฯ เดิมนั้นด่านฯมีเครื่องเอกซเรย์ชนิด Mobile Type อยู่หนึ่งคัน ที่เรียกว่าคัน

เพราะมันมีสภาพเป็นรถเอกซเรย์โดยมีขายื่นออกมาให้รถสินค้าวิ่งลอดเข้าไป

เพื่อเอกซเรย์ได้ รถเอกซเรย์ชนิด Mobile Type นี้อยู่ทำงานที่ด่านศุลกากรสะเดา

มาตั้งแต่ปี 2548 ช่วยให้การตรวจปล่อยสินค้าของนายตรวจศุลกากรอย่างผม

คล่องตัวพอสมควร ตอนนี้ด่านฯได้เครื่องมาเอกซเรย์ใหม่เป็นแบบ Relocatable Type

เป็นเครื่องเอกซเรย์ที่อยู่ในอาคาร มีความปลอดภัยสูงกว่า แบบ Mobile Type

แล้วก็สามารถแยกสีแยกสินค้าได้ดีกว่าแบบแรกมาก

.....เครื่องเอกซเรย์ แบบใหม่นี้จะช่วยอำนวยความสะดวกในการทำงานของด่าน

ศุลกากรสะเดาได้เพิ่มขึ้น...เร็วขึ้น...โดยเฉพาะต่อไปจะเป็นการรองรับการตรวจปล่อย

สินค้าชนิดตู้คอนเทนเนอร์ที่ส่งเข้าไปในประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งในปี 2012 ประเทศ

สหรัฐอเมริกา จะบังคับให้ตู้คอนเทนเนอร์ที่บรรจุสินค้าเข้าไปในประเทศของเขา จะต้อง

ผ่านการเอกซเรย์เสียก่อน มิฉะนั้นอาจจะตกค้างหรือรอการตรวจปล่อย อยู่ที่ท่าเรือของ

สหรัฐอเมริกานั้น ไม่ได้เข้าไปในประเทศเขาง่ายๆ

.....ทุกวันนี้ ด่านศุลกากรสะเดามีสภาพเล็กแคบมาก เพราะเหตุที่มีปริมาณการขนส่ง

สินค้าผ่านเข้าออกเป็นจำนวนมาก การส่งออกทางด่านศุลกากรสะเดานั้น ไม่ใช่แค่เพียง

การส่งไปขายยังประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์เท่านั้นนะครับ แต่สินค้าส่วนหนึ่งได้ส่งผ่าน

ไปประเทศอเมริกาและยุโรปด้วย โดยผ่านทางท่าเรือที่ Port Klang และ Penang

.....และการนำเข้าสินค้าทางด่านศุลกากรสะเดา ก็มิใช่เพียงสินค้าที่เข้ามาในภาคใต้

เท่านั้น แต่กระจายไปทั่วประเทศ ทั่วทุกภาคของประเทศไทย ในอนาคตหากเส้นทาง

เชื่อมต่อจีน,เวียดนาม,พม่า,ลาว ที่เขาเรียกกันว่าเส้นทางสาย RB3 และ RB9 เรียบร้อย

 เราก็จะกลายเป็น Hub ในทางการขนส่งสินค้าทันที...!!!

.....เพราะความคับแคบของด่านศุลกากรสะเดา จึงมีโครงการสร้างด่านศุลกากรสะเดา

ใหม่ เพื่อรองรับปริมาณทางการค้าที่มากขึ้น และเพื่อแยกรถสินค้าออกจากรถส่วนบุคคล

และรถท่องเที่ยวแต่โครงการก็ยังไปไม่ถึงไหน 5 ปีมาแล้วโครงการยังคงเป็นแค่เพียง

แฟ้มกระดาษ เพิ่งจะได้ข่าวดีมาไม่กี่วันนี้ว่า รัฐมนตรีอนงค์วรรณได้เซ็นอนุมัติพื้นที่

ให้กรมศุลกากรได้ใช้สร้างด่านฯใหม่แล้วช่วงนี้ทั้งจังหวัดสงขลาและหน่วยงานทุกหน่วย

จึงค่อนข้างจะตื่นตัวผุดโครงการต่างๆขึ้นมารองรับกันใหญ่....

.....ไปดูพิธีเปิดกันดีกว่าครับ....

   

....ใครมาที่ด่านศุลกากรสะเดา ก็จะเห็นป้ายโปสเตอร์ใหญ่ยักษ์ของการท่องเที่ยวอันนี้ ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่....

            

                  ....นี่แหละครับเครื่องเอกซเรย์ตัวใหม่....Relocatable Type.....

   

.....สภาพพื้นที่ที่คับแคบ....จะเห็นรถตู้คอนเทนเนอร์จอดกันเกะกะไปหมด....

   

.....อันนี้เป็นป้ายขาเข้าครับ....สำหรับต้อนรับนักท่องเที่ยวจากสิงคโปร์และมาเลเซีย....

   

......รถตู้คอนเทนเนอร์ที่นี่จะมีทั้งของมาเลเซียและไทยครับ....ต่างคนต่างมีกฎหมายภายในกำหนดเรื่องรถที่ทำการขนส่งว่าจะต้องเป็นรถที่มีทะเบียนของประเทศนั้น รถพวกนี้ก็เลยต้องเปลี่ยนหัวลากกันวุ่นวาย....

   

.....เตรียมการไว้ก่อนที่ท่านอธิบดีจะบินมาจากกรุงเทพฯ....มาทำพิธีเปิดงาน....

             

.....พิธีเปิดใช้เวลาจริงๆเพียงแค่หนึ่งชั่วโมง....แต่การเตรียมงานใช้เวลาหลายเดือนครับ...!!!

   

....แม้แต่รถสุขาก็ต้องเตรียมมาให้พร้อมครับ...เผื่อว่าห้องน้ำของด่านฯจะไม่พอรองรับ...

   

......เวทีพร้อมแล้วครับ....ท้องฟ้าโปร่งใสดี....งานน่าจะเป็นไปด้วยดี...สาธุ !!!

   

.....ท่านอธิบดีใกล้จะมาถึงแล้วก็ต้องตั้งแถวต้อนรับ....

   

....ท่านอธิบดีกรมศุลกากร นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ เป็นประธานในที่ประชุม พร้อมนายด่านฯทั่วภาคใต้ เพื่อรับฟังการบรรยายสรุปจาก นายด่านฯศุลกากรสะเดา....

   

.....นายพงษ์ชัย จินดา นายด่านศุลกากรสะเดา บิ๊กบอสของผมเองครับ....

   

......ท่านอธิบดีนั่งซ้ายมือเสื้อเข้ม...ส่วนขวามือสีเหลืองนั่นเป็นท่านผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาครับ...

            

.....ส่วนสองสาวนี่เป็นข้าราชการประจำด่านฯครับ....แต่งตัวสวยเพื่อมารับแขกผู้มีเกียรติในวันนี้โดยเฉพาะ....

   

.....มีการแสดงก่อนจะทำพิธีเปิดด้วยครับ....

   

.....เป็นการแสดงศิลปะการร่ายรำรองเง็งของชาวไทยมุสลิมทางภาคใต้ครับ....

   

                                            .....สวยไหมครับ.....

   

.....แต่เอาละซี....ฟ้ามืดมาแล้วครับ....จะตกไหมเนี่ย...!!!

   

......ชุดที่สองเป็นการรำโนราห์ครับ....ศิลปะประจำถิ่นของที่นี่....

            

                                    ....คนนี้รำได้อ่อนช้อยมากครับ....

            

          ....นักแสดงก็น่าจะรำไป บนบานศาลกล่าวไปด้วยนะครับ ว่าขออย่าให้ฝนตก....

                          

                        ....นายด่านศุลกากรวังประจัน....เพื่อนผมเองครับ !!!

             

              .....สาวสวยคนนี้เป็นพิธีกรรับเชิญมาจากทีวีช่อง 11 หาดใหญ่ครับ....

             

....ท่านอธิบดีและท่านผู้ว่าฯ ขึ้นไปบนเวทีเพื่อรับฟังการกล่าวรายงานจาก ผู้อำนวยการศุลกากรภาคที่ 4.....

   

.....ช่วงนี้เหมือนจะรอลุ้นครับ...ว่าฝนจะตกไหม...แต่ดูเหมือนเหงื่อท่านอธิบดีจะเริ่มตกแล้วครับ...!!!

            

....ผู้อำนวยการศุลกากรภาคที่ 4.....นายราฆพ ศรีศุภอรรถ...กำลังกล่าวรายงานการเปิด "สถานีตรวจสอบตู้สินค้าด้วยเครื่องเอกซเรย์" อยู่ครับ....

   

                            .....ท่านอธิบดีกำลังกล่าวเปิดงานครับ....

   

              ....มีการมอบของที่ระลึกให้กับท่านผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาด้วยครับ....

   

                     ....เตรียมกดปุ่มเปิดผ้าแพรคลุมป้ายครับ...

             

                                               ....กดแล้ว...!!!

   

                                 .....กำลังเปิดแล้วแอ่นแอ๊น....!!!

   

.....มีแตรวง เอ๊ย โยธวาทิต จากค่ายทหารมาบรรเลงด้วยครับ...!!!

   

....จากนั้นก็เชิญสื่อมวลชนและแขกผู้มีเกียรติเข้าชมเครื่องเอกซเรย์ตัวใหม่.....

       

......มีการเอารถสินค้าเข้ามาเอกซเรย์โชว์ประสิทธิภาพด้วยครับ....ตื่นเต้นดี...!!!

   

.....เปิดเรียบร้อยแล้วครับ...ต่อไปก็ได้ใช้งานอย่างเป็นทางการแล้ว....!!!

              

......ด่านศุลกากรสะเดา...ด่านฯที่ใหญ่ที่สุดในภาคใต้ครับ....และถ้าดูที่มูลค่าของสินค้าก็จะเป็นด่านศุลกากรภูมิภาคที่ใหญ่ที่สุดเชียวครับ....

   

                              .....ปลูกต้นไม้เป็นธรรมเนียมด้วยครับ....

   

.....จากนั้นก็มีการถ่ายรูปเพื่อเป็นที่ระลึกกันทั้งแขกไทยและแขกผู้มีเกียรติจากประเทศมาเลเซีย....

 

โดย เป๊ปซี่

 

กลับไปที่ www.oknation.net