วันที่ พฤหัสบดี กรกฎาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

กล่องใบกลมๆ กับเรือนร่างไร้รูปทรงของวันเวลา


บางครั้ง ความรู้สึกบางอย่างเคลื่อนผ่านความรับรู้ และหอบเอาความทรงจำที่ยาวนานมากับมันด้วย กลิ่นของความทรงจำยังคงพัดโชย ครอบคลุมพื้นที่กว้างกว่าตัวมันเองหลายเท่านัก แม้บางสิ่งบางอย่างจะเพียงแค่แตะความรู้สึกเพียงแผ่วเบา.. แต่ผิวน้ำแห่งความทรงจำกระเพื่อมแผ่วงกว้างกว่ากว้าง

อาจเป็นเพียง
แค่ลมพัดวูบหนึ่งบนสะพาน
แค่ระยิบน้ำสะท้อนแสงชั่ววิบตา
แค่รอยยิ้มจากใครคนหนึ่งที่เคยรู้จักในวันเวลาดีๆเก่าๆ
แค่เพียงชั่วหนึ่งวินาทีที่ความทรงจำพัดผ่าน

ความรู้สึกก็คล้ายได้รับการปลอบประโลม แล้วลอยข้ามเวลา กลับไปยังช่วงกาลหนึ่งและดิ่งลึกไปในความรู้สึกที่ฝังลึกอยู่ภายใน เหมือนเพลงเก่าๆบางเพลงนั่นปะไร ใครฟังก็ไม่เห็นจะเศร้า แต่กับตัวเราฟังทีไรก็ถึงกับมีน้ำตา

เปล่า ไม่ใช่เนื้อเพลงหรอกที่กระทบใจ แต่เป็นบรรยากาศเก่าๆที่เพลงนี้เคยซึมแทรกอยู่ต่างหากที่คั้นน้ำตาออกมาจากอาการโหยหาลึกๆ ก็แปลกดี ทุกครั้งที่ได้ยิน ภาพวันเวลาเหล่านั้นมันชัดเจน ราวกับว่าเป็นเพลงประกอบภาพยนตร์ชีวิต ที่เมื่อได้ยินครั้งใดก็เห็นฉากในหนังลอยเด่นชัดขึ้นมาทุกครั้ง

อาจเป็นภาพผู้คนที่อยู่รายรอบ
อาจเป็นภาพถนนหนทางที่เราเดินผ่านทุกวัน
อาจเป็นภาพสถานที่บางแห่งที่เราเคยไปซุกกายในวันเก่าๆ

จึงมีบางเพลงที่สุขแสนสุข แต่เราร้องไห้เพราะโหยหาสิ่งที่ไม่อาจกลับมา และมีบางเพลงที่เราเคยฟังซ้ำไปซ้ำมาในวันที่ชีวิตดูมืดดำไปหมด แต่มาถึงวันนี้เรากลับยิ้มให้เพลงที่แสนเศร้าเพลงนั้นได้เหมือนกัน หลายสิ่งหลายอย่างจึงกลายเป็นบทบันทึกชีวิตที่เราไม่ได้เขียนเอง กลิ่นกาแฟที่คุ้นเคยกลับฉายภาพความทรงจำที่เราไม่ได้ถ่าย และเพลงบางเพลงกลายเป็นเพลงประกอบภาพยนตร์ที่เราเป็นผู้แสดงเสียเอง

แล้วก็ได้รู้ว่ามันไม่จริง ที่ใครต่างพูดกันว่า เวลาไม่อาจไหลกลับ อดีตไม่อาจหวนคืน ก็ใครว่าการย้อนเวลาเป็นแค่ความฝันเฟื่องของนักวิทยาศาตร์หรือเป็นเพียงเรื่องราวสนุกสนานในการ์ตูน เพราะแท้จริงแล้วชีวิตเราถูกบันทึกไว้อย่างแม่นยำด้วยทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่แวดล้อมตัวเราในทุกขณะอยู่แล้ว รอเพียงแค่เวลาใดที่เหมาะสม มันก็กลับมาฉายชัดอีกครั้ง

ใช่ เหมือนไทม์แมชชีน เพราะได้เพียงแค่หวนกลับไปสัมผัสความรู้สึกเหล่านั้น ถึงอยากจะแก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือยึดฉวยไว้ อย่างไรก็ไม่ได้อีกแล้ว

ก็การทำเช่นนั้นจะไปมีประโยชน์อะไรเล่า เพราะที่สุดแล้ว อดีต ปัจจุบัน อนาคต เป็นเพียงวงกลมวงเดียว ไม่ได้เป็นเส้นตรง หากเคลื่อนไหว ต่อติด เชื่อมโยงซึ่งกันและกัน และไม่ได้จากเราไปไหนทั้งนั้น

ชีวิตอยู่ทั้งในเมื่อวานนี้ วันนี้ และพรุ่งนี้ หรือจะพูดอีกอย่างก็ได้ว่า จะเมื่อวานนี้ วันนี้ หรือพรุ่งนี้ ก็ล้วนอยู่ในชีวิตเราทั้งนั้น แต่จะแบบไหนก็อยู่ที่ว่าเรามองว่าเวลานั้นอยู่เฉยๆ แต่เป็นเราเองที่เคลื่อนผ่านมัน หรือว่าเราเองกันแน่ที่อยู่เฉยๆ แต่เวลามันเคลื่อนผ่านเราไป

คนที่มีชีวิตอยู่กับความหลัง คือคนจ่อมจมและยึดติด
คนที่มีชีวิตอยู่กับความหวัง คือคนช่างฝัน
แต่ถ้าจะมีชีวิตอย่างไร้ซึ่งอดีต และอนาคต ความหมายของแต่ละลมหายใจคงหายไป

เพราะเมื่อวานคือเหตุผลของวันนี้
และวันพรุ่งนี้คือความมุ่งหวังของการกระทำในวันนี้ไม่ใช่หรือ

หรือเอาเข้าจริง เรื่องเวลานั้นเป็นเรื่องที่เราต่างคิดไปเอง เพราะชีวิตไม่อาจแบ่งเป็นเมื่อวานนี้ วันนี้ พรุ่งนี้ และสิ่งที่มีจริงก็คือ ... กล่องใบนั้นที่อยู่ในเราทุกๆคน ซึ่งอัดแน่นไปด้วยร่องรอยของความความรู้สึกในชีวิต โดยไม่เคยแบ่งตัวเองตามหน้าปัดนาฬิกาและปฏิทิน และคราใดก็ตามที่กล่องใบนั้นถูกเปิดออก ก็จะพบว่า

...สิ่งต่างๆในนั้น สดใหม่อยู่เสมอ...




เสี้ยวตะวัน พระจันทร์ข้างฝา -- เรื่อง

โดย เสี้ยว

 

กลับไปที่ www.oknation.net