วันที่ พฤหัสบดี กรกฎาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ยายเขียว [ เด็กชายชนะ 16 ]


เด็กชายชนะ 16

ยายเขียว

 

ด้วยความสนิทสนมกับอ้วนและอ้วนตัวโตกว่าชนะมาก ระยะหลังแม่จึงไว้ใจให้เขาไปโรงเรียนและกลับบ้านพร้อมอ้วนโดยที่พ่อกับแม่ไม่ต้องไปส่งไปรับทุกเช้าเย็น นั่นเป็นยอดปรารถนาของชนะ เพราะเขาจะได้อ้อยอิ่งอยู่กับเพื่อนๆ ในช่วงเย็นระหว่างเดินกลับบ้าน 

          สองข้างทางจากโรงเรียนถึงบ้านมีอะไรน่าสนใจมากมาย ชนะจะใช้เวลาเดินจากโรงเรียนมาถึงบ้านนานมาก ด้วยการแวะริมทางดูต้นไม้ใบหญ้าและแมลง บางครั้งก็ลงไปในพงหญ้า ไล่จับตั๊กแตนกับเพื่อนๆ บางครั้งก็จับแมลงเต่าทองมาดูเล่น แมลงเต่าทองเป็นสัตว์ที่ชนะรู้สึกว่ามันแปลก ด้วยสีของปีกที่สะท้อนแสงเหมือนแก้วสี มีทั้งสีทอง สีเขียว สีแดง และสีอื่นๆ แต่ชนะชอบแมลงเต่าทองสีทองมากที่สุด สีทองอร่ามที่ปีกของมันทำให้ชนะคิดถึงแหวนทองที่แม่ใส่ มันสุกวาวดูมีค่า แมลงเต่าทองปีกสีทองก็คงดูมีราคามากกว่าแมลงเต่าทองสีอื่นๆ เช่นกัน เขาคิดอย่างนั้น

          นอกจากจับแมลงเต่าทองและตั๊กแตนเล่นแล้ว เพื่อนของชนะบางคนยังชวนให้จับแมลงปอตัวโตๆ มาทำเครื่องบินเล่นด้วย วิธีการก็คือ จับแมลงปอตัวใหญ่มาสักตัว แล้วใช้ก้านมะพร้าวที่เหลาให้เล็กแหลมแทงเข้าไปที่ปลายหางของแมลงปอ จากนั้นใช้ด้ายเส้นเล็กๆ ผูกไว้ แล้วปล่อยให้แมลงปอบินไป น้ำหนักของก้านมะพร้าวจะทำให้แมลงปอบินได้ไม่สูงนัก และเส้นด้ายก็ทำให้แมลงปอหนีไปไหนไม่ได้ พอเล่นจนเบื่อก็ทิ้งไป

ชนะนึกสนุกทำตามอยู่ครั้งหนึ่ง แล้วก็รู้สึกสงสารเจ้าแมลงปอจึงไม่กล้าทำอย่างนั้นอีก ได้แต่คิดเอาเองในใจว่า มันคงเจ็บเหมือนตอนที่เขาถูกเข็มของหมอแทงเข้าที่เนื้อตอนฉีดยา

          หลายวันมานี้ชนะกับเพื่อนๆ ได้แหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่อีกแล้ว

เป็นกระท่อมของยายเขียว

ยายเขียวปลูกกระท่อมอยู่ท้ายสวน มีที่แปลงเล็กๆ ไว้ปลูกผักสวนครัวกิน เหลือก็นำไปขายบ้าง ยายเขียวอาศัยอยู่กับตาฉัตรสองคนสามีภรรยา ไม่มีลูกหลาน เงินทองก็ไม่ค่อยมีใช้ ชาวบ้านแถวนั้นคุ้นเคยกับสองคนตายายดี เวลาพบหน้ากันก็มักจะเจียดเงินเล็กๆ น้อยๆ ให้แกไว้ซื้อข้าวสารอาหารสดกินบ้าง ชนะเองก็เคยเห็นแม่ให้เงินยายเขียวอยู่เนืองๆ แต่ไม่ได้สนใจอะไร

แต่ระยะหลังมานี้ บ้านยายเขียวดูจะคึกคักเป็นพิเศษ เพราะแมวที่บ้านยายเขียวออกลูกมาสี่ตัว เมื่อข่าวนี้ล่วงรู้ไปถึงหูของเด็กๆ บ้านยายเขียวจึงมีแขกมาเยือนไม่ขาดสาย

          สองสามวันมานี้ ชนะกลับจากโรงเรียนเร็วกว่าปกติ มาถึงบ้านก็ดิ่งเข้าครัว หาของกินทันที แรกๆ แม่ก็ไม่ได้เอะใจอะไร จนหลายวันผ่านไปจึงรู้สึกผิดสังเกต

          "ชนะ ทำไมถึงหิวโซกลับมาทุกวันเลยล่ะลูก เงินค่าขนมที่ให้ไปไม่พอใช้หรือ"

          "พอฮะ"

          "อ้าว แล้วทำไมยังหิวกลับมาอีก หรือว่าเอาสตางค์ไปทำอย่างอื่น บอกแม่มานะ"

          แม่เริ่มเสียงเขียว เกรงว่าลูกชายจะนำเงินค่าขนมไปซื้อยาเสพติด เพราะได้ยินข่าวบ่อยๆ ว่ายาเสพติดได้ระบาดเข้าไปถึงโรงเรียนแล้ว ไม่เว้นแม้กระทั่งเด็กเล็กๆ

          ชนะทำอิดออด ไม่ยอมบอกง่ายๆ แต่เมื่อเห็นสีหน้าเอาจริงของแม่ก็ต้องพูด

          "นะเอาเงินให้ยายเขียวไปฮะ"

          "หืม ยายเขียวที่อยู่ท้ายสวนน่ะหรือ"

          "ฮะ..."

          "แล้วเอาเงินค่าขนมไปให้คนอื่นทำไม"

          "ก็...ยายเขียวเลี้ยงแมว แล้วที่บ้านยายเขียวไม่มีอะไรให้แมวกินเลย ตอนนี้แมวมันออกลูกมาสี่ตัว แม่มันผอมมากเลยฮะ นะเลยเอาสตางค์ให้ยายเขียวไปซื้อปลาทูให้แมว"

          "อืม...ก็เลยไม่มีเงินกินขนม ตอนเย็นต้องหิวโซกลับมาเข้าครัว"

          แม่สำทับ ชนะตอบกลับมาบ้าง

          "นะก็เคยเห็นแม่ให้เงินยายเขียวนี่ฮะ ตอนนั้นแมวยายเขียวยังไม่ออกลูกด้วยซ้ำ"

          แม่นิ่งฟังลูกชายแล้วครุ่นคิด เด็กๆ มักคิดอะไรแบบไม่มีเหตุผลเสมอ แต่มองอีกมุมหนึ่ง นั่นก็เป็นเหตุผลของเขา เขายินดีอดขนมเพื่อเอาเงินไปซื้อปลาทูเลี้ยงแมวก็น่าจะเป็นสิทธิของเขา

          "เอาเถอะจ้ะ ลูกอยากจะเอาค่าขนมไปซื้อปลาทูเลี้ยงแมวแม่ก็ไม่ว่า แต่ลูกก็จะไม่ได้ค่าขนมเพิ่มนะ เพราะถือว่าเป็นความสมัครใจของลูกเอง ลูกต้องรับผิดชอบจำนวนเงินที่แม่ให้เอาเอง"

          "ฮะแม่"

          ชนะหน้าตาสดชื่นขึ้น เมื่อเห็นว่าแม่ไม่ว่าอะไร รีบเดินปรี่เข้าครัวหาของกินทันที

         

          วันต่อมา ในห้องโถงของบ้าน เวลาสองทุ่มเศษ

          ชนะนั่งดูโทรทัศน์อยู่เงียบๆ แม่กำลังปอกส้มโออยู่ในครัว ส่วนพ่อนั้นนั่งอ่านหนังสือพิมพ์พลางเงยหน้าขึ้นมาดูโทรทัศน์ไปพลาง

          "พ่อฮะ"

          "หืม..."

          "พัดลมในห้องเก็บของมีตั้งหลายตัว มันเสียหรือเปล่าฮะ"

          "ไม่เสียนี่"

          "แล้วทำไมพ่อไม่เอามาใช้ล่ะฮะ"

          พอละสายตาจากหนังสือพิมพ์ เหลียวมามองชนะ

          "ก็ที่ใช้อยู่นี่มันก็พออยู่แล้ว ตัวที่อยู่ในห้องเก็บของมันเก่าแล้ว พ่อเลยเอาไปเก็บไว้ไง"

          "เอ่อ...นะขอสักตัวได้ไหมฮะ"

          "หืม...ลูกจะเอาไปทำอะไร? ไม่ใช่ของเล่นนะ"

          "เปล่าฮะ นะไม่ได้เอาไปเล่น"

          "แล้วไง"

          "ก็ที่บ้านยายเขียว..."

          "อะไรอีกล่ะ ยายเขียวอะไรอีกแล้ว"

          เสียงแม่สวนขึ้นขณะที่ชนะกำลังเริ่มอธิบาย ทำให้เขาชะงักไป พลางหลบตาแม่

          "ทำไมหรือแม่"

          พ่อหันมาทางแม่แล้วถามขึ้นด้วยความสงสัย แม่บุ้ยหน้ามาทางชนะแล้วตอบ

          "ก็พ่อเด็กใจบุญคนนี้น่ะสิ เอาเงินค่าขนมไปให้ยายเขียวซื้อปลาทูเลี้ยงแมวจนต้องหิวโซกลับมาบ้านทุกวัน ขนาดแม่ขู่ว่าไม่ให้ค่าขนมเพิ่ม ก็ยังยอมอด"

          "อื้ม...แล้วมันเรื่องอะไรลูกต้องเอาค่าขนมไปซื้อปลาทูให้แมวยายเขียวล่ะ" พ่อหันมาถามชนะบ้าง

          "ก็แมวยายเขียวออกลูกมาสี่ตัว แม่มันผอมมากเลย..."

          "...ชนะเลยเอาเงินค่าขนมไปให้ยายเขียวซื้อปลาทูมาเลี้ยงแมว"

          แม่ต่อให้เสร็จสรรพ พ่อเปิดยิ้มกว้างอย่างเอ็นดูลูกชาย

          "ก็ดีแล้วนี่นา ใจบุญสุนทานแบบนี้พ่อชอบ แต่ลูกต้องรู้จักประมาณตนด้วยนะ"

          "ประมาณตนคืออะไรฮะ" ชนะถามด้วยความสงสัย

          "ก็ประมาณตน...หมายถึงว่า เวลาลูกจะมีน้ำใจช่วยเหลือคนอื่น ต้องรู้จักดูด้วยว่าการช่วยเหลือคนอื่นนั้นมันเกินกำลังเราหรือเปล่า อย่างเช่นการให้เงินยายเขียวไป ทำให้ลูกอดและต้องหิวกลับมาบ้านไง"

          "นะก็ไม่ได้เดือดร้อนนี่ฮะ ก็กลับมาทานที่บ้าน"

          "พ่อก็ไม่ได้ว่าอะไร ถ้าลำบากนิดหน่อย ไม่ถึงกับสร้างความเดือดร้อนให้ตัวเองหรือคนอื่นก็ตามใจ พ่อเตือนไว้ก่อนไง"

          "อ๋อ...ฮะพ่อ...เอ่อ...แล้วพัดลม..."

          "อื้อ นั่นสิ พ่อกำลังจะถามว่า เรื่องยายเขียวกับแมวมันเกี่ยวกับพัดลมของพ่อตรงไหน"

          "บ้านยายเขียวร้อนมากเลยฮะ"

แม่ได้ยินดังนั้นก็หันมามองชนะ

          "นี่ไม่ได้หมายความว่าลูกจะขอพัดลมไปให้ยายเขียวนะ"

          "ฮะ"

          "ฮะ แปลว่าอะไร" แม่ชักเสียงเขียว

          "นะจะขอพัดลมเก่าไปให้ยายเขียวฮะ นะเห็นยายเขียวกับตาฉัตรร้อนมากเลยฮะ ขนาดนะไปดูแมวแป๊บเดียว ยังร้อนแทบแย่เลย"

          "ชนะ ! เราไม่ใช่เศรษฐีนะ จะได้เอาโน่นเอานี่ไปบริจาคช่วยใครต่อใครได้"

          ชนะเงียบ เขาชักจะเริ่มเกรงแม่ซึ่งเสียงเริ่มดังขึ้น พ่อจึงไกล่เกลี่ย

          "เอาเถอะ เอาเถอะ อย่าเพิ่งโกรธลูกเลยแม่ ไหนบอกพ่อหน่อยซิว่า บ้านยายเขียวมีโทรทัศน์หรือเปล่า"

          "ไม่มีฮะ"

          "ตู้เย็นล่ะ"

          "ไม่มีฮะ"

          "อืม...แล้วทำไมลูกไม่เอาตู้เย็นกับโทรทัศน์ที่บ้านเราไปให้ยายเขียวเสียด้วยเลยล่ะ น่าสงสารแกออก"

          "พ่อนี่ก็ !!!"

          แม่ชักเหลืออด หันมาดุพ่อเบาๆ พ่อยิ้มให้แม่แล้วพูดกับลูกชายต่อ

          "หืม...ว่าไง"

          "ก็...ยายเขียวไม่ต้องมีโทรทัศน์กับตู้เย็นก็ได้นี่ฮะ แล้วเราก็มีโทรทัศน์กับตู้เย็นอย่างละเครื่องเอง ถ้าให้ยายเขียวไปเราก็เดือดร้อนสิฮะ ส่วนพัดลมพ่อมีหลายตัว ไม่ได้ใช้แล้วด้วย ให้ยายเขียวไปตัวนึงเราก็ไม่เดือดร้อนนี่ฮะ"

          "อื้ม ตอบดีนี่ มีเหตุผลอย่างนี้ แม่เขาจะว่ายังไงนะ"

          พ่อหันมายิ้มกับแม่ แม่ค้อนให้พ่อพลางหันไปดูโทรทัศน์ ไม่มองหน้าลูกชาย

          "แม่ฮะ..."

          "เออ ! อยากได้ก็เอาไปเถอะ เหตุผลดีนักนี่เรา แล้วไง แม่ต้องยกไปให้เขาด้วยล่ะสิเนี่ย"

          "ไม่ต้องฮะแม่ เดี๋ยวพรุ่งนี้อ้วนจะมายกไปฮะ"

          "โอ้โฮ...นี่เตรียมแผนกันไว้แล้วหรือนี่ มีคนรอมายกให้เสร็จเลย !!!" แม่ส่งเสียงเขียวอีกครั้ง

          "ฮะๆๆ ลูกชายแม่นี่ ฉลาดหรือเจ้าเล่ห์กันแน่นะ พ่อชักจะสงสัยเสียแล้ว"

          ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา บ้านยายเขียวก็มีพัดลมใช้ ไม่ต้องร้อนอบอ้าวอีกต่อไป

 

 

โดย ครูอุ๋ย

 

กลับไปที่ www.oknation.net