วันที่ ศุกร์ สิงหาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

อีกซักชามเหอะนะ กำลังขึ้นสมองจริงๆ....


          โอ๊ะ โอ่..... แกงกะหรี่อีกแล้ว????   นี่มันไม่เบื่อบ้างหรืองัยฟะ??   ถ้ามีประโยคอย่างนี้ออกมาจากเพื่อนๆ ไม่ว่าจะในใจหรือนอกใจ โปรดรับรู้ไว้เถิดครับว่า ผมกำลังอยู่ในภาวะที่ทางแพทย์เรียกว่า Curry Syndrome ซึ่งจะมีอาการเบลอๆ เพ้อถึงแต่เครื่องแกงเครื่องเทศ มีกลิ่นตัวออกแขกๆ (อุ๊ย..แอบมีกลิ่นหน่อยๆ) วันไหนไม่ได้ทำเครื่องแกงก็จะไปนั่งลูบครก ลูบสาก กึ๋ยๆๆๆ  สุดท้ายต้องบำบัดด้วยการทำเครื่องแกง เมื่อมีเสียงตำเครื่องแกงก็จะทำให้ผมหลั่งสารเอ็นโดรฟีนออกมา     โอ...ช่างมีความสุขอารายอย่างนี้ อิอิ

       ก็เพ้อเจ้อไปบ้างครับ แต่ก็ยอมรับอย่างหน้าแบ๊วทีเดียวว่าช่วงนี้ผมกระหน่ำทำแกงกันบ่อยมากจนบรรดาลูกมือทำขนมที่ผมยัดเยียดสวัสดิการมื้อเที่ยงอันแสนอร่อยนั้น ตัวเหลืองเป็นขมิ้นแล้ว อีกทั้งยังต้องคอยลุ้นอีกว่ามื้อเที่ยงวันนี้จะเจอแกงอะไรที่ทำผมให้พวกเขาทานกันอีก ลุ้นไปลุ้นมากางเกงก็คับขึ้นเรื่อยๆ และมื้อนี้ก็เช่นกันผมจะพาออกทะเลข้ามช่องแคบมะละกามาลองชิมตำรับแกงจากชวากันบ้าง ในเมนูที่ชื่อว่า Pajri Nanas หรือ แกงคั่วสับปะรดชวา นั่นเอง

       ที่เรียกว่า แกงคั่วสับปะรด ทั้งที่เครื่องแกงของชวานั้นไม่ได้ใกล้เคียงของไทยเราเลยครับ เพราะของไทยเราใช้พริกแห้ง,ข่า,ตะไคร้,รากผักชี ,หอมแดง,กระเทียมและผิวมะกรูด แต่รสชาตินี่ต้องบอกว่าใช่เลย ผมว่ายังอร่อยกว่าแกงคั่วบ้านเราอีกนะ เพราะรสชาติของเค้ากลมกล่อมจริงๆ กลิ่นหอมเครื่องเทศอย่างลูกผักชี นี่จะชัดมากๆ  อย่ากระนั้นเลยจะรอช้าอยู่ใย รีบไปคว้าครกมาในบัดดล แล้วมาพิสูจน์กันเลยครับว่าจริงอย่างที่ผมว่าหรือปล่าว.... 

ส่วนผสมเครื่องแกงของแกงคั่วชวานี้ก็อุดมไปด้วยเครื่องเทศอย่าง ลูกผักชี 1 ช้อนโต๊ะ ยี่หร่า 1/2 ช้อนชา เมล็ดเทียนข้าวเปลือก หรือที่เรียกว่า เฟนเนล ( Fennel ) 1/2 ช้อนชา หอมแดง 5 หัว กระเทียม 2 กลีบ พริกชี้ฟ้าซอย 3 เม็ดใหญ่ ขมิ้นสดสับละเอียด 1 ช้อนชา แต่ผมไม่มีเลยใช้ขมิ้นผงแทน ก็ใช้แค่ 1/2 ช้อนชาเองครับ แล้วก็เกลือ 1 ช้อนชา ส่วนจานซ้ายมือนั้นเป็นเครื่องเทศที่ใส่ในขณะแกงเพื่อเพิ่มความหอมอันได้แก่ อบเชยประมาณ 1 แท่ง ( ผมหักเป็นสองท่อนน่ะครับ) โป๊ยกั๊กหรือจันทร์แปดกลีบ 1 ดอก กานพลู 4 ดอก ลูกกระวานเทศ 3 ลูก บุบพอแตก พริกชี้ฟ้าแดงเขียว 3-4 ดอก หอมแดงอีก 5 หัว ซอยบางๆ  กระเทียม 2 กลีบซอยบางๆเช่นกันครับ

ดูชัดๆครับ กับเครื่องเทศในส่วนที่ใช้ทำเครื่องแกง ก่อนใช้นำไปคั่วในกระทะใช้ไฟอ่อนๆ คั่วให้หอมซะก่อนนะครับ

จานนี้เป็นส่วนที่ใช้ใส่ในขณะแกงครับ หอมแดงกับกระเทียม นำไปซอยบางๆนะครับ

       หลังจากคั่วเครื่องเทศแล้วก็โซโลกันเลย  โขลกเครื่องเทศก่อนแล้วตามด้วยหอมกระเทียมและเกลือป่นครับ

พอหอมกระเทียมแหลกแล้ว ก็ใส่พริกชี้ฟ้าแดงซอยลงไปโขลกต่อครับ  รอบนี้ตำน้อยเลยไม่ต้องพึ่งบารมีเครื่องปั่น

ตำไปก็ปาดน้ำหมากน้ำพลูไป นี่ถ้าแกงแล้วจะอาหย่อยขนาดไหนน้า???..

ตำแหลกแล้วก็อย่าช้า คว้าหม้อมานั่งบนเตา ใส่น้ำมันพืช 3 ช้อนโต๊ะ อุ่นให้ร้อนแล้วเจียวหอมซอย กระเทียมซอยลงไปเลยครับ

จากนั้นก็นำเครื่องแกงที่โขลกไว้มาผัดเลยครับ ใส่อบเชย กระวาน โป๊ยกั๊ก กานพลู ลงไปผัดด้วยกันให้หอมครับ

จากนั้นก็นำเอาสับปะรดที่หั่นไว้มาผัดกับเครื่องแกง ใส่พริกชี้ฟ้าเขียวแดงมันลงไปทั้งเม็ดเลย (ไม่รู้ว่าทำไมต้องใส่ทั้งดอก มันดูซาดิสม์ยังงัยก็ไม่รู้ดิ แต่สูตรเค้าบอกให้ใส่ทั้งดอกก็ใส่ไปเหอะ อย่าเถียงดิ เดี๋ยวไม่อร่อยนะ..) ผัดให้เข้ากันเลยครับ

เพื่อเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการ ควรใส่เนื้อสัตว์อื่นๆลงไปด้วยดังในภาพ ( เอ...เหมือนคำเตือนบนฉลากบะหมี่สำเร็จรูปยังงัยชอบกล..) ผมก็เลยใส่กุ้งลงไปด้วย เพราะคิดว่าน่าจะเข้ากันเป็นที่สุด

พอสับปะรดเริ่มนุ่มแล้วก็ใส่กะทิ 250 มิลลิลิตรหรือ 1 ถ้วย ลงไปครับ ผมใช้กะทิกล่อง เลยบอกไม่ได้ว่ามันเป็นหัวหรือเป็นหาง แต่น่าจะเป็นหัวกะทิแหละน่า...คราวนี้ก็ปรุงรสกันเลยครับ หากสับปะรดเปรี้ยวไปก็ตัดเปรี้ยวด้วยน้ำตาลปีบซักหน่อยครับ แต่หากสับปะรดออกหวานอยู่แล้วคงไม่ต้องใส่ เติมเกลือหรือ...เอ่อ ผงวิเศษก็ตามถนัดครับ อิอิ ตั้งไฟให้พอกะทิเดือดก็เป็นใช้ได้แล้วล่ะครับ

แกงคั่วสับปะรดนี้ไม่ควรแกงเสียจนแตกมันนะครับ จะไม่อร่อย พอเสร็จแล้วออกมาเหลืองอร่ามปานแกงส้มปักษ์ใต้ทีเดียว มีพริกชี้ฟ้าเม็ดเป้งเด่นเป็นสง่าอยู่กลางชาม

ที่แปลกกว่าแกงคั่วบ้านเราอีกอย่างก็ตรงที่มีเครื่องเทศอย่างอบเชย โป๊ยกั๊ก กระวานและกานพลู เครื่องเทศยอดนิยมของชาวชวา มาเพิ่มความหอมมากขึ้น

เมนูนี้ชิมแล้วผมขอให้คะแนนเต็มสิบเลย เพราะว่ากลมกล่อมมาก แกงไม่มันมาก หอมลูกผักชี รสชาติที่ลงตัวของสับปะรดกับเครื่องแกง ( ไม่ใช่ชมตัวเองว่าแกงอร่อยหรอกครับ แต่สูตรเค้าดีจริงๆ ) จนทุกคนที่ทานต้องลุกไปตักข้าวเพิ่ม จากความตั้งใจเดิมว่าจะกั๊กไว้ทานมื้อเย็นอีกซักมื้อ....

หันมาดูอีกที.....หม้อแววซะแล้ว...เฮ้อ!!!   

***  ข้อควรระวังของการทานแกงนี้ หากทานไม่ระวังพริกชี้ฟ้าอาจติดคอท่านได้!!!!

โดย Sydneychocolatier

 

กลับไปที่ www.oknation.net