วันที่ เสาร์ สิงหาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

หญิงนี้ที่ไม่ได้แลกมาด้วยหมา ๑๗


๑๗.ร่องรอย

      หญิงไทยทั้งสี่ที่เดินตามอลันมาเป็นขบวนต่างถอนหายใจโล่งอกที่ได้เห็นสายคำ  แม้จะเห็นว่าเธอยืนอยู่เพียงเดียวดาย ไร้วี่แววของคุณนายแดงยิหวา ผู้มาด้วยกัน  แต่ต่างก็คิดเอาว่าคุณนายคงอยู่ซอกใดซอกหนึ่งของสถานที่ลึกลับแบ่งเป็นหลายชั้นซอก หลายหลืบมุมแห่งนี้  จึงต่างวางใจ  ได้เห็นสายคำก็โล่งอกแล้ว

     แต่สำหรับอลัน  เขากลับรู้สึกว่ามีความผิดปกติในสีหน้า ท่าทางของผู้เป็นภรรยา  เขาจึงเดินมาโอบหัวเธอเหมือนทำกับเด็ก ๆ  แสดงถึงความห่วงใย

      ที่จริง  สายคำนั้นเข้มแข็ง และมีอายุมากกว่า อลัน มีความคิดความอ่านที่เป็นผู้ใหญ่มากกว่า  จนแม้แต่พ่อแม่ของเขายังดีใจที่ได้สายคำมาอยู่เคียงข้างลูกชายผู้ชอบความสบายของพวกเขา  กิจการหลายอย่างที่พ่อแม่คิดว่าจะให้อลันเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงกลับลงมาที่สายคำมากกว่า  ซึ่งอลันก็ชอบใจได้ผลักภาระออกไปเสียบ้าง  จะได้ซ้อมแข่งรถ แข่งเรือ และท่องเที่ยวสบายใจ ใคร ๆ ก็รู้

     แต่ในบางครั้ง อลัน เท่านั้นที่รู้ว่า สายคำช่างอ่อนไหวไปกับความคิด ความเชื่อบางอย่างที่เกาะกุมในใจจนพาตัวเองอ่อนแอ  บ่อยครั้งที่เขาได้เห็นผู้เป็นภรรยานั่งนิ่ง เหม่อลอย น้ำตาปริ่มไหล  หรือไม่ก็ตกใจตัวสั่นงันงกแม้เพียงจิ้งจก หรือนกน้อยตกลงมาตายต่อหน้า

     "เป็นนอะไรไปหรือเปล่าสายคำ"

     อลันก้มลงถามใกล้ ๆ อย่างห่วงใย ที่เห็นเธอยังยืนนิ่ง  สายตายังเพ่งมองอยู่กับสิ่งตรงหน้า  ครั้นอลันมองตามบ้าง  เขากลับเป็นฝ่ายเอะอะขึ้นว่า

     "อ้าว...เอ๊ะ...ศิลาจารึกแผ่นนี้ มาอยู่นี่ได้อย่างไร"

     เสียงร้องของเขาเรียกความสนใจจากชาวคณะ หันมามองสิ่งนั้นเป็นตาเดียวกัน  แม้แต่จารย์ จอห์น แขกผู้ไม่ได้รับเชิญ

       "เธอเคยเห็นมันที่ไหนมาก่อนหรืออลัน"

       เสียงถามกระตือรือร้นนั้นดังออกมาจากกระเป๋าถือของสายคำ             ทุกคนมัวสนใจสิ่งที่อลันชี้บอกจนไม่ได้สังเกตว่าเสียงนั้นดังมาจากไหน และใครเป็นพูด  มีแต่นพดารา กับสายคำเท่านั้นที่รู้กัน

      "ใช่แล้วครับ  ผมกับพี่ ๆ น้อง ๆ เคยเห็นมันมาแต่เล็กแต่น้อย  มันเคยตั้งอยู่ที่ชะง่อนหินชายทะเลทางเหนือโน้น  บนเนื้อที่ฟาร์มเก่าของตระกูลเรา  มันถูกทิ้งปะปนอยู่กับก้อนหินอื่น ๆ ไม่มีใครสนใจหรอก  ผมกับน้อง ๆ ลูกพี่ลูกน้องของคุณพ่อเคยปีนป่ายอยู่แถว ๆ นั้นจึงจำมันได้ดี ทั้งตัวอักษรและรูปร่างลักษณะของมัน"

     "ผมเคยรู้มาว่าช่วงหนึ่งเมื่อมีการรื้อฟื้น ซ่อมแซมที่แห่งนี้เขาได้ไปเก็บศิลาจารึกที่สำคัญทางประวัติศาสตร์มารวมกันไว้ที่แห่งนี้  อาจเป็นไปได้ว่ามันถูกเคลื่อนย้ายมาด้วย"

     จอห์น แสดงความคิดเห็นเสียงเบา ๆ เขายังถูกหญิงทุกคนในที่นั้นมองอย่างเย็นชา  และทำราวกับว่าเขาไม่มีตัวตน  ที่เดินตามมาต้อย ๆ  ได้นี่ต้องอาศัยบารมีของอลัน  ผู้ไม่มีส่วนในความโกรธแค้นของหญิงไทย

     "งั้นวันหลังพาไปดูที่ตรงนั้นบ้างนะ อลัน"

    สายคำเอ่ยขึ้นเนือย ๆ เพราะรู้สึกว่าไม่เช่นนั้นดอลลี่จะส่งเสียงออกมาอีกอย่างระงับความตื่นเต้นไว้ไม่อยู่

     "ก็ได้  แม้มันจะเป็นแค่ก้อนศิลาก้อนหนึ่ง  แต่ถ้าสนใจก็จะพาไปดู  จะได้ไปเที่ยวแถบนั้นบ้าง"  และก็เช่นเคยที่จะมีสมาชิกเอ่ยขึ้นอย่างกระตือรือร้นในการตามไปด้วย  สายคำกับนพดารารู้ว่าจะไปเพื่อช่วยดอลลี่  แต่คนอื่น ๆ หวังว่าจะได้ไปเที่ยวที่อื่น ๆ ในเกาะใหญ่นี้บ้าง 

       คุณหญิงย่านั้นเริ่มมองทุกคนอย่างครุ่นคิดเป็นครั้งแรก  ท่านเป็นผู้ใหญ่ที่ผ่านโลกมามาก  จึงรู้สึกว่ามีสีเทาจาง ๆ ทอดผ่านท้องฟ้าสีสดใส

      "คุณนายแดงยิหวาเล่าคะ"

      เพิ่งได้เวลาถามหาผู้หญิงไทยอีกคนที่ร่วมเดินทางกันมา

     คำถามนั้นทำให้สายคำคล้ายเพิ่งตื่นจากภวังค์  เธอชี้มือบอกทางที่เห็นร่างคุณนายเดินไปลิ่ว ๆ ตั้งแต่วินาทีแรกที่ก้าวย่างมาในที่นี  เธอรู้ว่านั่นคือทรูกานินีที่ต้องการเดินไปหา คิงบิลลี่ที่เธอรัก  สายคำรู้สึกเป็นห่วงขึ้นมาทันที  จึงนำหน้าทุกคนไปที่นั้นทันที

                                 .............

               The  tree  's   branches  upstretched 

                beckoning  the  rain,  promised  by  the  warm  breeze.

               Two  lovers  entwined  on  the  bench

              enforded  in  the  colours  of  autumn's  passion.

              St' Davids  Park.

             ลมพัดใบไม้ร่วงลิ่ว ๆ ฟังเหมือนใครบางคนเอ่ยบทเพลงดังแว่ว ๆ อยู่ข้างหน้า  พาให้หญิงสาวผู้เดินอยู่เดียวดาย เลื่อนลอย เหมือนต้องมนตรา  เท้าเล็ก ๆ ก้าวเดินเหมือนล่องลอยไปกับสายลมหนาว 

            ใบไม้สีเหลืองทองบนพื้นปลิวว่อนยกตัวขึ้นรวมกัน หมุนวน กลายเป็นร่างคนเดินนำหน้าไปลิบ ๆ

             "คุณนพดล  คุณจะรีบไปไหน  คุณกำลังทิ้งฉันไป..."

             สายลมพัดวน เหมือนฉุดดึงให้ร่างนั้นหันกลับมา  และ...

            โรบินสัน

            คิงบิลลี่

            แต่ เอ๊ะ...นี่  เจ้าวิลเลี่ยม บัคลีย์ 

            ไม่ใช่คุณ หรือ นพดล"

            เสียงกรีดร้องเรียกชื่อนั้นดังก้องทะลุม่านใบไม้  และสายลมหนาว  พาเอากลุ่มคนที่กำลังค้นหาให้วิ่งกรูกันเข้าถึงตัว

           "พบตัวแล้ว  คุณนายนั่งอยู่นี่เองค่ะ"

          "คุณแดงยิหวาเป็นอะไรไปหรือเปล่าคะ"

         ต่างพากันมารุมล้อม ถามไถ่   แดงยิหวาเงยหน้าขึ้นมองทุกคนฝ่าม่านน้ำตา

        "พาเธอออกไปที่โล่ง ๆ เถอะ  เดี๋ยวผมอุ้มเธอไปเอง"

        เพียงจารย์  จอห์น  พาร่างโต ๆ ก้าวเข้ามาใกล้หวังจะช่วย  แต่ยังไม่ทันได้ยื่นมืออกมาด้วยซ้ำ  คุณนายแดงยิหวาผู้น่าสงสารก็ตะโกนขึ้นว่า

       "ไม่นะ...  อย่าเข้ามาใกล้ฉันนะ เจ้าวิลเลี่ยม  บัคลีย์"

        เสียงเกรี้ยวกราดนั้นทำให้ทุกคนถึงกับตะลึงอยู่เป็นครู่  งงงัน  ทำไมเรียกชื่อเขาคนนั้นว่าเป็นคนอีกคนที่เธอราวกับรู้จักมักคุ้นมาแรมปีอย่างนั้น

                                          0000000

ขอบคุณ  Ken  White  สำหรับบทกวี 

 (โปรดติดตามต่อไป)

       

                     

    

โดย เอื้อยนาง

 

กลับไปที่ www.oknation.net