วันที่ เสาร์ สิงหาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ความเป็นมาของ Mac OSX # 2


ท่ามกลางความคลุมเครือและสับสน

หมอกควันที่ปกคลุมอนาคตของ Apple."เขา" ก็กลับมา

 

Steve Jobs ได้ติดต่อมายัง Gil Amelio CEO ของ Apple ในขณะนั้น และได้ให้คำแนะนำว่า BeOS นั้น ไม่เหมาะกับเส้นทางการพัฒนาของ Apple โดยประการหนึ่งก็เพราะว่า เทคโนโลยีหลายอย่างของ BeOS นั้นมี design ที่มีปัญหาและไม่ยืดหยุ่นเพียงพอ อีกประการหนึ่งก็คือ BeOS นั้นยังไม่ได้รับการพิสูจน์ในตลาด นอกจากนี้ยังมีเหตุผลอีกหลายอย่างที่จะไม่ขอกล่าวถึงในที่นี้

ต่อมาทาง Apple ได้ยื่นข้อเสนอและเจรจากับ NeXT ในความเป็นไปได้ของเรื่องการ license ระบบปฏิบัติการ OPENSTEP ซึ่งได้พิสูจน์ตัวเองแล้วในหลายวงการ (เช่น Wall Streets, NASA, และอื่นๆ) มีส่วนประกอบหลาย โดยเฉพาะตัวสถาปัตยกรรมและเทคโนโลยีของระบบ ที่ได้รับการออกแบบมาอย่างที่เรียกได้ว่า "ล้ำสมัย" กว่า BeOS และระบบปฏิบัติการตัวอื่นๆ แทบทุกตัวในตลาดมาก อีกทั้งยังเป็นระบบที่ได้ชื่อว่าเป็นมิตรกับนักพัฒนาโปรแกรมอย่างมากด้วยพลังของ OpenStep API และชุดเครื่องมือสำหรับพัฒนาซอฟท์แวร์ (Developer Tools) ของ NeXT แม้ว่า OPENSTEP จะยังไม่เหมาะสมเท่าไหร่สำหรับการเป็นระบบปฏิบัติการสำหรับผู้ใช้ทั่วไปก็ตาม

จนในที่สุด ในเดือนกุมภาพันธ์ปี 1997 Apple ได้ซื้อบริษัท NeXT ในราคา 427 ล้านเหรียญสหรัฐ พร้อมกับได้ Steve Jobs ซึ่งกลับมายัง Apple ในฐานะที่ปรึกษา ว่ากันว่า สิ่งที่ Apple ต้องการไม่แพ้ NeXT และ OPENSTEP ก็คือวิสัยทัศน์ ความเฉียบขาด บารมี ความเป็นผู้นำ ของ Steve Jobs  ซึ่งเป็นสิ่งที่ขาดหายไปจาก Apple เป็นเวลานานเหลือเกิน (สิ่งที่อาจจะขาดหายไปที่สุดก็คือ Reality Distortion Field (RDF) หรือว่าความสามารถพิเศษในการชักจูง โน้นน้าว ให้คนคล้อยตามและเห็นด้วย)

สำหรับการพัฒนาระบบปฏิบัติการตัวใหม่นั้น Apple ได้อัจฉริยะอย่าง Avie Tevanian จาก NeXT (ปัจจุบันเป็น Senior Vice-President ทาง Software Engineering ของ Apple) มานำทีมพัฒนา โดยทาง Apple ได้เริ่มโครงการสร้างระบบปฏิบัติการตัวใหม่ ภายใต้ชื่อรหัสว่า Rhapsody (แปลว่า บทเพลงที่ถูกแต่งอย่างอิสระไม่มีรูปแบบตายตัว และเต็มเปี่ยมไปด้วยอารมณ์ความรู้สึก) ซึ่งงานของโปรเจ็ค Rhapsody นี้ก็คือ การพัฒนาระบบปฏิบัติการ Mac OS รุ่นใหม่จากระบบปฏิบัติการ OPENSTEP โดยพัฒนาเพิ่มเติม ปรับปรุงเปลี่ยนแปลง ให้เหมาะกับตลาดผู้ใช้ทั่วไป ทั้งนี้เนื่องจากว่าระบบ NeXTSTEP/OPENSTEP นั้นมีองค์ประกอบหลายอย่างที่ไม่เหมาะสมต่อการเป็นระบบปฏิบัติการสำหรับผู้ใช้ทั่วไป

แต่ว่าแม้ Jobs จะได้เป็นถึงที่ปรึกษาของ Amelio แล้ว แต่วิสัยทัศน์ของเขาตลอดจนคำปรึกษาของเขาก็ยังคงถูกเพิกเฉยไม่สนใจ โดยผู้บริหารระดับสูง และเริ่มที่จะเบื่อหน่ายกับสภาพนั้น ทำให้ Jobs แทบจะไม่สนใจงานที่ Apple เลย และได้พุ่งความสนใจแทบทั้งหมดไปให้กับงานที่บริษัท Pixar Animation

Apple ก็ยังคงประสบมรสุมต่อไป โดยเฉพาะทางการเงิน ที่แทบจะไม่เห็นอย่างอื่นนอกจากตัวเลขสีแดงอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน การบริหารภายในที่ย่ำแย่ โครงการจำนวนมากที่เขียนขึ้นมาเพื่อของบในการทำเพียงอย่างเดียวแต่ว่าไม่มีผลงานเป็นรูปธรรม ตลอดจนการใช้เงินบริษัทอย่างหรูหราของผู้บริหารหลายต่อหลายคน รวมทั้งตัวของ Amelio เองด้วย ทำให้บอร์ดบริหารของ Apple ลงมติปลด Gil Amelio ออกจากการเป็น CEO

และจุดนี้เอง เป็นการกลับมาสู่อำนาจอย่างเต็มตัวของหนึ่งในสองผู้ให้กำเนิด Apple Computer โดยวันที่ 16 กันยายน 1997 บอร์ดบริหารได้มีมติแต่งตั้ง Steve Jobs ขึ้นเป็น CEO "ชั่วคราว" โดยหน้าที่ของ Jobs ก็คือ พา Apple ออกจากสภาวะขาดทุนต่อเนื่อง ให้นำ Apple ให้พบกับคำว่า "กำไร" และยิ่งกว่านั้นคือคำว่า "ความสำเร็จ" อีกครั้งหนึ่ง โดยบอร์ดบริหารได้ให้ "carte blanche" (หรือว่าอำนาจสิทธิขาดอย่างอิสระที่จะทำอะไรก็ได้) สำหรับงานนี้เลยทีเดียว และอีกงานหนึ่งของ Jobs ก็คือ เฟ้นหาผู้ที่มีความเหมาะสมที่จะมาดำรงตำแหน่ง CEO ถาวร (ในความเป็นจริงก็คือ บอร์ดบริหารต้องการที่จะให้ Jobs เป็น CEO อย่างเต็มตัว แต่ว่า Jobs เองยืนยันที่จะอยู่ในตำแหน่งรักษาการ) และในขณะเดียวกันทีมงานบริหารของอดีต NeXT Computer ก็เริ่มขึ้นมานั่งเก้าอี้บริหารใน Apple มากขึ้นเรื่อยๆ (ทำให้มีคำกล่าวอย่างติดตลกในวงการว่า "Apple ซื้อ NeXT แต่ว่า NeXT กลายมาเป็นเจ้าของ Apple")

และในช่วงเดือนกันยายนปี 1997 นี้เอง Apple ที่ได้ออก Rhapsody รุ่น Developer Release 1 (DR1) ออกมาให้บรรดาผู้ผลิตและพัฒนาโปรแกรมได้ยลโฉมกันเพื่อที่จะได้เริ่มพัฒนาโปรแกรมสำหรับระบบปฏิบัติการแห่งอนาคตตัวใหม่ พร้อมกับการปรับปรุงและต่อเติมชุดเครื่องมือในการพัฒนาโปรแกรม (Developer Tools) และ API ของระบบเพิ่มเติมจาก OpenStep specification เดิมที่ใช้ใน OPENSTEP โดยใช้ชื่อรหัสว่า Yellow Box โดยทั้ง Rhapsody DR1 และ Yellow Box นี้สามารถใช้งานได้ทั้งในสถาปัตยกรรม PowerPC และ Intel x86

หลังจากที่การบริหารภายในของ Apple เริ่มกลับมาเข้ารูปเข้ารอยเดิม โดยได้ Steve Jobs กลับมาเป็นหัวเรือใหญ่คอยชี้นำทิศทาง Apple ก็ได้เดินหน้าเต็มกำลังเพื่อที่จะพัฒนา Rhapsody เพื่อเป็นระบบปฏิบัติการตัวใหม่ และได้ออก DR1 มาแล้ว แต่ว่า Apple และ Jobs กลับเดินชนกำแพงขนาดมหึมาที่ทำให้การพัฒนา Rhapsody ไม่เป็นไปอย่างที่คาดหวังไว้ในตอนแรกถึงสามกำแพง นั่นก็คือ เสียงตอบรับจากบริษัทผู้พัฒนาซอฟท์แวร์อื่นๆ, ความเข้ากันได้ของโปรแกรมเก่าๆ, และกำแพงที่มีความสำคัญต่อ Apple อย่างมากที่สุด และเป็นผลมาจากกำแพงสองอันแรก นั่นก็คือ ผู้บริโภค นั่นเอง

ด้วยรากฐานที่แตกต่างกันอย่างมาก ของ Rhapsody ที่มาจาก NeXTSTEP/OPENSTEP และระบบ System ดั้งเดิม ทำให้โปรแกรมต่างๆ ที่มีอยู่บนระบบเดิม ไม่สามารถนำมาใช้กับระบบใหม่ได้ทันที นั่นคือ ความเข้ากันได้กันได้ของทั้งสองระบบนั้น แทบจะไม่มีเลยเสียด้วยซ้ำ โดยทาง Apple เองได้พยายามขอให้ผู้ผลิตและพัฒนาซอฟท์แวร์ต่างๆ เขียนซอฟท์แวร์สำหรับ Mac ขึ้นมาใหม่โดยใช้ Yellow Box ที่มีความสามารถและความยืดหยุ่นสูงกว่าระบบ System ที่มีอยู่อย่างมาก แต่ทว่าทางผู้ผลิตและพัฒนาซอฟท์แวร์ต่างๆ นั้น "เข็ด" กับโครงการแล้วโครงการเล่า ที่ถูกยกเลิกโดย Apple ในช่วงเวลาที่ผ่านมา โดยเฉพาะ Copland ก็ไม่ต้องการที่จะเสียเวลาและทุ่มเทแรงกายแรงใจโดยใช่เหตุ เนื่องจากการเขียนซอฟท์แวร์ใหม่ทั้งหมด ไม่ใช่งานเล็กๆ และไม่มีใครรู้ว่า Apple จะยกเลิกโครงการอีกหรือไม่

สำหรับกำแพงที่ใหญ่ที่สุด ที่เป็นผลกระทบโดยตรงจากความเห็นและความต้องการที่ไม่ตรงกันของผู้ผลิตทั้งสอง นั่นก็คือ ผู้บริโภค หรือลูกค้า นั่นเอง โดยถ้ามีการเปลี่ยนแปลงระบบปฏิบัติการอย่างกะทันหัน และโปรแกรมต่างๆ ที่พวกเขามีอยู่แล้ว ไม่สามารถทำงานได้ทันที และระบบปฏิบัติการใหม่ที่ออกมาก็คงจะไม่มีคนต้องการเปลี่ยนมาใช้มากนัก เนื่องจากไม่มีโปรแกรมที่ใช้ได้มากเท่าไหร่ ... ผู้บริโภคต้องการการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะถ้าการเปลี่ยนแปลงนั้นๆ เป็นไปในทางที่ดีขึ้น และจะทำให้พวกเขากลับมาเสมอ หรือว่านำหน้าโลกทั้งหมดอีกครั้ง แต่ว่าไม่มีใครต้องการการเปลี่ยนแปลงแบบจากหน้ามือเป็นหลังมือในเวลาชั่ววูบ เหมือนกับเครื่องบินที่ไต่ระดับเพดานบินเร็วเกินไปจนทำให้ร่างกายปรับตัวไม่ทัน หรือว่ารถที่เข้าโค้งเร็วเกินไปจนทุกคนเช่นกันหมด ... การเปลี่ยนแปลงอย่างราบรื่น เหมือนกับเครื่องบินที่กำลังค่อยๆ ไต่เพดานบิน หรือว่ารถที่เข้าโค้งอย่างนุ่มนวลต่างหาก คือสิ่งที่ทุกคนต้องการ

ทางเลือกของ Apple ทางหนึ่งก็คือ ซุ่มพัฒนา Rhapsody ต่อไปจนกว่าจะสามารถใช้งานกับโปรแกรมเก่าๆ ได้ แต่หากทำแบบนั้น จากภายนอกจะเหมือนกับว่า Apple ได้หยุดพัฒนาทุกอย่างและรอวันตายเท่านั้น ผู้ผลิตโปรแกรมต่างๆ ก็คงจะไม่พัฒนาโปรแกรมให้กับระบบที่ไม่มีการพัฒนาคืบหน้า และผู้บริโภคก็จะเริ่มตีจากไปใช้ PC ที่มีราคาถูกกว่าและระบบปฏิบัติการที่มีความสามารถเหนือกว่าและมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง (ในขณะนั้น) จาก Microsoft ยักษ์ใหญ่แห่ง Redmond และอีกทางเลือกหนึ่ง ก็คือยกเลิกการพัฒนา Rhapsody ซะ แล้วเอาเทคโนโลยีจากทาง NeXT ที่อยู่ใน Rhapsody เข้าไปใช้ในระบบปฏิบัติการ System ที่มีอยู่ และออกรุ่นใหม่ออกมา แต่ว่าถ้าทำแบบนั้นก็เท่ากับการย้อนกลับไปสู่รอยเดิม

ทางเลือกทั้งสองทาง มีได้มีเสียต่างกันไป และเหมือนกับว่าจะไม่ใช่ทางเลือกที่ดีเท่าไหร่ทั้งคู่ ... แต่ว่านี่คือ Apple ภายใต้การนำของ Steve Jobs ไม่ใช่ Apple อย่างที่โลกรู้จักมาเป็นเวลาหลายปีก่อนหน้านี้ ดังนั้นคำว่าจึงไม่มีคำว่า "เป็นไปไม่ได้" ... และในเมื่อเลือกทางหนึ่งจากสองทาง มันยากนัก และไม่ได้การันตีผลว่าจะดี ก็ทำมันทั้งสองทางเลยเสียเป็นไร ... นิยายเรื่องหนึ่งๆ ไม่จำเป็นว่าต้องมีพระเอกขี่ม้าขาวไปช่วยนางเอกหรือว่ากู้ชาติคนเดียวเสมอไป บทบาทของ "พระรอง" หรือว่าตัวละครหลักบางตัว ที่มีหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงของพระเอกจนกว่าวันที่พระเอกจะพร้อม หรือว่าช่วยซื้อเวลาให้กับพระเอกจนกว่าจะเก่งกล้าพอ ก็เป็นบทบาทตัวละครที่สำคัญไม่แพ้กัน

และนี่เอง ทำให้ Copland ถูกปลุกขึ้นมาจากหลุมอีกครั้งหนึ่ง แต่ว่าคราวนี้ ไม่ใช่ในฐานะพระเอกอัศวินม้าขาว ที่เป็นระบบปฏิบัติการแห่งอนาคตของ Apple อีกต่อไป แต่ว่าเป็นบทบาทของพระรอง เพื่อซื้อเวลาให้พระเอกตัวจริงอย่าง Rhapsody พัฒนาขึ้นได้มากเพียงพอ ที่จะกอบกู้ Apple ได้ และเป็นตัวสำคัญอย่างมาก ที่ทำให้การเปลี่ยนแปลงจากระบบปฏิบัติการ System ไปสู่ระบบใหม่ เกิดขึ้นอย่างราบรื่น

เทคโนโลยีต่างๆ หลายส่วนจากโครงการ Copland ถูกนำมาใส่เข้าไปในระบบปฏิบัติการ ซึ่งในขณะนั้นได้เปลี่ยนชื่อจาก System มาเป็น Mac OS แล้ว (เริ่มต้นจาก Mac OS 7.6 ทั้งนี้เนื่องมาจากในช่วงนั้นเริ่มมีการเปิดให้ทำเครื่องเลียนแบบ Macintosh หรือที่เรียกว่า Mac clone เกิดขึ้น ทำให้ Apple ต้องการที่จะสื่อให้เห็นชัดเจนว่าระบบปฏิบัติการนั้น เป็นทรัพย์สินทางปัญญาของ Apple ทำให้เกิดการเปลี่ยนชื่อขึ้นเพื่อให้เกิดความชัดเจน) โดยเริ่มต้นจาก Mac OS 8.0 ที่ออกมาในปี 1997 นั้นเอง

และต่อมาในเดือนมกราคมปี 1998 ทาง Apple ก็ได้ออกอัพเดท ที่ถือว่ามีความสำคัญมากทีเดียว นั่นก็คือ Mac OS 8.1 ซึ่งเป็นรุ่นสุดท้ายที่จะสามารถใช้ได้ทั้งบน m68k และ PowerPC โดยในรุ่นนี้ Apple ได้เริ่มใช้ระบบไฟล์แบบ HFS+ ซึ่งยังคงใช้กันมาจนถึงทุกวันนี้ (ในชื่อของ Mac OS Extended) และที่สำคัญที่สุดก็คือใน Mac OS 8.1 นี้ทาง Apple ได้เริ่มมีสิ่งที่เรียกว่า Carbon เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของระบบหลัก โดย Carbon นี้ถือว่าเป็นส่วนประกอบหลักส่วนหนึ่ง ที่จะทำให้โปรแกรมเก่าสามารถทำงานได้ในระบบปฏิบัติการใหม่ที่กำลังจะออกมาในอนาคต ซึ่งถือว่าเป็นส่วนที่สำคัญมาก ที่จะทำให้การเปลี่ยนแปลงเป็นไปได้อย่างราบรื่น

ในขณะเดียวกันในเดือนพฤษภาคมปี 1998 ทาง Rhapsody ก็ได้ออก Developer Release 2 สำหรับนักพัฒนาโปรแกรม ต่อจาก DR1 ที่ได้ออกไปแล้วก่อนหน้านั้น โดยจะเห็นว่ามีการเปลี่ยนหน้าตาของระบบมาให้เหมือนกับ Mac OS มากขึ้น มีการผสมผสานรูปแบบการทำงานต่างๆ ของ Mac OS กับ OPENSTEP มากขึ้น โดยที่โปรแกรมต่างๆ ตลอดจนการทำงานแทบทั้งหมดแล้ว ก็ยังคงเป็นระบบแบบ OPENSTEP ที่มีเสถียรภาพและความยืดหยุ่นสูง ทำงานอยู่เบื้องหลัง และนี่เป็นนิมิตรหมายที่ดี ที่แสดงถึงความก้าวหน้าและความพยายามที่จะพังกำแพงอันเป็นอุปสรรคที่มีอยู่ลง โดย DR2 นี้ก็ยังคงสามารถใช้ได้ทั้งบน PowerPC และ Intel x86 เช่นเดียวกับ DR1 โดยที่ชุดเครื่องมือในการพัฒนาโปรแกรม Yellow Box นั้น สามารถที่จะใช้งานบน Windows NT ได้อีกด้วย

ถัดไปในเดือนมกราคมปี 1999 Apple ก็ได้ออกสิ่งที่เรียกได้ว่า "เกือบจะ" เป็นสิ่งที่หลายต่อหลายคนตั้งหน้าตั้งตารอคอย นั่นก็คือ ผลงานจากโครงการ Rhapsody ที่ออกมาสู่ตลาดในชื่อของ Mac OS X Server ซึ่งเป็นระบบสำหรับเครื่องเซิร์ฟเวอร์โดยเฉพาะ โดยตัว X นี้นอกจากจะเป็นเลข 10 โรมันแล้ว ยังแสดงถึงความเป็น UNIX (ระบบ UNIX มักจะมีตัว X ในชื่อ เช่น HP-UX, IRIX, AIX, A/UX, ฯลฯ) อีกด้วย

นอกจากนี้ในเวลาใกล้เคียงกันทาง Apple ก็ยังได้ออก Darwin 0.1 ซึ่งเป็นส่วน core ของ Mac OS X Server ออกมาเป็น open source ซึ่งตัว Darwin นี้ยังเป็นระบบปฏิบัติการอย่างสมบูรณ์ในตัวเองอีกด้วย โดยเป็นระบบที่มีลักษณะแบบ BSD UNIX ซึ่งใช้รากฐานจาก Mach microkernel และระบบ FreeBSD ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการแบบ open source เช่นเดียวกัน โดย kernel ที่ใช้ใน Darwin นี้มีชื่อว่า xnu (ซึ่งเราอาจจะคิดได้ว่ามาจาก "X" is "N"ot "U"nix ก็ได้)

สำหรับผู้ใช้ทั่วไป ก็ยังคงต้องรอกันต่อไป ทั้งนี้เนื่องจากว่า ระบบปฏิบัติการ UNIX นั้นเป็นระบบที่ถูกสร้างขึ้นมาสำหรับเครื่องที่มีลักษณะเป็นเซิร์ฟเวอร์อยู่แล้ว และสิ่งที่เป็นเรื่องสำคัญต่อ server ก็คือ เสถียรภาพและความง่ายในการจัดการ process ต่างๆ ตลอดจนเรื่องของ multi-users และต้องใช้ซอฟท์แวร์สำหรับเซิร์ฟเวอร์ได้ (ซึ่งส่วนมากก็เป็นซอฟท์แวร์สำหรับระบบ UNIX อยู่แล้ว) ซึ่งนี่เป็นเหตุผลที่ทำให้การทำ Rhapsody ออกมาเป็นระบบสำหรับเซิร์ฟเวอร์นั้น ง่ายกว่าการทำให้เป็นระบบสำหรับผู้ใช้ทั่วไป ซึ่ง Rhapsody ในขณะนั้นยังไม่พร้อมที่จะรับหน้าที่นั้น และนอกจากนี้การเป็นระบบที่ออกมาสำหรับเซิร์ฟเวอร์ยังไม่ต้องรองรับทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟท์แวร์ที่มีความหลากหลายมาก เหมือนกับระบบปฏิบัติการสำหรับผู้ใช้ทั่วไปอีกด้วย แต่ว่าอย่างไรก็ดี การที่ Mac OS X ออกมาเป็นระบบเซิร์ฟเวอร์โอเอสเท่านั้น ได้สร้างความผิดหวังให้กับหลายคนต่อหลายคนด้วยกัน โดยบางคนถึงกับเข้าใจว่า Apple ได้ยกเลิกการสร้างระบบปฏิบัติการที่ล้ำสมัยที่มีรากฐานมาจาก OPENSTEP ออกมาสำหรับผู้ใช้ทั่วไปอย่างสิ้นเชิงแล้ว....

และมันก็ดูเหมือนว่าจะเป็นจริง เมื่อ Apple ได้ประกาศการพัฒนาระบบปฏิบัติการตัวใหม่ ที่เป็นรุ่นถัดไปของระบบ Mac OS ดั้งเดิม ภายใต้ชื่อรหัส "Sonata"    ปัจุจบัน(ขณะที่กำลังเขียน 5 กุมภาพันธ์ 2549) แมคโอเอสเท็น เวอร์ชั่นล่าสุด 10.4.3 “ไทเกอร์”  เป็นแมคโอเอสเท็นรุนที่ 5 ของครอบครัวเสื่อ OSX ประกอบด้วย Cheetah, Puma,Jaguar,Panther และ Tiger  ที่พัฒนาให้มีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น จากเวอร์ชั่นเดิม  ดังนั้นไทเกอร์จึงเป็นเสือตัวใหม่ที่มีฟีเจอร์ใหม่กว่า 200 ตัว

เหตุผลที่หลายๆคนอยากใช้คอมพิวเตอร์ แมคอินทอชโอเอสเท็น ง่ายมากกับการเริ่มต้นกับคอมพิวเตอร์แมคอินทอช โอเอสเท็น

ทำไมคนหลายล้านคนถึงรักและเลือกที่จะใช้เครื่องแมค ทำไมมันถึงกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของคนเหล่านั้น แน่นอนที่สุดเกือบทั้งหมดย่อมตอบว่ามันเวิร์ค สามารถที่จะทำอะไรต่างๆที่ต้องการทำได้ และหนึ่งในเหตุผลที่สำคัญคือ ทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟท์แวร์ของ เครื่องแมคสามารถ ทำงานเข้ากันได้อย่าง ไม่มีข้อบกพร่อง และเครื่องแมค มีโอเอสเดียวกับ ที่บรรดาผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่ใช้ ง่ายๆ เพียงแค่เอาเครื่องแมคอ7อกจากกล่อง เสียบปลั๊ก แล้วเปิดเครื่อง เพียงแค่นี้คุณก็พร้อมสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง คุณจะพบว่าเครื่องแมคมีอุปกรณ์ที่สำคัญติดตั้งมาด้วยอยู่แล้ว เช่นยูเอสบีไฟร์ไวร์ , อีเทอร์เน็ต และโมเด็ม

 

ยิ่งไปกว่านั้นเครื่องแมคส่วนมากยังมีสายอากาศติดตั้งอยู่ภายในสำหรับรองรับการใช้งานเครือข่ายไร้สายอีกด้วย และเครื่องแมคทุกเครื่องก็ยังมีไดร์เวอร์ที่หลากหลายสำหรับรองรับเครื่องพิมพ์ จอยสติ๊ก คีย์บอร์ด เมาส์ และอุปกรณ์ต่อพ่วงอื่นๆ เพียงแค่เสียงสายเข้ากับพอร์ทการใช้งานเท่านั้นคุณก็จะสามารถใช้งานมันได้ในทันที

ลืมคำว่าแฮงค์และแครซไปได้เลย

คุณเป็นคนหนึ่งที่เจอปัญหากวนใจเช่น อาการจอฟ้า (blue screen of death) บ่อยๆหรือเปล่า ด้วยโอเอสที่ผสมผสานความเรียบง่ายและสวยงามได้อย่างลงตัวอย่างแมคโอเอสเท็นแล้ว คุณจะว่าความเสถียรภาพในการทำงานของคุณจะเพิ่มขึ้นอย่างมากทีเดียว และด้วยแมคโอเอสเท็น หน่วยความจำของเครื่องจะถูกปกป้องไว้อย่างดีและโปรแกรมแอพพลิเคชั่นอื่นๆจะไม่เกิดการแย่งทรัพยากรของระบบกับโอเอส หรือโปรแกรมอื่นๆได้

เนื่องจากแมคโอเอสเท็นถูกพัฒนามาจากระบบยูนิกซ์ที่มีความคงทนต่อการใช้งานสูง มากกว่า 500 บริษัท หน่วยงานต่างๆ และสถานศึกษาที่ใช้ระบบยูนิกซ์กับงานที่มีความสำคัญมาก และถึงตอนนี้คุณก็สามารถ ใช้ได้มันเช่นกัน

ดิจิตอลมิวสิคง่ายๆเพียงปลายนิ้วของคุณ

นักวิจารณ์ส่วนมากมีความเห็นสอดคล้องไปในทางเดียวกัน(น้อยครั้งที่จะเกิดขึ้น) คือ ไม่เพียง iTune เท่านั้นที่ทำให้แมคกลายเป็นตู้เพลงดิจิตอลแต่จนถึงวันนี้iPodก็ยังไม่มีคู่แข่งที่ทาบเทียมได้ในตลาดดนตรีดิจิตอล และ iTunes 4 มาพร้อมกับลูกเล่นใหม่ๆมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมต่อเข้ากับ iTunes Music Store ที่มีเพลงมากมายที่คุณสามารถเลือกชมและเป็นเจ้าของได้เพียงแค่คลิ๊กเท่านั้น

iTunes ทำให้คุณสามารถเปลี่ยนเพลงจากแผ่นซีดีของคุณเป็น digital audio ได้อย่างง่ายดาย และคุณสามารถที่จะสร้าง playlist ต่างๆสำหรับตัวคุณได้อีกด้วย ซึ่งมันรองรับกับเครื่องเล่น digital music อย่าง iPod ด้วย และด้วย iPod ที่สามารถใส่เข้าไปในกระเป๋าได้อย่างง่ายด้วยน้ำหนักแค่ 3.6 ออนซ์ และจุเพลงได้มากถึง 10,000 เพลง เล่นเพลงได้นานต่อเนื่องถึง 8 ชม. และสามารถย้ายไฟล์ได้รวดเร็วผ่านสาย FireWire คุณจึงสามารถพกพามันไปได้ทุกที่ที่คุณต้องการ iTunes และ iPod ยังถูกออกแบบมาเพื่อให้สามารถใช้งานร่วมกับ Apple's iLife ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

จัดการกับดิจิตอลโฟโต้ได้อยู่หมัด

iPhoto เป็นทางเลือกของคุณที่จะประหยัด และจัดการกับ digital photo ได้อย่างง่ายดาย ซึ่งมันถูกติดตั้งมากับทุกเครื่องอยู่แล้ว iPhoto จะช่วยให้คุณสามารถ download, พิมพ์, ค้นหาและแชร์รูปถ่ายของคุณได้อย่างง่ายดาย หรือแม้กระทั่งการทำเป็น slide show และการเอามาทำเป็นเว็บ เพียงแค่ลากเม้าส์เท่านั้น iPhoto จำทำให้คุณลืมกล้องถ่ายรูปแบบเก่าที่ใช้ฟิล์มไปเลย

ศุนย์รวมความบันเทิงยุคดิจิตอลเพื่อคุณ

ยุคที่เป็น digital lifestyle เช่นทุกวันนี้ แมคได้รองรับทุกๆเทคโนโลยีดิจิตอลด้วยโปรแกรมที่เรียกว่า iLife ซึ่งจะมี iTunes, iPhoto, iLife ที่รวม GarageBand เข้าไปด้วย iMovie และ อีกตัวก็คือ iDVD ซึ่งจะมีติดตั้งเฉพาะรุ่นที่ใช้ superdrive เท่านั้น ชุดโปรแกรม iLife ทำให้ง่ายต่อการใช้งานด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการสร้างดนตรีแบบ masterpiece ด้วย GarageBand แล้วนำมาเปิดฟังด้วย iPod หรือใส่เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของ home movie หรือ DVD slideshow.

คุณสามารถที่จะใช้ iMovie ในการจัดการตัดต่อทำ vidro ได้ตามที่คุณต้องการ นั่นรวมถึงการทำ soundtracks และ effects ต่างๆ และ iDVD ก็จะเป็นตัวจัดการในการ buen รูปต่างๆ รวมถึงไฟล์ movie ของคุณลงบน DVD ซึ่งสามารถนำไปเปิดได้ด้วยเครื่องเล่นดีวีดีทั่วไปได้ด้วย

อิสระในทุกที่ ที่คุณไปได้อย่างใจ

เราคิดว่าการได้ใช้คอมพิวเตอร์ในขณะเดินทางไปยังทุกที่จะเป็นสัมผัสแห่งความยอดเยี่ยม นั่นเป็นแรงผลักดันให้เราออกแบบ PowerBook และ iBook ในรูปลักษณ์บาง เบา กะทัดรัด และมีหน้าจอที่ชัดเจน จนคุณจะรู้สึกได้เหมือนกับว่าคุณกำลังทำงานอยู่กับเครื่อง desktop มาตรฐานของ PowerBook และ iBook อาจเทียบได้กับอุปกรณ์พิเศษของ laptop อื่นๆ เช่น ความจุของฮาร์ดดิสค์, optical drive ที่ติดมากับตัวเครื่อง ยูเอสบี, ไฟร์ไวร์, อีเธอร์เน็ต, โมเด็ม, video out, audio in และระบบไวร์ไฟว์

มีสิ่งที่อยากให้คุณคิดเช่น เครื่อง PC laptop ของคุณสามารถที่จะเดินทาง ไปไหน ต่อไปโดยใช้แบตเตอรี่เพียง ก้อนเดียวได้หรือไม่? คุณสามารถทำให้เครื่องหยุดการทำงานชั่วคราวเข้าสู่ sleep mode โดยแค่เพียงปิดฝาหน้าจอลงหรือไม่? มันสามารถกลับเข้าสู่การพร้อมใช้งานได้ในทันทีทันใดหรือไม่? และเครื่อง PC laptop ของคุณสามารถที่จะเปลี่ยนการเชื่อมต่อแบบ Ethernet, dial-up หรือ wireless ในทันทีทันใดโดยที่ไม่ต้องรีสตาร์ทหรือไม่ แน่นอนว่าทุกสิ่งที่กล่าวมาเครื่องของเราทำได้

มันถูกสร้างมาเพื่ออินเตอร์เน็ต

คุณทำการติดตั้งและปรับเปลี่ยนคอนฟิคของเครื่อง PC เพื่อการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ทครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่? คุณใช้เวลากับมันนานแค่ไหน? แต่มันไม่ใช่ปัญหาบนเครื่องแมค ความจริงมีอยู่ว่าลูกค้าของเราส่วนมากใช้เวลาเพียงไม่ถึง 15 นาที นั่นรวมถึงคนที่ไม่เคยใช้คอมพิวเตอร์มาก่อนเลยในชีวิต คุณจะพบว่าการใช้งาน favorites และ e-mail บนแมคง่ายเหมือนเด็กเล่น และถ้าคุณได้ใช้โปรแกรม safari และ mail ที่มี feature ที่คุณจะไม่พบจาก platform อื่นๆ คุณจะยิ่งติดใจกับมัน หรือถ้าคุณอยากจะแชท ก็ง่ายนิดเดียว

แมคโอเอสเท็นมี iChat AV มาด้วยซึ่งสามารถทำงานได้ดีกับ AOL instant messenger (AIM) นอกจากนั้น AIM, yahoo messenger, MSN messenger ก็มีที่เป็นแมคเวอร์ชั่น ความจริงก็คือคุณสามารถพบ internet tool ต่างๆได้มากมาย นั่นรวมถึง quicktime ที่เป็นโปรแกรมการ streaming video ที่ดีที่สุดอีกด้วย และแน่นอนที่สุดคุณสามารถที่จะ stream video, chat, อ่านอีเมล์ หรือเปิดเว็บต่างๆได้ด้วยเครือข่ายไร้สาย เพราะทุกๆโมเดลของแมครองรับการใช้งาน WiFi (802.11) ในตัวอยู่แล้วด้วยอุปกรณ์ที่เรียกว่า airport

Office ที่เป็นมากกว่า Office และเป็นได้มากกว่า

 

การเปลี่ยนมาใช้แมคเป็นเรื่องที่ง่ายมากเพราะคุณยังสามารถใช้ application ต่างๆที่คุณรู้จักมาก่อน เช่น Microsoft Office v.X สำหรับ แมคโอเอสเท็น ที่มีโปรแกรม word, powerpoint, excel ซึ่งมีหน้าตาและความสามารถเหมือนเดิม และ features ที่ดีอีกอย่างคือในแมคเวอร์ชั่นได้รับการปรับปรุงการรองรับการทำงานกับ windows มากขึ้น ทุกๆเอกสารจะสามารถนำไปใช้ได้ทั้งแมคและ windows ดังนั้นคุณสามารถที่จะแชร์ทุกสิ่งทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นเอกสาร spreadsheet จนถึง presentation ไปมาได้ และคุณจะพบว่าคุณสามารถใช้งาน applications ที่ออกแบบมาสำหรับแมคโอเอสเท็น อีกมากกว่าหมื่นโปรแกรม ดังนั้นคุณสามารถที่จะทำได้ทุกอย่างตามที่คุณต้องการ ไม่ว่าจะเป็น CAD ฐานข้อมูลหรือกระทั่งข้อมูลการเงินก็ตาม

Appleได้ปรับปรุงมาตรฐานที่ทำให้ทุกคนสามารถทำงานด้วยกันได้โดยง่าย เช่น network ในแมคโอเอสจะใช้เทคโนโลยีเดียวกับที่ใช้ในเครื่องพีซี ทำให้เครื่องแมคสามารถที่จะใช้งานได้ในวง PC network โดยไม่มีปัญหากับการแชร์ไฟล์หรือเครื่องพิมพ์กับเครื่องพีซี และในแมคโอเอสเท็น คุณไม่จำเป็นที่จะต้องถามหาความช่วยเหลือจากผู้ดูแลเครือข่ายในการทำให้มันใช้งานได้ และคุณจะพบว่ามันซัพพอร์ทการใช้งาน Gigabit Ethernet และ wireless network ตามมาตรฐาน 802.11 อีกด้วย ดังนั้นคุณสามารถที่จะใช้งานเครือข่ายไร้สายได้ในบ้านของโดยใช้ airport หรือ access point อื่นๆ และแน่นอนที่สุด คุณยังสามารถใช้งานข้อมูลจากแผ่นซีดี, แผ่นดิสค์, หรือ zip drive ได้ นอกจากนั้นยังมีช่องสำหรับต่อเชื่อมอุปกรณ์อื่นๆ ผ่านทาง USB หรือ FireWire ได้อีกด้วย ดังนั้นคุณสามารถที่จะใช้งานอุปกรณ์ต่างๆได้ทั้งเครื่องพีซีและเครื่องแมค

ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพกับอุปกรณ์พีซีอื่นๆ

Appleได้ปรับปรุงมาตรฐานที่ทำให้ทุกคนสามารถทำงานด้วยกันได้โดยง่าย เช่น network ในแมคโอเอสจะใช้เทคโนโลยีเดียวกับที่ใช้ในเครื่องพีซี ทำให้เครื่องแมคสามารถที่จะใช้งานได้ในวง PC network โดยไม่มีปัญหากับการแชร์ไฟล์หรือเครื่องพิมพ์กับเครื่องพีซี และในแมคโอเอสเท็น คุณไม่จำเป็นที่จะต้องถามหาความช่วยเหลือจากผู้ดูแลเครือข่ายในการทำให้มันใช้งานได้ และคุณจะพบว่ามันซัพพอร์ทการใช้งาน Gigabit Ethernet และ wireless network ตามมาตรฐาน 802.11 อีกด้วย ดังนั้นคุณสามารถที่จะใช้งานเครือข่ายไร้สายได้ในบ้านของโดยใช้ airport หรือ access point อื่นๆ และแน่นอนที่สุด คุณยังสามารถใช้งานข้อมูลจากแผ่นซีดี, แผ่นดิสค์, หรือ zip drive ได้ นอกจากนั้นยังมีช่องสำหรับต่อเชื่อมอุปกรณ์อื่นๆ ผ่านทาง USB หรือ FireWire ได้อีกด้วย ดังนั้นคุณสามารถที่จะใช้งานอุปกรณ์ต่างๆได้ทั้งเครื่องพีซีและเครื่องแมค

สุดยอดของความสวยงามในการออกแบบ

Appleได้ปรับปรุงมาตรฐานที่ทำให้ทุกคนสามารถทำงานด้วยกันได้โดยง่าย เช่น network ในแมคโอเอสจะใช้เทคโนโลยีเดียวกับที่ใช้ในเครื่องพีซี ทำให้เครื่องแมคสามารถที่จะใช้งานได้ในวง PC network โดยไม่มีปัญหากับการแชร์ไฟล์หรือเครื่องพิมพ์กับเครื่องพีซี และในแมคโอเอสเท็น คุณไม่จำเป็นที่จะต้องถามหาความช่วยเหลือจากผู้ดูแลเครือข่ายในการทำให้มันใช้งานได้ และคุณจะพบว่ามันซัพพอร์ทการใช้งาน Gigabit Ethernet และ wireless network ตามมาตรฐาน 802.11 อีกด้วย ดังนั้นคุณสามารถที่จะใช้งานเครือข่ายไร้สายได้ในบ้านของโดยใช้ airport หรือ access point อื่นๆ และแน่นอนที่สุด คุณยังสามารถใช้งานข้อมูลจากแผ่นซีดี, แผ่นดิสค์, หรือ zip drive ได้ นอกจากนั้นยังมีช่องสำหรับต่อเชื่อมอุปกรณ์อื่นๆ ผ่านทาง USB หรือ FireWire ได้อีกด้วย ดังนั้นคุณสามารถที่จะใช้งานอุปกรณ์ต่างๆได้ทั้งเครื่องพีซีและเครื่องแมค

 

โดย troubadour

 

กลับไปที่ www.oknation.net