วันที่ เสาร์ สิงหาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

คอมพิวเตอร์มันถาม มนุสโสสิ คนไม่ใช่คน


ผมเองไม่เคยบวชเรียนกับเขาหรอกครับเข้าทำนองยังเป็นคนดิบอยู่

แต่ครั้งหนึ่งเคยมีเพื่อนร่วมชั้นเรียนเป็นพระจะเรียกอย่างไรดีครับ จะเรียกพระเพื่อนก็ไม่ได้ เดี๋ยวใครจะมาต่อคำว่า พระแพง หรือจะเรียกเพื่อนพระก็ดูเหมือนตีตนเสมอท่าน จะเรียกพระสหาย ยิ่งไปกันใหญ่

พระเพื่อนร่วมชั้นเล่าว่าคนจะบวชได้หรือไม่ได้ ผ่านหรือไม่ผ่านต้องตอบคำถาม 13 ข้อกับพระคู่สวด ให้ได้ คำถาม "ลักกี้ นับเบอร์" นี้ ภาษาพระเรียกว่า อันตรายิกธรรม หมายถึง สิ่งที่เป็นอันตรายต่อการบวช 13 ข้อ ข้อไหนที่ผู้ขอบวชต้องตอบปฏิเสธก็ให้พูดว่า นัตถิภันเต 5 ครั้งแปลว่า มิได้ขอรับ แต่ข้อไหนต้องตอบยืนยัน ให้พูดว่า อามะภันเต แปลว่า ขอรับท่านผู้เจริญ 8 ครั้งให้หนักแน่น

คำถามก็มีอย่างเช่น

เธอเป็นโรคเรื้อนหรือไม่ผู้ขอบวชต้องตอบว่า

"นัตถิภันเต" (มิได้ขอรับ)

กิลาโสเธอเป็นโรคกลากหรือไม่

"นัตถิภันเต" (มิได้ขอรับ)

อปมาโรเธอเป็นโรคลมบ้าหมู หรือไม่

"นัตถิภันเต" (มิได้ขอรับ)

มีคำถามสำคัญอีกข้อหนึ่งถามว่ามนุสโสสิเธอเป็นมนุษย์แน่นะผู้ขอบวชต้องตอบว่า อามะภันเต (ขอรับท่านผู้เจริญ)

พอมาถึงอีกคำถามหนึ่งซึ่งคนขอบวชยุคเศรษฐกิจตกต่ำ น้ำมันราคา 40 กว่าบาท เบิกเงินสดจากบัตรเครดิตเป็นว่าเล่น ถามว่า

อะนะโณสิเธอไม่เป็นหนี้ใครแน่นะ

หลวงเพื่อนก็ปล่อยมุกว่าเองอย่าไปตอบเชียวนะว่า

"รุงรัง ภันเต" (ฮา)

ที่ยกเรื่องนี้มาเล่าก็อยากจะพูดถึงคำถามที่ผู้ขอบวชต้องตอบว่ามนุสโสสิ เพราะตำนานเล่าว่า มีนาคเลื่อมใสพุทธศาสนามาก แปลงกายมาเป็นคนขอบวชในร่มกาสาวพัสตร์ แต่ต่อมาถูกจับได้ จึงต้องลาสิกขาไป

ยุคคอมพิวเตอร์ก็มีเรื่องทำนองนี้เหมือนกัน

จำได้ไหมครับว่าเวลาเราสมัครขอ account email หรือเวลาจะตอบกระทู้ในเวบบอร์ด มันจะมีตัวอักษรยึกยืออยู่ในกล่องสี่เหลี่ยมเล็กๆ 4-5 ตัวให้เราพยายามเดาว่ามันตัวอะไร แล้วพิมพ์ลงไปในช่องให้ถูก พิมพ์ไม่ถูกก็สมัครใช้อีเมลไม่ได้ หรือตอบกระทู้ ตั้งกระทู้ไม่ได้

ผมก็สงสัยมานานแล้วว่าทำไมไอ้ตัวอักษรปริศนามันถึงต้องโย้ไปเย้มาด้วย บางครั้งก็เดาผิด เพราะคิดมากไป แต่ความจริงแล้วก็เดาได้ไม่ยากนัก บางเวบพิมพ์ให้อ่านโต้งๆ เลยก็มี ไม่ต้องเดา เราก็พิมพ์ตัวเลข หรือตัวอักษรลงไปเป็นอันเสร็จพิธี

เพิ่งจะรู้เมื่อไม่กี่วันมานี้เองว่าไอ้ช่องใส่ตัวอักษรโยกโย้นั่นเขาเรียกว่า CAPTCHA ชื่อเพราะดี มันเป็นบททดสอบว่า คนที่ใช้งานกรอกขออีเมล หรือสมัครเป็นสมาชิกเวบไซต์ เวบบล็อก หรือตอบกระทู้ "เป็นคนหรือเปล่า" ทำนองเดียวกับคำถามว่า

"มนุสโสสิ"

สิ่งประดิษฐ์ที่เรียกว่าCAPTCHA ถูกสร้างขึ้นเมื่อปีพ.ศ. 2543 หรือปี ค.ศ. 2000 โดยทีมโปรแกรมเมอร์มหาวิทยาลัย คาร์เนกี้ เมลลอน (อ่านแล้วอยากกินแตงโม)

เรื่องของเรื่องคือเจ้าหน้าที่บริษัท Yahoo! รายหนึ่งไปบ่นกับโปรแกรมเมอร์กลุ่มนี้ว่า มันมีพวกมือบอนเขียนโปรแกรมมาฉวยโอกาสสร้างอีเมลกับ Yahoo! โดยใช้ซอฟต์แวร์ขออีเมลครั้งเดียวได้ account เป็นพันจากนั้นใช้อีเมลพวกนี้ส่งสแปมเมล หรือเมลก่อกวน ขายของ ลดความอ้วน เพิ่มขนาด ไม่เห็นผลยินดีคืนเงิน และอะไรอีกสารพัด

ทีมคาร์เนกี้เมลลอน ก็หนึ่งในตองอู กลับไปคิดไม่กี่คืนก็ได้ประดิษฐกรรมเลอเลิศที่เรียกว่า CAPTCHA ออกมา (ย่อมาจาก completely automated public Turing test) เพื่อใช้แยกความเป็นมนุษย์กับคอมพิวเตอร์

ประเด็นก็คือเจ้าตัวอักษรเพี้ยนพวกนี้ คอมพิวเตอร์มันโง่ อ่านไม่ออกหรอกครับ มนุษย์เท่านั้นที่อ่านออก ถ้าคุณพิมพ์ถูกก็แปลว่าคุณเป็นคน ไม่ใช่ซอฟต์แวร์ที่เขียนขึ้นมาส่งสแปมเมล และยินดีด้วย คุณมีอีเมลใช้แล้ว

หลังจาก CAPTCHA เริ่มนำมาใช้ได้ไม่นานก็ได้รับการตอบรับอย่างรวดเร็ว ลูอิส วอน อัน ผู้ช่วยศาสตราจารย์จากคาร์เนกี้ เมลลอน ที่ร่วมพัฒนาวิธีดังกล่าวประเมินว่า แต่ละวันมีคนพิมพ์ข้อความ CAPTCHA กัน 200 ล้านครั้ง

เบื้องหลังคำถามมนุสโสสิของ CAPTCHA มันคือ สงครามที่มองไม่เห็นระหว่างนักเขียนสแปมกับโปรแกรมเมอร์ ขณะที่ CAPTCHA พยายามป้องกันระบบไม่ให้ถูกโจมตีด้วยสแปม นักเขียนสแปมเองก็พยายามหากลยุทธ์ตอบโต้เช่นกัน

ยุทธการที่สแปมเมอร์นำมาใช้มีตั้งแต่วิธีพื้นๆคือ จ้างคนให้มาช่วยอ่านและพิมพ์ CAPTCHA เพราะคิดว่าถ้าคนอ่านเมลตกหลุมล่อสักคนก็คุ้ม แต่บางคนฉลาดกว่านั้น และใช้วิธีหนามยอกเอาหนามบ่ง เช่น เขียนโปรแกรมให้อ่านจำนวนพิกเซลของตัวอักษรแล้วคำนวณให้ได้ว่ามันเป็นตัวอักษรอะไร และยิ่งซอฟต์แวร์พวกนี้พัฒนาไปเร็วเท่าไร ยิ่งแยกระหว่างคนกับคอมพิวเตอร์ไม่ออก CAPTCHA เองก็ต้องพัฒนาให้ล้ำหน้าอยู่เสมอ

โดย หอกกลิ้ง

 

กลับไปที่ www.oknation.net