วันที่ เสาร์ สิงหาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

คุณรู้จักสุดยอด Acting Coach เมืองไทยแล้วหรือยัง ? (ตอนจบ)


         เรามาอ่านเรื่องของครูแอ๋วตอนที่ 2 ซึ่งเป็นตอนจบกันต่อเลยครับ

         โจทย์ยาก ๆ มีมาเป็นประจำ เช่น คนนี้เป็นพระรองมาตลอด เมื่อรับบทพระเอกทำอย่างไรให้ดูเป็นพระเอก หรือตอนติวแหม่ม คัทลียา แมคอินทอช ซึ่งตอนนั้นลังเลว่าจะรับงานแสดงละครดีไหมก็ต้องทำให้เธอสบายใจกับการแสดง หัวเราะได้ ร้องไห้ได้ ไม่อย่างนั้นเธออาจจะปฏิเสธไม่เล่นได้

หรือรายที่อ่านบทภาษาไทยไม่ได้อย่างลูกเกด-เมทินี จะทำอย่างไรไม่ให้การพูดดูเป็นการแปล ซึ่งทำให้แสดงไม่เป็นธรรมชาติ

รวมทั้งโจทย์ที่ขอมาแบบปาฏิหาริย์ว่า ทำอย่างไรให้นักแสดงหน้าใหม่แสดงได้ในสามวัน ฯลฯ ทั้งหมดนั้นแม้ยากแต่สนุก ได้อรรถรสอย่างมาก (หัวเราะ)

          ถ้าครูเต็มที่ลูกศิษย์เต็มที่จะยิ่งสนุก อย่างตอนติวอั้ม-อธิชาติ สำหรับละครเรื่อง ลมหวน เขารับบทเด็กปัญญาอ่อนที่ค่อยๆ ดีขึ้นจนเป็นปกติ เราพากันไปสังเกตตามโรงพยาบาลและโรงเรียนที่มีเคสแบบนี้ เพื่อศึกษาให้เห็นอากัปกิริยา การใช้ชีวิต ดูให้เห็นความแตกต่างที่จะทำให้บทมีมิติ ไม่ใช่เอ๋อไปเฉยๆ แกล้งทำโง่ ๆ บ้า ๆ แบบที่ชอบแสดงกันแบบผิวเผิน

          หรือถ้าเจอลูกศิษย์แบบคาดไม่ถึงก็สนุก เช่น จา พนม แม้จะมีคนเตือนว่าติวให้ดีนะ ระวังเขาเสียบติดฝา เขาเป็นพระเอกนักบู๊ (หัวเราะ) เผอิญอยากบอกเขามานานแล้วว่า ไม่ชอบการแอ็คชั่นแบบหน้าเดียว เวลาบู๊ อึ๊ อ๊ะ(ทำหน้าเลียนแบบ) ไม่จำเป็นต้องแสดงออกมากเท่ากันหมด บางจังหวะน้อยลงมาบ้างก็ได้

เล่าอีกสิคะ

          ช่วงหลังเริ่มขยายไปติวเพื่อเป็นพิธีกร ผู้ประกาศข่าว อย่างตอนโมเดิร์นไนน์คัดผู้ประกาศข่าวใหม่ ๆ จากเดิมที่เป็นการอ่านแบบนิ่ง ๆ ตอนหลังพยายามสร้างให้มีบุคลิก มีสีสัน มีเสน่ห์

หรือการติวนักร้อง AF เดอะสตาร์ ที่ไม่ใช่เรื่องการร้อง แต่บอกตั้งแต่ขึ้นเวที การแสดงออกบนเวที การพูดเข้าเพลง การพูดกับผู้ชม การให้สัมภาษณ์

หรือก่อนจะเป็นนักร้องอย่างกอล์ฟไมค์ ตอนนั้นเขาเซ็นสัญญารอจะออกเทปอยู่นานสามปีเศษจนใจตุ่มๆ ต่อมๆ ต้องบูรณาการจิตใจที่เครียดกว่า ตกลงจะเป็นอย่างไร เพลงที่ออกมาจะดีหรือไม่ดี สำคัญคือพี่เขาสองคนก็เป็นนักร้องที่ดังมาแล้ว จึงต้องมาคลายความรู้สึกกดดันตรงนั้นออกก่อน ดีใจที่ตอนนั้นเขากลายเป็นซูปเปอร์สตาร์แล้ว

          นอกจากนี้ยังมีคนมาทำเวิคร์ชอบเป็นแอร์โฮสเตส สจ๊วร์ด ผู้บริหารตลาดหลักทรัพย์ ทนายความ ฯลฯ ที่มาเรียนเพื่อใช้ศิลปะการละครมาเทียบว่าจะแสดงออกเพื่อให้พร้อมสำหรับการสื่อสารกับผู้อื่นอย่างสบายใจ มั่นใจ ไม่ว่าจะเป็นการให้สัมภาษณ์สื่อ ออกทีวี หรือแม้แต่พูดในที่ประชุม          

เทคนิคของครูแอ๋วคืออะไรคะ

            หลักคือไม่ใช่เริ่มเรื่องวิชาการเลย แต่ครั้งแรกที่พบกันสำคัญมาก เพราะเป็นการหยั่งเชิงและรู้ว่าจะเรียนจะสอนกันอย่างไร คนที่มาอาจจะเกร็ง แต่เรามีสตูดิโอที่บ้านซึ่งเป็นเครื่องทุ่นแรง เนื่องจากใครเห็นมักอยากนอน (หัวเราะ) จึงย้ำกับทุกคนที่อยากเรียนว่า ขอให้มาที่นี่ โดยเฉพาะคนที่เคยชินกับการอยู่ตึก ออฟฟิศ คนเยอะ ๆ   อย่างน้อยเมื่อได้ออกจากสิ่งที่เขาเจอทุกวันก็จะเกิดการผ่อนคลายจากภาพพจน์เดิมๆ ที่ติดอยู่          

            การทำงานนี้ให้ได้ผลดีสำคัญที่การวางใจ ต้องคุยกันอย่างเปิดใจตัวต่อตัวโดยเชิญผู้จัดการ พี่เลี้ยง ผู้ปกครองไปอยู่อีกห้อง เริ่มตั้งแต่ทัศนคติว่าอยากทำงานที่ทำให้ต้องมาเรียนนั้นหรือเปล่า เล่นละครเพราะต้องออกเทปหรือเปล่า เพราะบางคนมาแบบจำเป็นต้องมาทั้งที่ไม่อยาก  หรือกำลังกังวลกับสัญญา รู้สึกไม่แน่นอนกับอนาคต

            ไปจนถึงคำถามว่า เขาอยู่ในช่วงไหนของชีวิต สุข ทุกข์ เริด ไฟแรง หมดไฟ ฯลฯ ระหว่างนั้นก็พอจะมองออกแล้วล่ะว่าเขาคิดอย่างไร จะทุ่มเทกับงานหนังงานละครเรื่องนี้แค่ไหน โดยใช้เวลาไม่นาน จนบางคนบอกว่า สงสัยเป็นแม่หมอ เพิ่งรู้จักกันทำไมแปลได้หมด รู้ได้อย่างไรว่าเขาเป็นอย่างนี้อย่างนั้น

            จากนั้นก็แนะนำสิ่งที่เขาควรจะต้องรู้และในวงเล็บว่า ถ้าเขาจำเป็นต้องมาเรียนรู้จากเรา หรืออย่างไรก็ต้องเล่นละครเรื่องนั้น ถ้าเขามาเรียนรู้จากเรา หรืออย่างไรก็ต้องเล่นละครเรื่องนั้น งั้นมาทำใจให้เกิดความสนุกดีไหม

            ไม่มีสูตรสำเร็จว่าต้องเรียนกี่ครั้งแล้วจึงทำได้ บางคนต้องการลึกซึ้ง บางคนอยากรับแค่ระดับมาตรฐานพอ บางรายต้องการเวลาหลายวัน บางคนวันเดียวออกไปลุยได้เลย อย่างคนหนึ่งครั้งแรกที่เจอก็บอกเลยว่า ตั้งใจจะเล่นการเมือง เล่นละครเพื่อให้คนรู้จักเท่านั้น ก็ว่ากันไปตามโจทย์

            สิ่งที่บอกได้เหมือนๆ กันคือ ทำอย่างไรจึงหาความจริงข้างในออกมาให้ดีที่สุด เช่นถ้าจะต้องเล่นบทเซ็กซี่ ยั่วยวน แต่ภาพผู้แสดงไม่ใช่อย่างนั้น จะเซ็กซี่อย่างไรที่ไม่ต้องเยอะแต่น่าเชื่อ หัวใจคือความรู้สึกข้างใน หรือความเชื่อในเหตุการณ์ ซึ่งถ้าเรามีก็เป็นไปได้ นักแสดงที่ดี ต้องสนใจความเป็นไปในชีวิต รักชีวิตและผู้คนรอบ ๆตัว

โจษจันกันว่า ใครเรียนกับครูแอ๋วแล้วมักติดต่อสัมพันธ์กันยาวนาน

               ที่ผ่านมาลูกศิษย์ย้อนกลับมาหามากมาย เพราะครูแอ๋วมีบริการหลังการขาย (หัวเราะ) ยินดีให้คำปรึกษา บางคนโทร.มาหา แฟกซ์ เอสเอ็มเอสติดต่อกันต่อเนื่อง วงการนี้มักจบแล้วผ่านเลย แต่ครูแอ๋วได้รับการแวะเวียนมาเสมอ ทั้งเรื่องหนัง ละคร และชีวิตส่วนตัว ถ้าครูแอ๋วทำหนังสือเบื้องหลังดาราละก็...น่าดูแน่ ๆ

            จบทั้งสองตอนแล้วนะครับ  ก็หวังว่าลูกศิษย์ของผมทุกคนที่ได้อ่าน คงจะเข้าใจได้ดีนะครับว่าคนที่จะเป็นครู  เป็นวิทยากร หรือเป็นโค้ชที่ดีนั้น เขามีคุณสมบัติอะไรบ้าง และต้องทำอย่างไรบ้างถึงประสบความสำเร็จ  ถ้าอยากเป็นมืออาชีพด้านนี้ ก็ขอให้เอาแนวทางครูแอ๋วเป็นแบบอย่าง รวมทั้งเอาข้อดีของครูคนอื่น ๆ ที่เราเคยเรียนหริอเคยฝึกอบรมด้วยมาพัฒนาตัวเองให้ดีและเก่งขึ้นไปเรื่อย ๆ

            ผมพิมพ์ตอนจบเรื่องนี้ขณะที่นั่งชมคอนเสิร์ต AF5 ครั้งสุดท้าย รอบชิงชนะเลิศ ได้เรียนรู้เทคนิคการให้ feedback ของ commentator ที่ให้กับน้อง ๆ นักล่าฝัน 5 คนสุดท้าย  ที่มีทั้งข้อดีและข้อที่ควรปรับปรุง คล้าย ๆ กับเทคนิค Sandwich ที่ผมสอนในหลักสูตร Coaching

            นอกจากนี้ยังได้ยินได้ฟังความรู้สึกของบรรดาคุณครูในบ้าน AF ไม่ว่าจะเป็นครู voice  ครู dance และครู acting  ที่พูดกับนักล่าฝันทุกคนด้วยความรัก ความปรารถนาดี  มีความห่วงใยลูกศิษย์ทุกคน จนผู้ชมอย่างผมสัมผัสได้ และเรียนรู้ว่าครูที่ดียังมีให้เราเรียนรู้อีกมากมาย

            และสุดท้ายนี้ก็ขอแสดงความยินดีกับน้องนัท V13 ที่ได้รับป๊อบปูล่าโหวตให้เป็นที่ 1 ของซีซั่นนี้ ยินดีด้วยครับ  น้องคนนี้ผมไม่ได้เชียร์หรอกครับ  แต่ผมก็เคารพในกติกาที่วางไว้นะครับ popular vote ครับ

โดย Pro.Trainer

 

กลับไปที่ www.oknation.net